เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง นิยาย บท 504

สกุลซุน

หลิ่วเฟยเยี่ยนได้ยินคำพูดของซุนเยียนเอ๋อร์เข้า ดวงตาก็เต็มด้วยความคาดไม่ถึง

“เจ้าว่าอะไรนะ? ฉู่อ๋องมอบรางวัลที่ตนชนะเลิศการล่าสัตว์ให้ซ่งรั่วเจินต่อหน้าผู้คนเช่นนั้นหรือ?”

ซุนเยียนเอ๋อร์พยักหน้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดิ “ท่านแม่ ท่านว่าเหตุใดญาติผู้พี่จึงโชคดีเช่นนี้ได้เล่า? นางก็เพียงหญิงที่เคยถอนหมั้นหมายมาก่อน แต่กลับอาจหาญหมายใจฉู่อ๋องก็เท่านั้น!”

“ก่อนนี้ผู้คนต่างกล่าวกันว่าฉู่อ๋องสายตาเฉียบคม หญิงสาวทั่วไปล้วนไม่อาจเข้าตาเขาได้มิใช่หรือ? แล้วเหตุใดจึงมาถูกตาต้องใจญาติผู้พี่ได้เล่า?”

แรกเริ่มหลินจือเยว่ยังบอกนางว่าวันนี้จะเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้หวนผงาดอีกครั้ง ให้นางเตรียมตัวรอดูอยู่เลย

รอจนเขาหวนคืนสู่ตำแหน่งขุนนางอีกครั้งเมื่อใดแล้ว ก็จะรับนางเข้าจวนเป็นภรรยา ดังนั้นวันนี้กระทั่งพิธีล่าสัตว์นางก็ยังไม่ได้ไป ด้วยกลัวจะปะเข้ากับฉินซวงซวงจนเกิดปัญหา!

ใครเล่าไม่รู้ว่าหญิงเช่นฉินซวงซวงร้ายกาจหยาบช้าเพียงใด กลเม็ดที่ใช้เล่นงานผู้อื่นเรียกได้ว่าไม่ขาดสาย นางย่อมไม่ต้องการถูกเล่นงานเสียตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าจวน!

ใครจะคิดเล่าว่าหลินจือเยว่จะไม่เพียงไม่อาจผงาดได้อีกครั้ง กลับกันถูกฉินซวงซวงลากไปพัวพันเสียจนถูกนำส่งทางการ

ไม่เพียงเท่านั้น นางยังได้ยินข่าวว่าฉู่อ๋องแสดงความโปรดปรานชอบพอญาติผู้พี่ของตนอย่างออกนอกหน้า เพียงได้ยินก็ทำนางอิจฉาเสียจนแทบคลั่งอยู่แล้ว!

“แต่ครั้งก่อนที่ข้าจวนสกุลซ่งข้ายังเห็นฉู่อ๋องตำหนินางอยู่เลย ท่าทีเช่นนั้นมิได้คล้ายว่าจะชอบพอสักเท่าใดเลยมิใช่หรือ?”

เรือนคิ้วหลิ่วเฟยเยี่ยนขมวดมุ่น นางจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้อย่างแม่นยำ ยามฉู่อ๋องโกรธกริ้วน่ากลัวเสียจนนางเองยังไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ แต่บัดนี้กลับแสดงออกถึงท่าทีเปี่ยมไมตรีมันหมายความว่าอย่างไรแน่?

ซุนเยียนเอ๋อร์เหลือบตาอย่างหมดหวัง “จะหมายความเป็นอื่นใดได้อีกเล่า? ก็ต้องเป็นเพราะพวกเขาจงใจแสดงละครตบตาท่านแม่อย่างไรเล่า!”

“ท่านแม่ หมู่นี้พวกท่านป้าดูคล้ายจะเปลี่ยนไปไม่น้อย ไม่เหมือนก่อนนี้ที่พูดอะไรนางก็เชื่อก็ฟังไปเสียทุกอย่าง ลองคิดดูให้ดีเถิด ท่านแม่ไปเยี่ยมเยียนพวกเขาตั้งกี่ครั้งเคยได้สิ่งใดกลับมาบ้างหรือ?”

“สกุลซ่งมีกิจการมากมายเช่นนั้น เดิมก็เงินทองเป็นกอบเป็นกำมิมีขาดอยู่แล้ว บัดนี้ยังมีกิจการเพิ่มมาอีกอย่าง ข้าว่ายามท่านแม่กลับไปทวงสิทธิ์มิสู้ให้พวกเขายกร้านค้าให้เราเสียเลยเป็นอย่างไร?”

ซุนเยียนเอ๋อร์สองตาลุกวาว ก่อนนี้นางและหลินจือเยว่ก็เคยหารือกันมาก่อน ว่ากิจการร้านค้านี้ดีเสียจนทำคนอิจฉาตาร้อน

ขอเพียงได้กิจการงานนี้มาเป็นของตน พวกนางก็จะมีใช้ไม่ขาดมือแล้ว เสียก็แต่ยังขาดเหตุผลที่ฟังขึ้นเท่านั้น คาดไม่ถึงว่าจู่ๆ เหตุผลที่ว่าจะส่งตรงถึงมือรวดเร็วเช่นนี้

“ความคิดนี้ไม่เลวเลย เช่นนั้นพวกเราก็จะเอาร้านค้านี้นี่ละ!”

หลิ่วเฟยเยี่ยนก็มองว่าความคิดนี้ไม่เลวเช่นกัน แม้ว่าจะยังไม่เคยลองลิ้มชิมรสชาติด้วยตนเอง แต่ที่กิจการรุ่งเรืองได้เช่นนี้ก็ย่อมต้องมีดีอยู่กับตัวอยู่แล้ว!

นางก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดหลิ่วหรูเยียนจึงได้โชคดีถึงเพียงนี้ สกุลซ่งเดิมทีก็เจนจัดด้านการค้าขายอยู่แล้ว ก่อนนี้นางคิดว่าหากพี่เขยตายจากไปแล้วก็คงจะแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ใครจะคิดเล่าว่าเด็กๆ พวกนี้จะผลัดกันมีหน้ามีตาขึ้นทุกวัน ช่างน่าหงุดหงิดใจเสียเหลือเกิน!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง