เมื่อถือเวลาประกาศผลสุดท้าย ก็พลันระเบิดเสียงฮือฮาดังขึ้นมากลางหมู่ฝูงชน
“อันดับหนึ่งได้แก่ฉู่อ๋อง!”
สิ้นเสียงประกาศ ผู้คนก็ต่างพากันเอ่ยชื่นชมไม่ขาดปาก ทว่าก็หาได้มีผู้ใดแปลกใจแม้แต่น้อย
“ฝีมือการขี่ม้าและยิงธนูของฉู่อ๋องตลอดมาก็ล้วนเหนือผู้ใด วันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตองค์ชายทั้งสองพระองค์ไว้ได้ อีกทั้งยังคว้าชัยได้อันดับหนึ่งมาครอบครอง สมกับที่ชื่อเสียงเลื่องลือเสียจริงๆ!”
“ได้ยินมาว่าสองคนที่หนีรอดไปได้ก็ฉู่อ๋องนั่นล่ะที่จับตัวเอาไว้ได้ เก่งกาจยิ่งนัก!”
โดยปกติแล้วฉู่จวินถิงไม่ได้ใส่ใจกับความสำเร็จในลักษณะนี้แม้แต่น้อย ทว่าขณะนั้นเอง สายตาของเขาพลันหันมองไปยังซ่งรั่วเจิน
ซ่งรั่วเจินเองก็หันไปมองฉู่อ๋องทันทีที่ได้ยินคำประกาศ เห็นแต่เพียงใบหน้าหล่อเหลาไม่เป็นสองรองใครของเขากำลังคลี่ยิ้มออกมาเจิดจ้าราวแสงอาทิตย์
ชั่วขณะนั้น เขาก็ดูคล้ายจะเปล่งประกายเสียยิ่งกว่าแสงอาทิตย์เสียอีก รอยยิ้มอบอุ่นของเขาแกมแฝงด้วยความไม่แยแสยี่หระ ยิ่งกว่านั้นยังเปี่ยมอิสระเสรีไม่ยึดติดอันเป็นเอกลักษณ์ของคนหนุ่ม
ทำเอาจังหวะเต้นของหัวใจใครหลายคนต่างสะดุดไปตามๆ กัน
ในฐานะอันดับหนึ่ง รางวัลที่ได้ก็ย่อมมากตามไปด้วยเป็นธรรมดา ทว่าในบรรดารางวัลมากมาย ผู้คนก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อสิ่งที่ฉู่อ๋องเลือกกลับเป็นเครื่องประดับศีรษะครบชุดหนึ่งชุด
ตัวเครื่องประดับศีรษะทั้งชุดทำด้วยทองแท้ สลักติดด้วยทับทิม งานฝีมือเรียกได้ว่าละเอียดลออ หาใช่สิ่งสามัญธรรมดาที่หาดูได้ทั่วไปไม่ ทว่าเป็นสิ่งล้ำค่าที่น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นสักครั้ง
เพียงได้มอง ทุกๆ คนก็ต่างรู้ดีว่ามูลค่าราคาของชิ้นนี้ไม่ธรรมดา
เพียงแต่ฉู่อ๋องกลับบรรจงเลือกของชิ้นนี้จากบรรดาของรางวัลมากมายทั้งหมด จึงนับได้ว่าเกินคาดหมายของผู้คนมากจริงๆ
“คุณหนูเจ้าคะ ชุดเครื่องประดับศีรษะนี้ มิใช่ชุดที่ก่อนนี้คุณหนูชมว่าสวยหรอกหรือ?”
ดวงตาเฉินเซียงฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด ก่อนหน้านี้รางวัลทั้งหมดก็ถูกจัดวางเอาไว้ด้านหน้าแล้ว เมื่อคุณหนูของนางได้เห็นเข้าก็รู้สึกว่าชุดเครื่องประดับศีรษะนี้งดงามมากจริงๆ
ทว่าด้วยความสูงค่ามากราคา จึงจะมีก็แต่เพียงผู้คว้าชัยได้อันดับหนึ่งเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง
แต่แล้วเมื่อฉู่อ๋องเลือกเครื่องประดับศีรษะชิ้นนี้เข้า ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาตั้งใจจะมอบให้คุณหนูของนางหรือเปล่า?
“ที่ข้าต้องการคว้าอันดับหนึ่งก็เป็นเพราะอยากมอบของขวัญให้กับเจ้า หากเจ้าไม่ชอบ อันดับหนึ่งนี้ของข้าก็ไร้ความหมาย”
เมื่อเห็นชายหนุ่มมีทีท่าว่าหากนางเพียงปริปากพูดไม่ชอบแม้แต่ประโยคคำเดียว เขาก็จะนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นที่นางชอบ ซ่งรั่วเจินจึงรีบรับเอาเครื่องประดับศีรษะชิ้นนั้นไว้
“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันชอบมาก”
บรรดาคุณหนูที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เมียงมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาอิจฉาริษยาที่ปิดบังไม่มิด
ก่อนนี้มีข่าวลือมากมายแพร่สะพัด ผู้คนก็หาได้เชื่อไม่ เพราะอย่างไรฉู่อ๋องก็มีนิสัยเย็นชา แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีคุณหนูผู้ใดเข้าตาต้องใจเขา
จนถึงคราวนี้เมื่อได้เป็นประจักษ์พยานด้วยสายตาตนแล้วเช่นนี้ พวกเขาถึงเพิ่งเข้าใจว่าฉู่อ๋องดีกับซ่งรั่วเจินมากเพียงใด
หากมิเช่นนั้นแล้ว เขาคงไม่แสดงออกกับซ่งรั่วเจินอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ได้
“รั่วเจินช่างโชคดีเกินไปแล้ว เช่นนี้มิใช่ว่าฉู่อ๋องต้องการประกาศก้องให้ทั้งใต้หล้ารู้กันเลยหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...