หร่วนอวี้เฉิงมีสีหน้าจริงจัง ความรู้สึกขอบคุณของเขาไม่อาจใช้ถ้อยคำมาบรรยายได้เลย
“คุณชายหร่วนเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าสามารถช่วยเหลือได้ก็ยินดีนัก นอกจากนี้ ข้ายังรู้จักกับแม่นางหร่วน ช่วยเหลือเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว” ซ่งรั่วเจินกล่าว
เดิมนั้นซ่งรั่วเจินไม่นับว่าคุ้นเคยกับหร่วนอวี้เฉิงรวมถึงฉู่อ๋อง แต่ได้คุยกันสักพักก็รู้สึกว่าใกล้ชิดกว่าเดิมไม่น้อย
ฉู่อ๋องเดิมก็มีนิสัยน่าสนใจ เมื่อมาปะทะคารมกับหร่วนอวี้เฉิงก็ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่
“อวี้เฉิง เจ้าบอกว่ามีเรื่องจะพูดกับรั่วเจินไม่ใช่หรือ?” ฉู่จวินถิงกล่าว
เมื่อได้รับคำเตือน หร่วนอวี้เฉิงก็รีบพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้ากลับมาจากชายแดนคราวนี้ ได้ตรวจสอบพบข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับแม่ทัพซ่ง”
เมื่อวาจานั้นดังขึ้น ซ่งรั่วเจินก็นึกยินดี แม้แต่ฉู่อวิ๋นกุยที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าประหลาดใจ
“หลังจากใต้เท้าซ่งหายสาบสูญจากสนามรบครั้งนั้นก็ไร้ข่าวคราวเรื่อยมา รอมานานขนาดนี้ก็ยังตรวจไม่พบข่าวคราวใดๆ เจ้าคงไม่ได้พบเบาะแสเกี่ยวกับแม่ทัพซ่งแล้วหรอกนะ?”
ถ้าพบเบาะแสจริง นี่ย่อมเป็นข่าวดียิ่งสำหรับตระกูลซ่งอย่างไม่ต้องสงสัย!
เขาเข้าใจนิสัยหร่วนอวี้เฉิงดี หากเป็นข่าวไม่ดี คิดว่าจะต้องบอกซ่งเยี่ยนโจวอย่างแน่นอน ไม่มีทางเลือกบอกต่อแม่นางซ่ง
“ใต้เท้าซ่งอยู่ที่ใดกันแน่ ข้ายังสืบไม่พบ ยามนั้นเพียงได้ยินข่าวคราวบางอย่าง เนื่องจากมีภารกิจติดตัวจึงไม่อาจไปตรวจสอบโดยละเอียด”
“จากคำบอกเล่าของสายข่าวในตอนนั้น บอกว่ามีคนช่วยเหลือคนสองคนมาจากสมรภูมิ แต่สองคนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงรักษาตัวอยู่ในบ้านชาวนามาโดยตลอด”
“ข้ารู้สึกว่าหนึ่งในคนที่พวกเขาพูดคล้ายคลึงกับใต้เท้าซ่งอย่างมาก แต่เนื่องจากขาหัก กระดูกซี่โครงหักสองซี่จึงไม่สามารถขยับตัวได้”
“หากเป็นแม่ทัพซ่งจริง คิดว่าคงเป็นเพราะเหตุนี้จึงยังไม่กลับมาเสียที”
หร่วนอวี้เฉิงบอกเล่าข่าวคราวที่ได้ยินมาในตอนนั้นออกมาอย่างละเอียด ใต้เท้าซ่งเป็นบุคคลผู้ควรแก่การนับถือ เขาจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุนี้ หลังจากได้ยินข่าวนี้จากปากหร่วนอวี้เฉิง เขาจึงส่งคนไปตรวจสอบทันที ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ก็ต้องยืนยันเสียก่อน
หากเป็นแม่ทัพซ่งจริง นั่นย่อมดีที่สุด หากไม่ใช่ก็หาเป็นไรไม่
ซ่งรั่วเจินอึ้งไปเล็กน้อย หันไปสบกับสายตาจริงจังของชายหนุ่ม คิดไม่ถึงว่าเขาจะใส่ใจเรื่องของตนเองถึงเพียงนี้ ในใจรู้สึกอุ่นวาบ
“รบกวนท่านอ๋องแล้วเพคะ”
“นี่เป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว” ฉู่จวินถิงกล่าว นี่คือว่าที่พ่อตาของเขาเชียวนะ ย่อมต้องใส่ใจอยู่แล้ว!
ทว่าต่อหน้าพวกหร่วนอวี้เฉิง เขารู้ว่าหญิงสาวหน้าบางจึงไม่ได้พูดออกมา
แต่ซ่งรั่วเจินดูจากสีหน้าชายหนุ่มก็รู้แล้วว่าเขาอยากพูดอะไร ดวงตาสะท้อนความอ่อนใจออกมา แต่ก็หาได้โกรธไม่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...