ณ สกุลฉิน
ฉินซวงซวงรออยู่นานจนกระทั่งบิดามารดาและฉินเซี่ยงเหิงกลับมาในที่สุด เร่งเอ่ยถาม “สถานการณ์เป็นเช่นไร? เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เป็นความคิดของอวิ๋นซีหว่าน เหตุใดจึงเดือดร้อนพวกเราได้เล่า?”
ใบหน้าฉินเซี่ยงเหิงยังมีรอยข่วนจากอวิ๋นซีหว่าน ยังไม่ต้องพูดว่ายามเผชิญหน้ากันที่ศาลาว่าการ มารดาของอวิ๋นซีหว่านเองก็ตีเขาอีกด้วย
เขาเป็นบัณฑิตคนหนึ่ง เพิ่งได้รับอันดับสามในการสอบฤดูใบไม้ผลิ ก็ถูกแม่ลูกคู่นี้ตบตีไปคนละรอบ แม้ว่าสุดท้ายกลับมาได้เพราะไม่มีหลักฐาน แต่กลับเสียหน้าไปจนหมดสิ้นแล้ว
“เจ้ากลับหนีเก่งยิ่งนัก หากเรื่องนี้มิใช่เจ้าพูดจาส่งเดชต่อหน้าอวิ๋นซีหว่าน ไฉนเลยข้าจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย?”
ฉินซวงซวงได้รู้ว่าศาลาว่าการตัดสินให้เรื่องนี้เป็นความผิดของอวิ๋นซีหว่าน เพียงว่ากล่าวตักเตือนฉินเซี่ยงเหิงหนึ่งรอบ ก็ปล่อยพวกเขากลับมาแล้ว นี่ถึงถอนหายใจโล่งอกเฮือกหนึ่ง
โชคดีครั้งนี้นางฉลาด เพียงชี้แนะอวิ๋นซีหว่าน จับตามองอยู่ทางด้านข้าง มิได้ลงมือด้วยตนเอง หาไม่แล้วครั้งนี้ต้องหนีไม่พ้นอย่างแน่นอน
“ข้าก็พูดคำเหล่านั้นจริงนั่นล่ะ แต่ข้าก็ทำเพราะหวังดีต่อท่านมิใช่หรือ? ใครให้อวิ๋นซีหว่านนางโง่คนนั้น ทำเรื่องเล็กแค่นี้ก็ไม่สำเร็จกันเล่า!” ฉินซวงซวงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ฉินเซี่ยงเหิงมีเพลิงโทสะเต็มท้อง “ความฝันของเจ้าสามารถล่วงรู้กาลข้างหน้าได้ไม่ใช่หรือ? พูดว่าข้าจะต้องได้อันดับหนึ่ง เหตุใดตอนนี้ข้าได้เพียงอันดับสามเล่า?”
ฉินซวงซวงกลับมาแล้วเดิมทีอยากเอาใจฉินเซี่ยงเหิง สร้างความสัมพันธ์อันดีภายในบ้าน บัดนี้ได้เห็นฉินเซี่ยงเหิงอ้าปากหุบปากล้วนคือถามไล่เรียงทั้งสิ้น เกิดโทสะขึ้นภายในใจอย่างอดไม่ได้
“ท่านมีความสามารถมากน้อยเพียงใดไม่รู้ตนเองเลยหรือ? ยังมีหน้าถามข้าอีกนะ!”
“เมื่อแรกหากมิใช่ข้าให้ท่านไปหาจ้าวซูหว่านเพื่อให้ไปขโมยเรียงความของซ่งอี้อัน เตือนท่านให้จำเรียงความ ยามถึงการสอบฤดูใบไม้ผลิจะต้องได้ใช้ประโยชน์ ท่านจะสามารถได้รับอันดับสามหรือไม่?”
ฉินซวงซวงยิ้มเย็น “เหตุใดข้าต้องเตือนอวิ๋นซูหว่านให้ขัดขวางอวิ๋นเฉิงเจ๋อมิให้เข้าร่วมการสอบฤดูใบไม้ผลิ ยังมิใช่เพราะความสามารถของท่านไม่พออีกหรือ?”
“ขอเพียงพวกเขาสองคนไม่สามารถเข้าร่วมการสอบได้ ท่านก็ได้อันดับหนึ่งแล้วมิใช่รึ?”
ฉินเซี่ยงเหิงโมโหมาก อยากตอบโต้กลับแต่ไม่ยอมรับไม่ได้ว่าฉินซวงซวงพูดได้ถูกต้องแล้ว
ฉินเจิงและกู้อวิ๋นเวยอ่อนล้าทั้งกายและใจ ด้วยฐานะของทั้งคู่ หลายปีมานี้อยู่อย่างไร้ความกังวลมาโดยตลอด
ใครคิดเล่าว่าระยะนี้มักเกิดเรื่องขึ้น เรื่องซวยเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้แต่ทางการก็ไปมาแล้วหลายครั้ง
“พอแล้ว เลิกโวยวายได้แล้ว!” ฉินเจิงตวาด “พวกเจ้าสองพี่น้องไม่มีใครสำรวมตน เกิดเรื่องมากเพียงนี้ยังไม่หยุดอีก!”
“พวกเจ้าเองก็โตแล้ว อย่าได้พูดส่งเดชเพราะเกิดโทสะอีก”
กู้อวิ๋นเวยส่งสัญญาณว่าจ้าวซูหว่านยังอยู่ด้านข้าง นางได้ยินคำนี้ล้วนไม่มีข้อดีอะไร
ฉินซวงซวงสองคนนี่ถึงดึงสติกลับมาได้ สำรวมตนหลายส่วน
“บัดนี้การแต่งงานของสกุลอวิ๋นก็ยกเลิกไปแล้ว ยังนับว่าล่วงเกินสกุลอวิ๋นอีกด้วย เรื่องสกุลเหยายังมิทันแก้ไข ก็ล่วงเกินสกุลอวิ๋นอีก ดูๆ พวกเจ้าทำเรื่องดีอันใดลงไป!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...