“เจ้าคิดว่าให้พวกเขาใช้ไปเสียเลยก็มิใช่เรื่องใหญ่ใช่หรือไม่?" ใบหน้ากู้ชิงซิวเรียบเฉย “เจ้าช่างใจกว้างในทรัพย์สินของผู้อื่นเสียเหลือเกิน!"
กู้ชิงเจ๋อเปิดปาก ทว่ากลับไม่รู้จะพูดสิ่งใด
หลิ่วหรูเยียนขยิบตาให้ซ่งรั่วเจินและคนอื่นๆ แม้จะกล่าวได้ว่าบัดนี้ได้นับญาติกันแล้ว แต่บุญคุณความแค้นของสกุลกู้นั้น พวกเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรก็รีบกลับไปก่อนเป็นการดี
เห็นมารดาขึ้นรถม้าไปแล้ว ซ่งรั่วเจินสังเกตเห็นว่าไม่ไกลออกไปมีเงาคุ้นตาร่างหนึ่งอยู่ ก็เข้าใจทันทีว่าก่อนหน้านี้ตนไม่ได้ตาฝาดไป ฉู่จวินถิงยังไม่ได้กลับไปจริงๆ
“พี่รอง พวกท่านกลับไปกับท่านแม่ก่อนเถิด ไว้ข้าค่อยตามไป” ซ่งรั่วเจินกล่าว
ซ่งอี้อันมองตามสายตาของซ่งรั่วเจินไป เห็นฉู่อ๋องอยู่ไม่ไกลก็เข้าใจในทันที
“ได้”
ซ่งรั่วเจินวิ่งเหยาะๆ ไปอยู่ตรงหน้าของฉู่จวินถิง ใบหน้าเล็กหมดจดงดงามของนางแฝงความประหลาดใจ
“ท่านอ๋องมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ?”
“เป็นห่วงเจ้า” ฉู่จวินถิงตอบ
ดวงตาของชายหนุ่มคมลึก ใบหน้าน่ามองภายใต้แสงอาทิตย์อบอุ่นมากเป็นพิเศษ ถ้อยคำนี้ยิ่งแสดงออกถึงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง
ซ่งรั่วเจินชะงักไปเล็กน้อย นางรู้ว่าที่คราวนี้ฉู่จวินถิงไม่ยอมกลับไปก็เพราะเป็นห่วงนาง เพียงแต่เมื่อได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อมเช่นนี้ ใจของนางก็อดเต้นแรงไม่ได้
“กลางคืนอากาศเย็น เจ้าก็ไม่รู้จักสวมเสื้อผ้าให้มากสักหน่อย”
ฉู่จวินถิงมองนางอย่างจนใจไปปราดหนึ่ง พลางถอดผ้าคลุมกันลมของตนออกคลุมกายให้ซ่งรั่วเจิน
ผ้าคลุมกันลมมีไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มอยู่ เมื่อคลุมลงบนตัวก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่พรั่งพรู มาพร้อมกับกลิ่นเฉพาะตัวของเขา
นางก้มศีรษะลง มองดูมือเรียวยาวเส้นกระดูกชัดเจนของเขาผูกปมที่คอเสื้อให้นาง
มือของเขางดงามนัก กระดูกข้อต่อเรียงตัวชัดเจน นิ้วเรียวยาว เล็บมือสะอาดสะอ้าน ทั้งที่เป็นการเคลื่อนไหวสุดแสนธรรมดาก็กลับแฝงความงามต้องห้ามที่ทำให้ผู้คนเผลอมองจนลืมตัว
“ว่าไปแล้วก็บังเอิญนัก วันนี้เรื่องที่สกุลหลิ่วสับเปลี่ยนตัวเด็กถูกเปิดโปง ทุกอย่างล้วนเป็นแผนร้ายของสกุลหลิ่ว”
“เดิมทีสกุลกู้ก็เป็นผู้เสียหาย ยิ่งกว่านั้นการไม่ได้ระแวดระวังคนในครอบครัวก็เป็นธรรมดาของมนุษย์อยู่แล้ว”
“พรุ่งนี้ข้าจะช่วยพูดขอความเห็นใจให้ คงจะไม่มีปัญหาใหญ่อันใด”
ความรู้สึกของซ่งรั่วเจินที่เดิมมีซับซ้อนอยู่บ้าง เมื่อได้ยินคำพูดไม่กี่ประโยคจากฉู่จวินถิง ก็ค่อยๆ คลี่คลายลง นางอดกล่าวไม่ได้ “รบกวนท่านอีกแล้ว”
ฉู่จวินถิงหัวเราะเบาๆ แววตาเผยความเอ็นดู “ข้ากลับอยากให้เจ้ารบกวนข้าทุกเรื่องเสียด้วยซ้ำไป”
ซ่งรั่วเจินรู้สึกแต่เพียงตนแทบจะจมหายลงไปในแววตาคู่นั้นได้อยู่แล้ว จึงหลบสายตาไปด้วยความเก้อกระดาก ในใจกลับอาบเอิบไปด้วยความหวานซึ้ง
“ฟ้ามืดแล้ว ข้าจะส่งเจ้ากลับไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้เสร็จจากราชสำนักแล้วจะมาแจ้งข่าวเจ้าอีกที”
“ได้เพคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...