“นี่ยังจะโทษข้าอยู่อีกหรือ! ตอนนั้นความหมายของเจ้ามิใช่จะบอกว่าฉู่อ๋องฝ่าบาทตั้งใจมาหาเจ้าเองหรอกหรือ?”
เถียนเจียวเจียวถึงโกรธเสียจนหัวร่อ ท่าทางของถังเสวี่ยหนิงในตอนนั้นดูมาดมั่นมั่นใจในชัยชนะตนเป็นยิ่ง จนนางเข้าใจผิดไปเองว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนไม่ธรรมดา
หรือนางไม่ละอายแก่ใจบ้างเลยสักนิด?
นางถึงขั้นออกปากช่วยพูดแทนถังเสวี่ยหนิง ทั้งยังโดนฉู่อ๋องตำหนิด้วยเหตุนี้เอง!
“พอเถอะ ข้าก็แค่เผลอพูดไปเพียงเพราะโทโสครอบงำก็เท่านั้น เจ้าอย่าได้โกรธไปเลยนะ”
ถังเสวี่ยหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่จึงได้กดเก็บระงับความโกรธลงไป ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือดูว่าซ่งรั่วเจินคิดจะใช้เล่ห์กลไม้ใดอีก นางยังต้องมีเถียนเจียวเจียวคอยช่วยอยู่ด้วยกัน
ว่าพลางก็ถอดเอากำไลหยกบนข้อมือของตนยื่นให้ไป
“กำไลหยกวงนี้ถือเสียว่าเป็นคำขอโทษจากข้า พวกเราไปทายปริศนาโคมไฟด้วยกันเถิด!”
เถียนเจียวเจียวมองกำไลหยกตรงหน้า เป็นหยกคุณภาพดียิ่งนัก ก่อนนี้ยามที่ถังเสวี่ยหนิงสวมเอาไว้ก็ถูกตาต้องใจนางเสียแล้ว นึกไม่ถึงว่านางจะนำมามอบให้ตนเองเช่นนี้ได้ ความเคืองโกรธในใจก็พลันมลายหายไปสิ้น
ไม่นานนักซ่งรั่วเจินก็เดินทางมาถึงสถานที่คึกคักสำหรับทายปริศนาโคมไฟ
เมื่อกวาดสายตามองโดยรอบแล้ว ล้วนเรียงรายประดับประดาด้วยโคม ฝูงชนอุ่นหนาฝาคั่งอยู่กันยังที่แห่งนี้ เดินวนไปมาระหว่างโคมไฟต่างๆ คาดเดาคำตอบของปริศนาบนโคมไฟ
“ขอเพียงทายถูกสิบข้อ เขียนคำตอบแล้วนำส่งที่นั่น ก็จะได้ร่วมแข่งขันทายปริศนารอบที่สองแบบกลุ่มแย่งตอบแล้ว!”
สีหน้าฉู่มู่เหยาเต็มด้วยความตื่นเต้น นางคุ้นเคยกับสิ่งเช่นนี้เป็นที่สุด
ทุกครั้งที่มีการทายปริศนาโคมไฟนางก็ชมชอบที่จะเข้าร่วมอยู่เนืองๆ น่าเสียดายที่นางไม่ได้มีพรสวรรค์อันใดในการทายปริศนาโคมไฟ เสด็จพี่ห้าเองก็ช่วยอะไรไม่ได้
ครานี้ที่นางอยากชวนเสด็จพี่สามออกมาด้วย ก็เพราะเสด็จพี่สามเฉลียวฉลาดนั่นเอง จึงย่อมต้องทายถูกเป็นแน่!
“มาๆ ๆ เราสี่คนมาแข่งกันเถอะ!”
ฉู่มู่เหยายื่นกระดาษและพู่กันให้ทุกคนอย่างสนอกสนใจ “เขียนเสร็จแล้วเมื่อใดก็ส่งไปข้างหน้าได้เลย”
แม้ว่าฉู่จวินถิงจะไม่ได้สนใจการทายปริศนาโคมไฟนัก แต่เมื่อเห็นรอบยิ้มของซ่งรั่วเจิน ในใจก็พลอยรู้สึกดีตามไปด้วยหลายส่วน จึงตามมองดูปริศนาโคมไฟไปด้วยกัน
ฉู่อวิ๋นกุยที่เดิมคิดว่าจะได้ระบายความน่าเบื่อหน่ายนี้กับฉู่จวินถิง “...”
เขาจะถูกทอดทิ้งไว้เช่นนี้จริงๆ หรือ?
ถังเสวี่ยหนิงเห็นซ่งรั่วเจินเข้าทายปริศนาโคมไฟ แววตาก็ส่องทอขึ้นประกาย เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
“เสวี่ยหนิง เจ้าเป็นถึงสตรีปรีชาเลื่องชื่อแห่งเมืองหลวง ซ่งรั่วเจินย่อมมิอาจทายปริศนาโคมไฟได้ล้ำเกินกว่าเจ้าเป็นแน่”
“เจ้ามิลองหาทางคว้าชัยการทายปริศนาโคมไฟมาเล่า ฉู่อ๋องจะต้องมองเจ้าใหม่อย่างแน่นอน”
เถียนเจียวเจียวพลันเกิดความคิดขึ้นมาในใจ แม้ว่าซ่งรั่วเจินจะเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ในเมืองหลวง แต่ที่จริงตลอดหลายปีมานี้กลับปรากฏตัวน้อยครั้งนัก
ได้ยินมาว่านางมักช่วยดูแลกิจการของสกุลซ่ง ที่เรียนรู้ล้วนเป็นความรู้บริหารจัดการร้านค้า รับทอนและทำบัญชีเป็นส่วนใหญ่ ด้านโคลงฉันท์กายพ์กลอนย่อมไม่อาจเทียบกับเสวี่ยหนิงได้!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...