แม้จะกล่าวได้ว่าชื่อเสียงป่นปี้ไปแล้ว แต่ผู้คนต่างรู้ดีว่าอย่างไรนางก็เป็นเหยื่อ ไม่ได้ถึงขั้นที่ต้องถูกรังเกียจเดียดฉันท์ราวหนูโสโครกบนท้องถนนเฉกเช่นทุกวันนี้
หลินจือเยว่เมื่อได้เห็นว่าซ่งจืออวี้เจ้าคนกำยำล่ำหนาผู้นั้นได้เป็นถึงราชองครักษ์หน้าพระที่นั่งขั้นสาม ก็อดพาลอิจฉาขึ้นมาไม่ได้
อยากจะเป็นราชองครักษ์หน้าพระที่นั่งนั้นไม่ได้ง่ายดาย และแม้จะได้เป็นจริงแล้วก็ต้องเริ่มจากการเป็นราชองครักษ์หลานหลิง ทว่าซ่งจืออวี้กลับข้ามขั้นขึ้นมาเป็นราชองครักษ์หน้าพระที่นั่งขั้นสามโดยตรงเลยเสียนี่
ยิ่งไปกว่านั้น ในวันนี้เขาก็ยังมีความดีความชอบจากการช่วยชีพองค์ชายเอาไว้ องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองเห็นในส่วนนี้ย่อมพิจารณาเลื่อนขั้นให้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความใส่ใจที่ฉู่จวินถิงมีต่อสกุลซ่ง
เขาแทบจะมั่นใจได้เลยว่า หนทางของซ่งจืออวี้ย่อมจะต้องราบรื่นไร้อุปสรรคขวากหนามใดขวางกั้น ทว่าวาสนาทั้งหมดทั้งมวลนี้เดิมทีควรจะเป็นของเขาต่างหากเล่า!
“จือเยว่ ซ่งรั่วเจินแย่งชิงวาสนาของเราไปเช่นนี้แล้ว ท่านก็ควรจะรู้ได้แล้วว่านางเป็นคนเช่นไร!” ฉินซวงซวงกล่าว
หลินจือเยว่ปรายตามองฉินซวงซวง ทั้งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยชอบพอนางมากมายขนาดนั้นแท้ๆ บัดนี้ความรู้สึกนั้นกลับมลายหายไปจนสิ้นแล้ว
“หากมิใช่เพราะเจ้าคอยแต่จะสร้างปัญหา มีหรือที่เราจะพลาดวาสนาเช่นนี้ไปได้...”
แม้ซ่งรั่วเจินอยากจะร่วมทางกับพวกเขาเพียงใด อย่างน้อยเขาก็ยังพอได้เข้าร่วมด้วยรวมถึงได้โอกาสแสดงฝีมือไปในคราวเดียวกัน ไม่ใช่ทำได้แต่เพียงอิจฉาเช่นที่เป็นอยู่นี้
“เป็นซ่งรั่วเจินต่างหากที่แย่งชิงวาสนาของเราไป ท่านคิดจะโยนความผิดทุกอย่างมาให้ข้าเช่นนั้นหรือ?”
“เห็นข้าถูกตบจนเต็มสองตาเช่นนั้นแล้ว แต่ท่านกลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง หากมิใช่เพราะท่าน ข้าก็คงไม่มีสิ่งใดต้องขุ่นข้องหมองใจกับนางเช่นกัน!”
“ท่านอย่าลืมเสียเล่า ว่าหากไม่มีข้าผู้นี้ ท่านคงมิรู้ด้วยซ้ำว่าจะมีวาสนาเช่นนี้อยู่ด้วย!”
ฉินซวงซวงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ใบหน้าที่เจ็บแสบเสียจนร้อนผ่าวของนางต้องทานทนต่อสายตาของผู้คนที่จับจ้องมาเดิมก็นักหนามากพอแล้ว หากไม่ใช่เพราะรอคอยเรื่องสนุกหลังจากนี้ นางคงจะกลับไปเสียตั้งนานแล้ว!
พลันฉินซวงซวงก็เหลือบหันไปเห็นซ่งรั่วเจินคล้ายจะกำลังมองมาทางพวกเขาพอดี นางจึงรีบร้อนยัดยาขี้ผึ้งกลับใส่มือของหลินจือเยว่ก่อนร้องออดอ้อน “ท่านช่วยข้าทายาให้ข้าทีสิ ข้าทาเองมิใคร่จะสะดวก”
หลินจือเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองตามสายตาของฉินซวงซวงไปพบซ่งรั่วเจินกำลังยิ้มหวานมองมายังพวกเขาอยู่พอดิบพอดี ก็รู้สึกแค่เพียงการทายากลับกลายเป็นเรื่องทรมานต่อเขาไปเสียถนัดตา
“หน้าของฉินซวงซวงก็บวมเสียจนมารดาของนางแทบจำไม่ได้อยู่แล้ว ยังจะมีแก่ใจมาออดอ้อนออเซาะกันแถวนี้อีกรึ?”
ซ่งจืออวี้อดทอดถอนใจออกมาไม่ได้ “หลินจือเยว่ก็ช่างมีพรสวรรค์เสียจริง รสนิยมจึงได้พิเศษตามไปด้วยเช่นนี้ หากเป็นคนสามัญธรรมดา เห็นทีจะนิยมชมชอบมิไหว”
“หากเปลี่ยนเป็นเจ้าแล้วละก็ ฮูหยินตนคบชู้สู่ชายจนถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้ว ยังจะกล้ำกลืนฝืนทนเป็นเต่าหดหัวอยู่ไหวไหม?”
“โชคเช่นนี้ นอกจากหลินจือเยว่แล้ว ใครเล่าจะรับมือได้ไหว?” ซ่งจิ่งเซินก็ยังคงปากคอเราะร้ายอยู่เช่นเคย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...