เมื่อฉู่จวินถิงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงและห้องทรงพระอักษรในวันนี้ออกมาแล้ว คนสกุลซ่งก็ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“สร้างคุณูปการชดเชยความผิด ถือว่าไร้ปัญหา สกุลหลิ่วและกู้อวิ๋นเวยล้วนได้รับบทลงโทษ นับว่าเยี่ยมทีเดียว” ซ่งเยี่ยนโจวยิ้มพลางกล่าว
ทุกคนพยักหน้าตามๆ กัน นึกถึงท่าทางยามปกติของคนสกุลหลิ่ว โดยเฉพาะนายท่านหลิ่วที่หมกมุ่นอยู่กับตำแหน่งขุนนาง ทว่าน่าเสียดายที่ตนเองความสามารถไม่พอ หลายปีมานี้จึงไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่ง
เมื่อครั้งซ่งหลินยังอยู่ นายท่านหลิ่วก็มักจะขอให้เขาช่วยเหลือ ซ่งหลินก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ ทว่าช่วยไม่ได้ที่นายท่านหลิ่วเดิมก็ขุนไม่ขึ้นอยู่แล้ว ลำพังรักษาตำแหน่งเดิมเอาไว้ก็ไม่ง่ายแล้ว
บัดนี้ถูกปลดจากตำแหน่งขุนนาง ทั้งยังไม่มีความช่วยเหลือจากสกุลซ่งอีกแล้ว อนาคตของสกุลหลิ่วก็เดาได้ไม่ยากแล้ว
นึกถึงสิ่งที่สกุลหลิ่วกระทำตลอดหลายปีมานี้ มีจุดจบระดับนี้เดิมทีก็เพราะหาเรื่องใส่ตัว ส่วนกู้อวิ๋นเวยที่กล้าขโมยป้ายทองละเว้นโทษตาย แต่เดิมก็เป็นหนทางตายอยู่แล้ว
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่แจ้งข่าวนี้แก่พวกเราเพคะ”
สีหน้าหลิ่วหรูเยียนประดับยิ้ม แม้ฉู่จวินถิงจะไม่ได้พูดอะไร แต่ใจนางรู้ดีว่าจะต้องเป็นฉู่อ๋องเป็นแน่ที่ช่วยขอความเมตตา
“ท่านป้าวางใจได้ อุทกภัยที่เจียงหนานครานี้ ข้าจะร่วมทางไปด้วยกันกับราชครูกู้”
ฟังคำแล้ว หลิ่วหรูเยียนก็สงบใจได้ ราชครูกู้อายุไม่น้อยแล้ว อุทกภัยที่เจียงหนานบัดนี้ยังคงล่าช้าไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนพลัดถิ่นไร้ที่อาศัย วันนี้ผู้ลี้ภัยนอกเมืองหลวงกลับมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้จะเป็นเพียงสตรีธรรมดา แต่อดีตครั้งเคยติดตามซ่งหลินก็เคยมีประสบการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาก่อน
ทุกครั้งที่ถึงเวลาเช่นนี้ ซ่งหลินก็มักอดโมโหไม่ได้ ทางราชสำนักจัดสรรงบประมาณลงไปแล้ว ว่ากันตามหลักแล้ว หากเงินเหล่านี้ล้วนตกถึงมือประชาชน คงจะไม่มีผู้ลี้ภัยปรากฏมากมายขนาดนี้ด้วยซ้ำ
เกรงว่าจะถูกตอดเล็กตอดน้อยเป็นทอด สุดท้ายที่ถึงมือประชาชนแทบจะเหลือไม่เท่าไร
ฝ่าบาทส่งราชครูกู้และฉู่อ๋องไปด้วยกัน การเดินทางครั้งนี้ย่อมไม่ง่ายดาย
“ท่านอ๋อง อุทกภัยในเจียงหนานร้ายแรงยิ่งนัก พวกท่านเดินทางต้องระมัดระวังให้มากนะเพคะ” หลิ่วหรูเยียนเอ่ย
อีกทั้งไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เลี้ยงหลิ่วหรูเยียนอย่างดีจนเติบใหญ่ ทั้งยังส่งตัวไปแต่งกับซ่งหลิน อย่างมากก็แค่ถูกโบยตีเท่านั้นเอง จะถึงขั้นทำให้นายท่านหลิ่วถูกปลดตำแหน่งขุนนางได้อย่างไร?
นายท่านหลิ่วเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน เขาเป็นขุนนางมาหลายปี เดิมก็ไม่ง่าย ผนวกกับลูกชายก็ไม่เอาถ่าน
เข้าสอบเคอจวี่มาหลายปีล้วนไม่เคยสอบผ่าน
บัดนี้เขาคิดแต่จะรักษาตำแหน่งนี้เอาไว้อย่างสงบเสงี่ยม ใครจะคิดเล่าว่าชั่วข้ามคืนจะถูกปลดตำแหน่งขุนนาง?
“ท่านพ่อ หากท่านถูกปลดตำแหน่งขุนนางแล้ว สกุลหลิ่วจะเป็นอย่างไรเล่า? จะให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ!”
สีหน้าหลิวเฟยเยี่ยนเต็มด้วยความหวาดกลัว ตั้งแต่ถูกจับเข้าคุกจนถึงตอนนี้นางก็ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเรื่องราวที่ปกติสุขจึงกลับตาลปัตรเช่นนี้
ทั้งๆ ที่เมื่อวานไปสกุลซ่งก็เพื่อให้หลิ่วหรูเยียนเปลี่ยนใจ กลับมาเป็นวัวเป็นม้าให้พวกเขาสกุลหลิ่วใช้ต่อไป แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นชาติกำเนิดของหลิ่วหรูเยียนถูกเปิดเผย และทุกคนก็ถูกจับมายังศาลาว่าการซุ่นเทียน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...