วันถัดมา ยามซ่งรั่วเจินกำลังทานมื้อกลางวันก็ได้ยินข่าวคราวจากสกุลไป๋
“เมื่อคืนวานหลังไป๋ฮูหยินกลับไปได้ไม่นานก็สิ้นใจแล้ว ทว่าก่อนหมดลมนางได้ฝากฝังคำสั่งเสียเอาไว้ไม่น้อย ที่ว่ามาก็ล้วนเป็นเรื่องความกังวลที่ว่าคุณชายใหญ่สกุลไป๋จะแย่งชิงสินทรัพย์ของคุณชายอีกสองคนไป”
“ว่ากันว่าเมื่อคืนวานสกุลหลี่ว์ก็ตามไปที่นั่นด้วย ร้องขอให้ให้ท่านโหวรีบนำเรื่องบอกกล่าวสู่สังคม เพื่อที่จะยืนยันสถานะของไป๋จื่อมู่”
ซ่งจืออวี้เล่าถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินมา “ไป๋ฮูหยินช่างเผด็จการเสียจริง แม้ว่ากันตามจริง คุณชายใหญ่สกุลไป๋จะมิใช่ลูกในไส้ของนาง ทว่าหากในตอนนั้นนางมิได้รับเขามาอุ้มชู มีหรือจะได้มีตำแหน่งฮูหยินจวนโหวเช่นนี้”
“บัดนี้ข้ามสะพานได้กลับรื้อสะพานทิ้งถีบหัวส่งเขา ทั้งยังเป็นเหตุให้มารดาเขาตาย คุณชายใหญ่สกุลไป๋ช่างน่าเวทนาเสียจริง”
ซ่งรั่วเจินฟังคำแล้วไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย
หลี่ว์เหวินซิ่วเดิมเป็นคนเห็นแก่ตัว กระทั่งความคิดจะฆ่าไป๋จื่อมู่ก็ยังเกิดมีขึ้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าเกลียดชังอย่างมิอาจอยู่ร่วมโลกได้มากเพียงใด
เรียกคนสกุลหลี่ว์มาก่อนสิ้นใจเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการยืนยันความตั้งใจนี้ ทั้งยังเป็นการบีบคั้นกดดันคนสกุลหลี่ว์อีกด้วย
“คุณชายใหญ่สกุลไป๋เลือกจะออกจากจวนโหวงั้นหรือ?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม
ซ่งจืออวี้พยักหน้า “เจ้าทายถูกแล้วน้องหญิงห้า!”
“ได้ยินมาว่าก่อนหลี่ว์เหวินซิ่วจะสิ้นใจคำพูดคำจาร้ายแรงบาดลึก กระทั่งบ่าวรับใช้ในจวนยังไม่อาจทนฟังได้ ทว่าไป๋จื่อมู่กลับมิได้ปริปากพูดเอ่ยสิ่งใด”
“จนกระทั่งนางสิ้นใจแล้ว สกุลหลี่ว์ร้องขอให้ไป๋โหวปฏิญาณต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย เขาถึงได้เอ่ยปากอยากจะออกจากจวนโหวไปและตัดขาดกับจวนโหวจนสิ้น”
“ว่ากันว่าเดิมไป๋โหวก็มิได้ยินยอม ทว่าทุกคนต่างรู้กันดีบัดนี้คนที่มีอนาคตไกลที่สุดในสกุลไป๋ก็คือไป๋จื่อมู่”
“หากเขาออกจากจวนโหวไป อีกสองคนที่เหลือแม้จะอยากก้าวหน้าเพียงใดก็ไม่ง่ายแล้ว”
ซ่งเยี่ยนโจวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ฟังแล้วกล่าวเสริม “ไป๋จื่อมู่ออกจากจวนโหวนับเป็นเรื่องดี หากเขายังอยู่ที่นั่น นอกจากต้องทนแบกรับสถานะบุตรนอกไส้แล้ว ยังต้องทนกับการถูกสองน้องชายและคนสกุลหลี่ว์เพ่งเล็ง”
เพียงแต่อาการไม่ได้ดีขึ้นเลย ชิงอินที่เดิมก็ร่างกายผ่ายผอมจึงได้อ่อนแอลงยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดจึงได้ลองเสี่ยงกินยาลูกกลอนที่ซ่งรั่วเจินมอบให้มา
คาดไม่ถึงว่าหลังจากกินยาลูกกลอนเข้าไป ชิงอินก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ครานี้กินโจ๊กเข้าไปก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อย
ในดวงตาของลั่วชิงอินฉายแววสับสนขึ้นเสี้ยวหนึ่ง ต่อหน้ามารดาของตนแล้ว นางยังคงลังเลไม่กล้าจะเปิดปาก
นางย่อมรู้ดีว่าความรักครั้งก่อนทำมารดาตนเสียใจมากเพียงใด สองปีที่ผ่านมานี้ทุกครั้งที่เอ่ยถึงเรื่องการแต่งงานของนาง มารดาเป็นต้องอดรนทนไม่ไหวที่จะกล่าวโทษสกุลซ่ง
บัดนี้ยังเกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้นมาอีก หากนางยังคงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีก เกรงว่ามารดาจะต้องโกรธนางเป็นแน่แท้
เยี่ยนชิงอวี้มองดูท่าทีของบุตรสาวแล้วก็เดาความคิดของนางได้ในทันที พลางนึกถึงของบำรุงที่สกุลซ่งเตรียมมาเพื่อจะส่งให้ชิงอินบำรุงร่างกายโดยเฉพาะ
เมื่อครู่นางได้ถามยืนยันกับหมอดูแล้วว่าเป็นของชั้นเลิศที่หายากเป็นยิ่ง หากชิงอินได้กินเข้าไป ร่างกายจะต้องดีขึ้นได้แน่นอน เห็นได้ชัดว่าใส่ใจจริงใจมากเพียงใด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...