แววตะลึงในความงามวาบผ่านดวงตาของหัวหน้าตระกูลสือ เขาเคยเห็นหญิงงามมาไม่น้อย แต่ยังไม่เคยเห็นแม่นางที่งามล่มเมืองเช่นนี้มาก่อนเลย
เรือนกายอรชร ผิวพรรณขาวผ่องยิ่งกว่าหิมะ เครื่องหน้าประณีตหยาดเยิ้ม ถึงตอนนี้จะตีหน้าเย็นชาแต่ก็พิลาสล้ำในแดนดิน ถ้ายิ้มออกมาไม่รู้ว่าจะยิ่งงามเลิศล้ำถึงปานไหน
โจวหลี่เห็นว่ายืมเงินไม่สำเร็จจึงเปลี่ยนมาใช้แผนคนงามอย่างนั้นรึ?
แต่ถ้าโจวหลี่สามารถกำนัลคนงามเช่นนี้ให้เขาได้จริงๆ เขาก็ไม่ถือสาที่จะนำข้าวสารมามากหน่อย
“โจวหลี่ เจ้าไม่มีปัญญาจัดการเอง ยามนี้พาแม่นางคนหนึ่งมาด้วย คิดจะยกให้ข้าอย่างนั้นรึ?”
โจวหลี่เห็นว่าหัวหน้าตระกูลสือถึงกับกล้าหมายตาซ่งรั่วเจิน แววเหลือเชื่อวาบผ่านดวงตา เขารีบกล่าวว่า “หัวหน้าตระกูลสือ ท่านพูดจาให้มันดีๆ หน่อย นี่คือลูกสาวของแม่ทัพซ่งนะ!”
แต่มือของซ่งจืออวี้เร็วกว่าโจวหลี่
“เพียะ!”
ฝักกระบี่ของซ่งจืออวี้ฟาดแสกกลางใบหน้าของหัวหน้าตระกูลสือ เสียงดังลั่นจนคนได้ยินใจสั่นสะท้าน รู้สึกว่าคงเจ็บมาก
“โอ๊ย!”
หัวหน้าตระกูลสือร้องลั่นพลางลูบปากตัวเอง ถูกฟาดจนเลือดไหล ถึงขั้นรู้สึกว่าฟันหน้าเริ่มคลอนเลยทีเดียว
แต่พอเขาสบกับสายตาเย็นชาดุดันของซ่งจืออวี้ก็ต้องเงียบเสียงไปทันที
แววตาเจ้าหนุ่มนี่เหมือนหมาป่าดุร้ายไม่มีผิด โทสะในนั้นชวนให้คนรู้สึกพรั่นพรึง เขาไม่กล้าหือด้วยเลยสักนิด
ซ่งจืออวี้โมโหจัด เจ้าคนไม่มีตานี่ถึงกับกล้าเพ้อพกถึงน้องสาวเขา อายุมากจนเป็นพ่อคนได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนังหน้าแก่ๆ ที่แสนอัปลักษณ์นั่นอีก ตีแสกหน้ายังถือว่าเป็นการเสริมความงามให้เจ้าหมอนี่เสียด้วยซ้ำ!
น้องหญิงห้าพูดไว้ไม่ผิดเลยสักนิด หลังจากนี้ยังมีเรื่องให้เขาโมโห บอกให้เขาไม่ต้องใช้ปาก ลงมือไปตรงๆ ก็พอ
หัวหน้าตระกูลสือก็คิดไม่ถึงว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือลูกสาวของแม่ทัพซ่ง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นปั้นยากสุดแสน แม้จะอัดอั้นใจแต่ก็ไม่กล้าพูดมาก
“ท่านไม่มีเวลา ท่านจะไปก็ได้”
ซ่งรั่วเจินเหลือบมองหัวหน้าตระกูลสืออย่างเฉยเมย ดวงตางามไม่กลบเกลื่อนความรังเกียจเลยสักนิด
“อายุปูนนี้แล้วยังไม่รู้จักพออีก ข้าขอเตือนท่านสักคำ ระวังจะดับคาอก”
สิ้นประโยคนั้น ทั่วบริเวณพลันตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนเริ่มจากมองหัวหน้าตระกูลสือด้วยแววตาเหลือเชื่อ ตามด้วยมองไปทางซ่งรั่วเจินอย่างตกใจ
แม่นางผู้นี้จะใจกล้าเกินไปแล้ว ถึงกับกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้!
ซ่งจืออวี้กับโจวหลี่ก็มีสีหน้าแข็งทื่อเช่นกัน แต่ซ่งรั่วเจินกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง “ข้าเป็นหมอ เตือนด้วยความหวังดี จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ท่าน”
ทุกคนจึงทราบว่าที่แท้ลูกสาวของแม่ทัพซ่งก็เป็นหมอนี่เอง มองปราดเดียวก็ดูปัญหาของหัวหน้าตระกูลสือออก ช่างร้ายกาจโดยแท้!
พวกเขาล้วนแต่เป็นคนเก่าคนแก่ในเมืองผิงหยาง ย่อมเคยได้ยินได้ฟังเรื่องของหัวหน้าตระกูลสือมาบ้าง โดยเฉพาะช่วงนี้ยังซื้อสมุนไพรเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพด้านนั้นไปไม่น้อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...