ว่าพลาง ซ่งรั่วเจินก็ส่งกระดาษเขียนยันต์ในมือให้กับฉู่จวินถิง
หากนางเป็นผู้จุดเทียนเองก็เกรงว่าครั้นผลลัพธ์ปรากฏขึ้น สกุลหลิ่วก็ยังจะคิดหาหนทางมาปฏิเสธอยู่วันยังค่ำ แต่การให้ฉู่จวินถิงจุดเทียน ย่อมทำให้พวกเขาหุบปากสิ้นข้อสงสัย
เมื่อผู้คนได้ยินได้เห็นถึงการพิสูจน์สายเลือดที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้แล้ว ในดวงตาก็ค่อยๆ เปี่ยมเต็มด้วยความกระหายใคร่รู้
หลิ่วเฟยเยี่ยนจำยอมกรีดปลายนิ้วของตน นำเอาหยาดเลือดสดหยดลงบนกระดาษเขียนยันต์ด้วยความไม่เต็มใจ ตั้งแต่ได้รู้ว่าในเขตล่าสัตว์ของเชื้อพระวงศ์ซ่งรั่วเจินได้ใช้คำสัตย์สาบานเรียกทัณฑ์อัสนีลงมาฟาดฟันใส่คนพูดปดสองคนจนถึงแก่ชีวิตทั้งเป็น ในใจของนางก็อดหวาดผวาขึ้นมาไม่ได้
หญิงผู้นี้ช่างเป็นนางมารนางปิศาจโดยแท้!
ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดหลิ่วหรูเยียนจึงได้คลอดบุตรสาวเช่นนางออกมาได้ ทั้งยังเห็นประหนึ่งสมบัติล้ำค่า!
ไม่นานกระดาษเขียนยันต์ก็ถูกจุดขึ้นโดยฉู่จวินถิง ผู้คนต่างเป็นประจักษ์พยานกันโดยทั่วว่าเทียนไขทั้งสี่เล่มล้วนถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวลุกโชน เสียก็เพียงแต่กระดาษยันต์ที่ค่อยๆ มอดไหม้จนเหลือเพียงเถ้ากลับคล้ายมีพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงอยู่กับเปลวเทียน
จากนั้น ผู้คนทั้งหลายก็ต่างได้เห็นกับตาตนว่า เมื่อกระดาษเขียนยันต์ที่เปื้อนไปด้วยเลือดสดของนายหญิงหลิ่วและหลิ่วหรูเยียนต่างถูกเผาเสียจนวอดแล้ว เปลวเทียนก็มอดดับลงในพร้อมกันนั้นเอง
กลับกันเทียนสองเล่มที่เป็นตัวแทนของนายหญิงหลิ่วและหลิ่วเฟยเยี่ยนกลับยังคงลุกโชนสว่างไสวอยู่เช่นเดิม
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้เข้ากับตาตน ก็เกิดเสียงอุทานดังระงมไปกลางกลุ่มผู้คน ต่างคนต่างก็ล้วนเต็มเปี่ยมด้วยความตกตะลึง
“สวรรค์! ดับจริงๆ เสียด้วย! เช่นนี้ก็หมายความว่าซ่งฮูหยินมิใช่บุตรในไส้หรอกหรือ?”
“มิน่าเล่าหลายปีมานี้จึงได้ลำเอียงถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็เพราะมิใช่บุตรในไส้ของตนนี่เอง เช่นนั้นทั้งหมดที่เป็นก็พอเข้าใจได้แล้ว!”
“หากคิดดูให้ดี ที่จริงซ่งฮูหยินก็มิได้มีเค้าละม้ายคล้ายคลึงกับคนสกุลหลิ่วแม้แต่น้อย ซ่งฮูหยินออกจะงดงามโดดเด่นยิ่งกว่าคนในครอบครัวเช่นนั้น หลิ่วหรูเยียนเสียอีกที่ดูจะเหมือนเสียยิ่งกว่า”
เหล่าผู้คนที่ได้พินิจพิเคราะห์ใบหน้าของหลิ่วหรูเยียนและผู้เกี่ยวข้องด้วยความตั้งใจแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งมั่นใจว่าไม่ใช่คนสายเลือดเดียวกันอย่างแน่นอน
นายหญิงหลิ่วชี้นิ้วไปยังซ่งรั่วเจิน ก่อนกล่าวด้วยความเคียดแค้น “ไยเจ้าจึงอกตัญญูได้ถึงเพียงนี้! เพียงเพราะทรัพย์สมบัติเพียงเล็กน้อย สัมพันธ์ฉันญาติมิตรก็ตัดได้ลงเช่นนี้เชียวหรือ?”
“ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่ว เมื่อครู่คุณหนูซ่งก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถนัดชัดเจนแล้วว่ามิได้เล่นกลลูกไม้ใด ไหนเลยจะเป็นการตุกติกไปได้?”
เมื่อกลุ่มคนสกุลกู้มาถึงก็ได้พบภาพเห็นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายนี้เข้าพอพอดี พวกเขาต่างไม่ได้ส่งเสียงใดเป็นการรบกวน นอกเสียจากยืนนิ่งเงียบอยู่ท่ามกลางฝูงชนคอยมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดต่อไปอย่างเงียบๆ
จนกระทั่งนายหญิงหลิ่วเริ่มโหวกเหวกโวยวายถามหาเอาคำตอบจากซ่งรั่วเจิน ในตอนนั้นกู้ชิงเหยี่ยนจึงเอ่ยปากขึ้นมาบ้าง
“ย่อมต้องเป็นกลอุบายเป็นแน่!” นายหญิงหลิ่วแผดเสียงลั่น ทว่าทันทีที่เห็นกู้ชิงเหยี่ยนใบหน้าก็พลันถอดสี
ซ่งรั่วเจินกลับยังคงท่าทีผ่อนคลายสบายอารมณ์ “เช่นนั้นไยท่านยายไม่ลองตั้งสัตย์สาบานดูเล่า? หากตั้งสัตย์สาบานแล้วยังมีชีวิตรอด เช่นนั้นทุกคนก็ย่อมต้องเชื่อท่านเป็นแน่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...