เมื่อซ่งรั่วเจินพูดจบ ฉู่เทียนเช่อก็เหลือบมองนางครู่หนึ่ง พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม “ที่นี่เป็นที่ที่สาวใช้อย่างเจ้ามีสิทธิ์กล่าววาจาได้งั้นหรือ?”
หลิงเชี่ยนเอ๋อร์เองก็มองพินิจซ่งรั่วเจินด้วยเช่นกัน สาวใช้นางนี้ช่างไร้มารยาทยิ่งนัก แม้แต่เรื่องแบบนี้ยังกล้าจะพูดสอด!
“สาวใช้เยี่ยงเจ้าไฉนเลยจะเข้าใจเรื่องแบบนี้ หากแม้นปรารถนาจะอวดภูมิ ก็ควรรู้จักกาลเทศะที่เหมาะสม”
น้ำเสียงโอหังแฝงด้วยความรังเกียจ ทว่ากลับมีความดูแคลนอยู่มากกว่านั้น ทำให้ซ่งรั่วเจินมั่นใจว่าท่าทีสงบเสงี่ยมไม่ต้องการชิงดีชิงเด่นกับผู้ใดก่อนหน้านี้ของหลิงเชี่ยนเอ๋อร์ ล้วนเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำ
เมื่อครู่นางมัวแต่ครุ่นคิดถึงสถานการณ์ของเมืองไห่เทียน จึงลืมไปว่าตนเองในยามนี้เป็นเพียงแค่สาวใช้นางหนึ่ง ไม่มีสิทธิ์กล่าววาจาใดให้มากความจริง ๆ
ฉู่จวินถิงปรายตามองหลิงเชี่ยนเอ๋อร์แวบหนึ่ง “ยามนี้เป็นเวลาแห่งการรับฟังและรวบรวมความคิดเห็น ทุกคนล้วนกำลังหาหนทางแก้ไข เหตุใดจึงต้องถือสาเรื่องพรรค์นี้?”
“จวินถิง ข้ารู้ว่าเจ้ามิใส่ใจเรื่องชนชั้นวรรณะมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่นางก็เป็นเพียงสาวใช้ไร้ปัญญานางหนึ่งเท่านั้น ไฉนเลยจะสามารถเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้?”
หลิงเชี่ยนเอ๋อร์ยังคงยิ้มดังเดิม ไม่ได้รู้สึกว่าจักมีสิ่งใดไม่สมควร “ข้าว่าที่เช่ออ๋องกล่าวมาก็มิเลวเลย ยามนี้มีชาวบ้านล้มตายเพราะความอดอยากมิน้อย สู้เราเปิดคลังแจกจ่ายเสบียงก่อน อย่างน้อยก็สามารถลดจำนวนผู้ตายได้บ้าง”
ราชครูกู้ปรายตามองหลิงเชี่ยนเอ๋อร์กับฉู่เทียนเช่อครู่หนึ่ง ทั้งสองคนกล่าววาจาเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ช่างเหมาะสมกันจริง ๆ
“ข้าจำได้ว่า แม่นางหลิงเดินทางมาครานี้ก็เพื่อตามหาคน เช่ออ๋องเองก็ติดตามแม่นางหลิงมาเช่นกัน เราควรไปสืบข่าวก่อนหรือไม่?”
สีหน้าของหลิงเชี่ยนเอ๋อร์พลันแปรเปลี่ยนไป นางรู้สึกเพียงว่าที่ราชครูกู้กล่าวเช่นนี้ก็เพื่อไล่ให้นางรีบออกไป ทว่าสีหน้าของราชครูกู้กลับแฝงด้วยความห่วงใย ทำให้นางอดมิได้ที่จะเริ่มคลางแคลงใจว่าตนเข้าใจผิดไปเองหรือไม่?
“ที่ราชครูกู้กล่าวมาก็ถูก ในวันนี้คุณชายใหญ่สกุลหลิงยังมามิถึงเมืองหลวง ยามนี้มาถึงที่เมืองผิงหยางแล้ว สู้ไปสืบข่าวก่อนจะดีกว่า”
“เสด็จพี่ทรงมีพระปรีชาเก่งกล้าเหนือผู้อื่น ข้าว่าเขามิเพียงแต่จะดูแลแม่นางหลิงได้ อีกทั้งยังช่วยตามหาคุณชายใหญ่สกุลหลิงได้อีกด้วย” ฉู่จวินถิงกล่าว
เมื่อทั้งสองจากไปแล้ว ฉู่จวินถิงจึงหันไปมองทางซ่งรั่วเจิน “เมื่อครู่เจ้าต้องการกล่าวสิ่งใด?”
ทุกคนต่างเบนสายตากลับมา พลันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ซ่งรั่วเจินคล้ายกับมีอะไรจะกล่าว แต่กลับถูกฉู่เทียนเช่อและหลิงเชี่ยนเอ๋อร์ขัดจังหวะเสียก่อน
“หม่อมฉันคิดว่าการเปิดคลังแจกจ่ายเสบียงย่อมเป็นทางแก้ไขทางหนึ่ง ทว่าบัดนี้จำนวนผู้ลี้ภัยมีไม่น้อย นอกจากเมืองไห่เทียนแล้ว คาดว่าสถานการณ์ของเมืองอื่น ๆ โดยรอบก็คงมิต่างกัน”
“เว้นเสียแต่พวกเราจะเดินทางไปทุกแห่ง บีบบังคับให้พ่อค้าผู้มั่งคั่งเปิดคลังแจกจ่ายเสบียง มิเช่นนั้น หากข่าวนี้แพร่ออกไป เมืองไห่เทียนก็จะเต็มไปด้วยผู้ประสบภัยในไม่ช้า เสบียงทั้งปวงจะถูกแย่งชิงไปจนหมด สุดท้ายสถานการณ์อาจไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าตอนนี้เท่าไรนัก ถึงขั้นเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม”
ซ่งรั่วเจินมีสายตาแน่วแน่ นางไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเรื่องเช่นนี้มากนัก แต่นางเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ดี
ดั่งเช่นเรื่องที่ถังเสวี่ยหนิงแจกซาลาเปาเนื้อก่อนหน้านี้ นางทำไปเพราะความหวังดีอย่างแท้จริง ทว่าความโลภของคนที่มิรู้จักพอ สุดท้ายความหวังดีกลับก่อให้เกิดเรื่องเลวร้าย นี่คือธรรมชาติของมนุษย์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...