ชวีคั่วกลับไม่อาจทนเห็นคนรักของตนถูกรังแกได้ จึงว่าให้ด้วยความโมโห “ซ่งรั่วเจิน เจ้ามีปัญหาอะไรก็มาชำระสะสางกับข้า เหตุใดจึงต้องรังแกแม่นางน้อยผู้หนึ่งด้วย?”
“ข้าจะบอกอะไรให้ ข้าและหยวนจื่อกำลังจะหมั้นหมาย สองตระกูลเจรจาวิวาห์กันดีแล้ว นางจะเคียงคู่ชิดใกล้กับข้ามากหน่อยแล้วเดือดร้อนผู้ใดกัน?”
“ต่อให้เจ้าจะริษยาเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ ไหนจะของพวกนี้ของเจ้าอีก แต่ไหนแต่ไรหยวนจื่อก็มิได้ขาดเหลือ!”
ว่าจบชวีคั่วก็ยิ้มเยาะอย่างได้ใจ ต่อให้ซ่งจิ่งเซินจะเก่งเรื่องการค้าแล้วอย่างไรกัน?
หยวนจื่อเป็นของเขา!
เคอหยวนจื่อไม่คาดคิดว่าชวีคั่วจะหุนหันพลันแล่นเอ่ยถ้อยคำที่ไม่ควรพูดที่สุดออกมาได้ง่ายดายเช่นนี้ จะมิเป็นการประกาศก้องต่อผู้คนเลยหรือว่าเรื่องก่อนหน้านี้ที่ซ่งรั่วเจินพูดล้วนเป็นความจริง?
เดิมทีนางยังคงคิดอยากจะเลือกอีกสักหน่อย ไม่ได้แน่วแน่ว่าจะต้องแต่งกับชวีคั่วเท่านั้น ทว่าเมื่อเกิดเรื่องเช่นวันนี้ขึ้นแล้วแม้ใจจะไม่อยากแต่งก็ไม่อาจปฏิเสธได้แล้ว!
“แปะๆ” ซ่งรั่วเจินปรบมือแสดงความยินดี “ที่แท้ทั้งสองก็เจรจาเรื่องวิวาห์กันมานานแล้วหรือ? เช่นนั้นก่อนนี้เหตุใดแม่นางเคอจึงมิได้บอกกล่าวกันให้ชัดเจนเล่า”
“หากรู้เช่นนี้แต่แรก งานรื่นเริงก็คงมิมีเรื่องราวเข้าใจผิดกันเช่นนี้ได้ เช่นนั้นของขวัญที่พี่สี่ให้ไปก็ยิ่งต้องคำนวณกันให้ชัดเจน แต่งออกไปแล้วจะได้มิเป็นปัญหาค้างคาถ่วงรั้งอนาคตของเจ้าจริงหรือไม่?”
เมิ่งชิ่นเองก็พยักหน้าตามด้วยความงุนงง “ก่อนหน้านี้แม่นางเคอคอยจ้องแต่จะโจมตีจิกกัดรั่วเจิน จนข้าเผลอคิดเสียด้วยซ้ำว่านางมีใจชอบพอซื่อจื่อ”
“ปากก็มีแท้ๆ มิหัดพูดกล่าวให้ชัดเจน สักแต่จะร้องไห้คร่ำครวญ ทำเอาคนเขาเข้าใจผิดกันไปใหญ่โต เดี๋ยวมีสัมพันธ์เดี๋ยวไร้สัมพันธ์อะไรกัน บอกมาชัดๆ เพียงว่าหมั้นหมายแล้วก็สิ้นเรื่องมิใช่หรือ?”
สีหน้าของหลิ่วหรูเยียนคล้ำหมองลงเล็กน้อย นางกล่าว “หยวนจื่อ ถือเสียว่าเห็นเจ้ามาแต่เล็กแต่น้อย บัดนี้เจ้ามีคู่ครองที่ดีแล้วพวกข้าก็ขออวยพรให้ด้วยความยินดียิ่ง”
“ระหว่างเจ้าและจิ่งเซินล้วนเป็นไปด้วยบริสุทธิ์ใจ ทุกสิ่งอย่างปล่อยวางเลิกแล้วต่อกันเสียเถิด ข้าเองก็จะมิให้มีผู้ใดมาทำร้ายทำลายชื่อเสียงเจ้า”
แม้คำพูดนี้เมื่อฟังดูแล้วจะคล้ายว่ากำลังปกป้องเคอหยวนจื่อ ทว่าประโยคนั้นกลับทำคนฟังใจสั่นระส่ำ นั่นหมายความว่า
“บ่อนทำลายวิวาห์ของผู้อื่นเป็นสิ่งที่มิอาจบังเกิดขึ้นได้เลย ที่ผ่านมาลูกเพียงหูตามืดมัวจึงได้ถูกตาต้องใจนางเข้า บัดนี้มิได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้วขอรับ”
ทว่าเมื่อซ่งจิ่งเซินพูดเอ่ยประโยคนี้ออกมาแล้ว หลิวหรูเยียน ซ่งอี้อัน จวบกระทั่งซ่งจืออวี้กลับรู้สึกถ้อยคำนี้ช่างคุ้นหูเป็นยิ่ง
เป็นถ้อยคำที่คล้ายจะเคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน
ทันใดนั้น ซ่งรั่วเจินก็พบว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมองมายังตัวนาง…
ซ่งรั่วเจิน “???” ช้างสารชนกันหญ้าแพรกจึงแหลกลาญไปด้วยงั้นหรือ?
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้อยคำนี้เป็นประโยคที่นางเคยได้พูดเอาไว้จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกับซ่งจิ่งเซินกันนะ?
หรือชาติที่แล้วจะตายอนาถเพราะเมารักเสียจนหัวปักหัวปำ นี่มิใช่ว่ากลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกันด้วยหรอกหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...