เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง นิยาย บท 384

ซ่งจิ่งเซินมองรายการยาวเหยียดตรงหน้าแล้วถึงกับงุนงงเป็นไก่ตาแตก อดพึมพำออกมาเบาๆ ไม่ได้

“มิใช่สิ ก่อนหน้านี้ข้าส่งของให้ไปตั้งมากมายถึงเพียงนี้เชียว? พวกท่านจะมิห้ามข้าหน่อยหรือ?”

สิ่งของบนรายการนั้นแทบจะไม่มีสักชิ้นที่เป็นเพียงของสามัญธรรมดา ทว่าล้วนเป็นของชั้นดีราคาแพงลิบเกือบทั้งสิ้น

เพียงนึกขึ้นมาว่าเขาเคยนำของชั้นเลิศเช่นนี้ไปส่งมอบให้เคอหยวนจื่อแล้ว อีกทั้งสีหน้าของฝ่ายตรงข้ามกลับยังหงิกงอฝืนใจรับ ก็เกิดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ก่อนนี้สมองเขาจะต้องทึบมากเป็นแน่จึงได้ทำเรื่องไร้ความคิดเช่นนั้นลงไปได้!

ซ่งจืออวี้ไม่ได้ปิดบังสีหน้าแสดงความเดียดฉันท์ “ว่าอย่างกับห้ามแล้วเจ้าจะฟังอย่างไรอย่างนั้น ก่อนนี้ข้าก็เคยพยายามห้ามเจ้าแล้ว เจ้าต่างหากเคียดแค้นเสียจนอยากจะตัดพี่ตัดน้องกับข้าเสียเต็มทน”

ซ่งจิ่งเซิน “...หรือก่อนนี้ข้าจะโดนคุณไสยเข้าจริงๆ?”

เมื่อคืนวานหลังจากกลับห้องไปแล้วเขาก็ยังคงนอนไม่หลับ ยิ่งคิดก็ยิ่งยากจะยอมรับว่าก่อนหน้านี้ตนได้กระทำเรื่องไร้ความคิดลงไปมากมายเพียงใด

ประกอบกิจการค้ามาก็นาน จะมากเล่ห์ร้อยเหลี่ยมอย่างไรก็ล้วนเคยพบเคยเห็น ลูกไม้ปากว่าตาขยิบก็ใช่ว่าจะไม่เคยพบเจอ กลับกันพบเห็นมานักต่อนักเสียด้วยซ้ำ!

ฝืนใจรับไว้อะไรกัน?

หากไม่ยินยอมรับไว้จริงๆ แล้วเล่าก็ ยังมีสารพัดสารพันวิธีการมากมายให้เลือกใช้ปฏิเสธ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อรับเอาของมีค่าไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้แล้ว ยังจะมือถือสากปากถือศีลโบ้ยว่าเป็นความต้องการของเขาแต่เพียงฝ่ายเดียวอีก!

เรื่องนี้หากเกิดขึ้นกับผู้อื่นแล้ว เขาคงได้ยกยอปอปั้นว่าแม่นางผู้นี้ลูกไม้ไม่เลวเสียจริงๆ ทว่าพอเป็นเรื่องของตัวเองเข้า เขาจะยังว่ากระไรได้?

ซ่งรั่วเจินมองดูท่าทีสับสนไม่รู้จะจับต้นชนปลายอย่างไรของซ่งจิ่งเซินแล้ว ก็พอจะเดาเหตุผลได้โดยคร่าว

เดิมทีสกุลซ่งก็ไม่ควรต้องมาตกอยู่ในสภาพเฉกเช่นก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ เสียก็แต่ผู้เขียนนิยายเล่มนี้ตั้งใจจะสร้างคู่ตรงข้ามให้กับฉินซวงซวง จึงได้ฝืนลดระดับสติปัญญาของตัวละครลงก็เท่านั้นเอง

บัดนี้ค่ายกลถูกทำลายลงแล้ว สถานการณ์ถึงเริ่มคลี่คลายขึ้นมาจนสกุลซ่งค่อยๆ ก้าวหน้าขึ้นได้ตามลำดับ ดังนั้นซ่งจิ่งเซินจึงได้หลุดพ้นออกจากเส้นเรื่องเดิมกลับคืนสู่สามัญธรรมดาที่ควรเป็นด้วยเช่นกัน

“สกุลเคอก็มิได้เป็นเช่นหลินเจียที่ล่มจมตกต่ำไร้สิ่งอื่นใดนอกจากบ้านเหลือให้อาศัย มีเหตุอันใดให้มิยอมคืนกัน?”

ซ่งจืออวี้เต็มด้วยความฉุนเคือง “คนหนึ่งก็แล้ว อีกคนก็แล้ว พากันจ้องแต่จะเอารัดเอาเปรียบของเราไปมิคืนกลับให้ เห็นว่าสกุลซ่งของพวกเราเสกเงินทองขึ้นมาหรืออย่างไร?”

ซ่งรั่วเจิน “...”

ซ่งจิ่งเซิน “...”

สองคนผู้ซึ่งเป็นต้นสายปลายเหตุต่างหันมองหน้ากัน ล้วนเป็นที่ตนเคยทำเรื่องโง่เงาเอาไว้ ยามนี้เมื่อพูดถึงขึ้นมาก็เกิดรู้สึกกระดากอายไม่กล้าสู้หน้าขึ้นมา

ซ่งจืออวี้ว่าจบจึงเพิ่งรู้ตัวว่าตนเผลอตีวัวกระทบคราดด่าว่าน้องสี่กระทบพาดพิงไปถึงน้องหญิงห้าเข้าให้แล้ว จึงรีบร้อนเอ่ยอธิบาย “น้องหญิงห้า ที่ข้าว่าคือน้องสี่ต่างหากเล่า เจ้าน่ะถูกคนเลวหลอกลวง ส่วนเขาน่ะทำเรื่องโง่เง่าด้วยตัวเองแท้ๆ!”

ซ่งจิ่งเซิน “...” เจ็บจี๊ดในใจเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง