ซ่งเยี่ยนโจวเมื่อเห็นฉู่อ๋องเดินมาส่งซ่งรั่วเจิน ก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ทว่าความเปลี่ยนแปลงนี้จะไปในทิศทางที่ดีหรือร้ายนั้น เขาเองก็ไม่อาจตัดสินได้
เดิมฮองเฮาหมายตาบุตรีเสนาบดีไว้อยู่ก่อนแล้ว เกรงว่าจะไม่โปรดปรานน้องหญิงห้าของเขา ทว่าด้านไทเฮาภายในห้องทรงพระอักษรเมื่อครู่นี้นั้น นับว่าโปรดปรานน้องหญิงห้าอยู่มาก
“หัวหน้าราชองครักษ์บูรพาระดับสี่ ยินดีกับท่านเป็นยิ่งที่ได้กลับมารับตำแหน่ง” ฉู่จวินถิงกล่าว
ฟังคำแล้ว ใบหน้าของซ่งเยี่ยนโจวก็ประดับพรายด้วยรอยยิ้ม “ขอบพระทัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
เขาเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าจะยังมีโอกาสได้หวนคืนสู่ตำแหน่งอีกครั้งหนึ่ง ทว่า...ในใจเขารู้ดี ว่าอย่างไรก็อัมพาตมานานแล้ว ตำแหน่งของเขาย่อมไม่ขาดคนมาแทนที่
ถึงตอนนี้ จู่ๆ จะได้หวนกลับคืนมาก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ใครบางคนเกิดไม่พอใจ อยากจะทำให้ทุกคนยอมรับก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แต่เขาเชื่อว่าปัญหาอยู่ที่จะช้าหรือเร็วก็เท่านั้นสักวันจะต้องทำได้แน่
“ร่างกายของเจ้ายามนี้สมบูรณ์ดีแล้วหรือยัง? หรือยังจะต้องฟื้นฟูกันไปอีกระยะ?” ฉู่จวินถิงเอ่ยถาม
“ร่างกายของกระหม่อมดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ มิเช่นนั้นไม่เพียงแค่ท่านแม่เท่านั้น กระทั่งน้องหญิงห้าก็คงหัวชนฝามิยอมให้กระหม่อมหวนกลับมารับตำแหน่ง”
ซ่งเยี่ยนโจวเผยยิ้มบางเบา อาจเป็นเพราะก่อนนี้อาศัยใช้ชีวิตในสมรภูมิมากว่าสองปี เมื่อกลับมาแล้วจึงได้รู้สึกราวกับว่าอุปนิสัยใจคอของน้องหญิงห้าเปลี่ยนไปราวพลิกฝ่ามือ
ก่อนนี้เขามีแต่วาดหวังให้ตนลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเอง จึงแอบลองฝึกด้วยตนเองโดยไม่ได้ฟังคำของน้องหญิงห้า เมื่อถูกพบเข้าจึงถูกน้องหญิงห้าสั่งสอนเสียจนพูดไม่ออก ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่คำโต้เถียงสักคำยังไม่อาจหาญกล้าพูดออกไปได้
เขาจึงเพิ่งได้รู้ว่าที่จริงนางช่างหน้าเนื้อใจเสือโดยแท้ แม้ปกติน้องหญิงห้าจะดูนุ่มนวลอ่อนหวาน ทว่ายามใดโมโหขึ้นมาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
หลักๆ สำคัญก็คือ...ไม่เคยโต้เถียงชนะนางได้เลย
ฉู่จวินถิงมองไปยังซ่งรั่วเจิน รู้สึกแต่เพียงแม่นางตรงหน้าราวขุมทรัพย์ล้ำค่า ทุกครั้งทุกคราก็มักจะทำให้ผู้คนเกิดประหลาดใจขึ้นมาได้เสมอ
นางไม่เพียงเชี่ยวชาญศาสตร์ลี้ลับ กระทั่งฝีมือการแพทย์ก็ยังล้ำเลิศ แตกต่างไปจากซ่งรั่วเจินที่เขารู้จักราวกับเป็นคนละคน
“ไม่ผิด”
“ข้าขอร่วมด้วย” ซ่งเยี่ยนโจวตอบรับโดยไม่ลังเล แววตาอัดแน่นด้วยความซาบซึ้ง “ขอบพระทัยท่านอ๋องเป็นยิ่งที่ประทานโอกาสเช่นนี้แก่กระหม่อม”
จนเมื่อขึ้นรถม้าแล้ว ซ่งรั่วเจินจึงได้โอกาสเอ่ยถามถึงเหตุการณ์ในค่ายทหารเมื่อคืนวาน บัดนี้พี่ใหญ่ได้กลับมารับตำแหน่งเดิมของตนแล้ว พอดิบพอดีกับที่อยู่ภายใต้สังกัดการดูแลของฉู่อ๋อง
“พี่ใหญ่ เมื่อคืนวานเกิดอะไรขึ้นที่ค่ายทหารหรือ?”
“เรื่องนี้ข้าก็เพิ่งได้ยินได้ฟังเมื่อตอนเข้าวังแล้วนี้เอง สันเขาเฮยอวิ๋นที่เมืองเฉิงหนานมีโจรภูเขากลุ่มหนึ่งเข้าพำนัก ขบวนพ่อค้าที่เคลื่อนผ่านล้วนถูกดักปล้น อีกทั้งยังเหิมเกริมฉุดเอาตัวหญิงสาวไป”
“พอดีกับที่ค่ายทหารเฉิงหนานมีพลทหารอยู่หลายคนพักกลับไปเยี่ยมบิดามารดา เมื่อผ่านสันเขาเฮยอวิ๋นก็พบเหตุการณ์ปล้นสะดมเข้าจึงเกิดการปะทะของสองฝ่าย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...