ยิ่งคนสกุลหลิ่วนำความจริงออกบิดเบือนเช่นนี้ ผู้คนรอบข้างก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง
หลิ่วหรูเยียนมิใช่บุตรในไส้ ดังนั้นที่สกุลหลิ่วลำเอียงก็นับว่าเข้าใจได้ ยิ่งเมื่อเปลี่ยนเป็นครอบครัวอื่นแล้ว ความลำเอียงเช่นนี้เรียกได้ว่ามิอาจหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว
แม้จะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ยังยากจะปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันได้ นับประสาอะไรกับเด็กที่มิใช่สายเลือดเดียวกัน
หากหลิ่วหรูเยียนเป็นเพียงบุตรของบ่าวรับใช้ เมื่อถูกสับเปลี่ยนให้มาเสวยสุขเป็นคุณหนูในจวน ก็นับว่าโชคมหาศาลหล่นทับนางแล้ว!
“หากว่ากันตามนี้ หลิ่วหรูเยียนก็ติดค้างบุญคุณสกุลหลิ่วอยู่เช่นกัน ต่อให้ต้องชดใช้ด้วยทรัพย์สินมากหน่อยก็เป็นการสมควรแล้ว มิเช่นนั้นจะมีวาสนาได้เป็นถึงคุณหนูผู้สูงศักดิ์หรือ?”
“บุตรสาวแท้ๆ ของสกุลหลิ่วบัดนี้ก็ไม่รู้ไปอยู่แห่งหนใด ทว่าสกุลหลิ่วรู้ความจริงนี้แล้วยังคงเก็บงำไว้มิยอมปริปาก ก็มิใช่ว่าใจคอกว้างขวางมากแล้วหรือ?”
กระแสความคิดเริ่มโน้มเอียงไปอีกทาง คนรอบข้างต่างพูดกันไปต่างๆ นานา บ้างเริ่มเข้าอกเข้าใจถึงความใจคอคับแคบแล้งน้ำใจของสกุลหลิ่ว
ต่งฮูหยินและจางเหวินที่มองดูเหตุการณ์มีหรือจะอดรนทนฟังได้?
“หากมิใช่บุตรในไส้ ไยไม่รีบแจงเสียตั้งแต่แรกเล่า ปากพร่ำแต่เพียงว่าหลิ่วหรูเยียนนั้นโชคดีแล้ว ใครเล่าจะรู้ว่าชาติกำเนิดของนางอาจดีเสียยิ่งกว่าก็เป็นได้ แต่กลับต้องมาตกระกำลำบากในสกุลเจ้า!”
จางเหวินกล่าวเกรี้ยวกราดเสียจนไม่ได้แยแสข้อเท็จจริงนอกจากพูดไปตามอารมณ์ อย่างไรตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ชัดว่าบิดามารดาที่แท้จริงของหลิ่วหรูเยียนเป็นใคร จึงเท่ากับพูดลอยๆ ทั้งสิ้น
แต่กลับไม่รู้เลยว่า คำพูดของนางกลับตรงความจริงเข้าแล้ว
ที่จริงหลิ่วหรูเยียนก็นึกสงสัยอยู่บ่อยครั้งว่าบิดามารดาที่แท้จริงของนางเป็นใคร เหตุใดนางจึงได้เติบโตขึ้นในสกุลหลิ่ว
นางเคยไต่ถามจากบ่าวไพร่สกุลหลิ่วมาบ้าง ได้ความว่าเป็นจริงที่ยามนั้นหลิ่วฮูหยินตั้งครรภ์อยู่ถึงสิบเดือน อีกทั้งยังคลอดทารกหญิงผู้หนึ่งออกมา ดังนั้น...ก็ต้องเป็นไปได้ว่านางกับทารกหญิงผู้นั้นถูกสับเปลี่ยนตัวกัน
หรือนางจะเป็นบุตรของบ่าวรับใช้ที่กลัวว่านางจะลำบาก จึงจงใจสับเปลี่ยนนางกับคุณหนูสกุลหลิ่วเข้า?
เป็นแค่แม่นางจิตใจดีผู้หนึ่งก็เท่านั้นเอง
“ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่ว ถึงท่านจะมีทุกข์ในใจมากมาย แต่ตลอดหลายปีมานี้ซ่งฮูหยินหาได้รู้เห็นความจริงใด สิ่งที่นางรับรู้มาตลอดก็มีแต่ความลำเอียงและการบีบคั้นจากคนในครอบครัวก็เท่านั้น”
“ในเมื่อท่านน้อยเนื้อต่ำใจนักไยไม่ปริปากบอกความจริงออกมาแต่แรกเลยเล่า เช่นนี้นางจะได้มิต้องขุ่นข้องหมองใจ อีกทั้งคงมิต้องทุ่มเทสุดกำลังเพียงเพื่อใกล้ชิดพวกท่าน ทั้งที่รู้ดีว่าต้องแบกรับความเกลียดชังจากพวกท่านไว้เช่นนี้”
“พวกท่านทุกข์ แต่สำหรับเด็กที่ไม่รู้อันใดเลยเช่นนาง การถูกปิดบังความจริงมาตลอดเช่นนี้ไม่นับว่าเป็นความทุกข์หรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กล่าวขึ้น
ราชครูกู้ก็หันมองไปยังใต้เท้าหลิ่วเช่นกัน “ในเมื่อมีความคับข้องใจอยู่ในใจ ก็ควรพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา ไยต้องแสร้งใจกว้างให้ตนเองช้ำอีกทั้งยังทำผู้อื่นลำบากใจ”
“ใต้เท้าหลิ่ว ท่านเองก็ควรทบทวนตนเองให้ดี”
ซ่งรั่วเจินมองดูฝีมือการแสดงอันแสนช่ำชองของคนสกุลหลิ่วแล้ว ได้แต่คิดในใจว่าพวกเขาช่างโง่เง่าเสียเหลือเกิน ในเมื่อนางพิสูจน์ได้แล้วว่าท่านแม่ไม่ใช่คนสกุลหลิ่ว มีหรือที่จะคำนวณไม่ได้ว่าบิดามารดาที่แท้จริงของท่านแม่เป็นใคร?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...