“คุณหนู รีบหนีไปเจ้าค่ะ!”
สองตาของเฉินเซียงแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือ รีบผลักไสซ่งรั่วเจินให้หนีไป
ซ่งรั่วเจินหันกลับมา เห็นสาวใช้ที่ตั้งมั่นคอยติดตามนางในยามนี้สีหน้าเต็มด้วยความเด็ดเดี่ยว ดวงตากลับแน่วแน่ยิ่งกว่า
เห็นได้ชัดว่านางเตรียมพร้อมที่จะสละชีพแล้ว
หัวใจของนางราวถูกค้อนทุบกระแทกอย่างแรง กล่าว “พวกมันมากมายเพียงนี้ หญิงสาวตัวคนเดียวเช่นเจ้าจะขัดขวางอะไรได้?”
“ขัดขวางได้เพียงชั่วขณะก็ชั่วขณะเจ้าค่ะ”
ในดวงตาของเฉินเซียงเปี่ยมด้วยความเสียใจ “ล้วนเป็นที่ข้าไร้ประโยชน์ ปกป้องคุณหนูไม่ได้ ท่านอ๋องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก ขอเพียงถ่วงเวลาไว้ได้สักหน่อย จะต้องตามมาทันแน่!”
“ยังไม่ถึงคราวต้องตาย อย่ากลัวไปเลย”
ซ่งรั่วเจินหยิบกระดาษเขียนยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง เพียงนางชูมือขึ้นก็เกิดไฟลุกวาบผ่าน เพียงชั่วพริบตากระดาษยันต์ก็เผาไหม้ ตามติดมาด้วยเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นด้านหลังของพวกนางในพริบตา
พร้อมกันนั้น นางหยิบยันต์อีกสองแผ่นติดลงบนกายของตนเองและเฉินเซียง
“ยันต์เร่งความเร็ว รีบไป!”
เฉินเซียงยังไม่ทันเข้าใจคำพูดของคุณหนูตนดี ก็รู้สึกถึงสองเท้าของตนที่มีลมพัดผ่าน ห้วงพลังที่ไม่เคยมีมาก่อนแผ่ซ่านจากสองเท้าขึ้นมา ตามติดมาด้วยร่างทั้งร่างที่พุ่งออกไปราวกับลมก็มิปาน
“กรี๊ด คุณหนู!”
เพราะความเร็วที่มากเกินไป เฉินเซียงยังควบคุมสองเท้าของตนในเวลาสั้นๆ ไม่ได้จนเกือบล้มคะมำลง
ซ่งรั่วเจินกลับคล้ายจะคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว จึงยื่นมือคว้าเฉินเซียงไว้ พุ่งตรงออกไปด้านนอกด้วยความรวดเร็ว
ไต้ซือเทียนจีเห็นกลวิธีของซ่งรั่วเจินกับตาตนเอง ดวงตาก็พลันเบิกกว้าง แฝงด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
“เป็นไปได้อย่างไร? นางกลับมีกลวิธีในตำนวนถึงระดับนี้!”
เขาเพียรศึกษาศาสตร์ลี้ลับมาเป็นเวลาหลายปี เชื่อมั่นว่าความสามารถในด้านนี้ของตนนั้นสามัญชนคนธรรมดายากจะเทียบเทียม จะมีก็แต่เมื่อมาถึงเมืองหลวงแล้วจึงได้ยินข่าวว่ากลวิธีของซ่งรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา
“คุณหนู! ประตูถูกปิดไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ!”
เฉินเซียงมองเห็นประตูใหญ่ของวัดอวิ๋นฉานถูกปิดสนิท สีหน้าก็ร้อนรน เกรงว่ารอจนพวกเขาเปิดประตูได้ ฝ่ายตรงข้ามจะไล่ตามมาทันเสียก่อน!
“แม่นางซ่ง นายของข้าเพียงต้องการเชิญเจ้าไปพบก็เท่านั้น ไม่ได้จะทำร้ายเจ้า ไยเจ้าต้องรีบร้อนจากไปถึงเพียงนี้ด้วย?”
ไต้ซือเทียนจีเร่งตามมาด้านหลังอย่างใกล้ชิด เสียงหอบหนักตามมา นึกไม่ถึงว่าความเร็วของยันต์เร่งความเร็วจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ กลุ่มคนที่มีวิชาตัวเบายังเกือบจะตามหญิงสาวทั้งสองไม่ทัน
ซ่งรั่วเจินจ้องมองประตูใหญ่ตรงหน้าที่ปิดสนิท ทอดถอนใจออกมาเสียงหนึ่งด้วยความจนใจ
นางค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาคู่สวยดำขลับดั่งน้ำหมึกฉายแววรำคาญใจ “นายของเจ้าคือผู้ใด?”
“ยอมไปกับพวกข้าแต่โดยดี เจ้าก็จะได้พบเอง”
ซ่งรั่วเจินหรี่ตาลงเล็กน้อย “ลำดับขั้นของเจ้าไม่ได้ต่ำต้อย กลับยอมเป็นมือเป็นเท้าให้ฝ่ายนั้นเรียกใช้ ที่ใช้ก็ยังมีแต่กลอุบายชั่วช้าปานนี้ ทำไมเล่า? ต้องการให้ข้าสมรู้ร่วมคิด ล่มหัวจมท้ายไปด้วยกันกับพวกเจ้าหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...