เมื่อเห็นกู้ฮวนเอ๋อร์ภาคภูมิใจเช่นนี้ ซ่งรั่วเจินและคนอื่น ๆ ก็อดมิได้ที่จะสงสัยใคร่รู้ ว่าของล้ำค่าที่ว่าคือสิ่งใดกันแน่?
“ผ่าม!”
กู้ฮวนเอ๋อร์เปิดกล่องผ้าไหมออกด้วยความตื่นเต้นยิ่ง แต่ทว่าหลังจากที่ทุกคนในงานเห็นของในกล่องผ้าไหมแล้ว ล้วนนิ่งงันไปทันที
เนื่องด้วยในกล่องนั้นมีเจ้าแม่กวนอิมประทานบุตรอยู่องค์หนึ่ง!
“แค่กๆ” ฉู่อวิ๋นกุยกระแอมครั้งหนึ่ง แต่ใบหน้ากลับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ สตรีที่เขาชอบนั้น ช่างเป็นคนที่ชาญฉลาดนัก!
ซ่งรั่วเจินพลันมองไปทางฉู่จวินถิงโดยไม่รู้ตัว ใบหน้ากลับเห่อแดงขึ้นมา
แววตาของฉู่จวินถิงปรากฏแววขบขันวาบผ่าน ของขวัญชิ้นนี้ช่างมีความหมายยิ่งนัก
กู้ฮวนเอ๋อร์เห็นว่าหลังจากที่ตนหยิบของขวัญออกมาแล้ว ทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบ จึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น ”นี่มันสีหน้าอะไรของพวกเจ้ากัน? หรือว่าไม่ดีงั้นหรือ?“
“เจ้าแม่กวนอิมประทานบุตรองค์นี้ ข้าไปกราบขอมาโดยเฉพาะ ผ่านพิธีปลุกเสก ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก!”
ซ่งรั่วเจิน “...”
หลายครั้งนางเองก็นับถือกู้ฮวนเอ๋อร์จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่อายุน้อยขนาดนี้ แต่ความคิดที่จะมอบของขวัญให้กลับเหมือนความคิดของผู้อาวุโสไม่มีผิด
อวิ๋นเนี่ยนชูที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ นางคิดว่าญาติผู้น้องของรั่วเจินผู้นี้ ช่างน่ารักเสียจริง
“ญาติผู้พี่ ท่านชอบหรือไม่?” กู้ฮวนเอ๋อร์ก้มใบหน้าเล็กลง ดูเสียใจไม่น้อย นี่เป็นของขวัญที่นางเลือกมาอย่างพิถีพิถันแท้ ๆ
ซ่งรั่วเจินตอบกลับ “ชอบสิ เหตุใดจะไม่ชอบเล่า?”
ฉู่จวินถิงหัวเราะเบา ๆ “คำอวยพรของแม่นางกู้นั้น พวกเราได้รับแล้ว”
ซ่งจืออวี้เดินผ่านมาทางด้านข้างพอดี เมื่อเห็นเจ้าแม่กวนอิประทานบุตรองค์นี้ ก็เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ญาติผู้น้อง เจ้าและป้าสะใภ้ช่างรู้ใจโดยไม่ต้องเอ่ยนัก ของขวัญที่มอบให้ต่างก็เป็นเจ้าแม่กวนอิม!”
กู้ฮวนเอ๋อร์ “???”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยหัวร่อกันอย่างเพลิดเพลินในเรือน ซ่งรั่วเจินก็สังเกตเห็นว่าอวิ๋นเนี่ยนชูกำลังเหม่อลอยอยู่ จึงอดมิได้ที่จะเอ่ยว่า
“เนี่ยนชู เจ้าเป็นอะไรไปหรือ? หรือว่าเพราะคุณชายอวิ๋น?”
ช่วงนี้เนี่ยนชูเองก็หาได้มีเรื่องอื่นให้รบกวนจิตใจไม่ เรื่องที่นางหนักใจที่สุดมาตลอดก็คือความสัมพันธ์ระหว่างนางกับอวิ๋นเฉิงเจ๋อ
แต่นางได้ยินมาว่า นับแต่ครั้งก่อนที่ลั่วหวยหลี่ออกไปชมละครด้วยกัน อวิ๋นเฉิงเจ๋อก็มิได้กลับเรือนอยู่พักหนึ่ง บัดนี้เห็นที…เกรงว่าจะมีความคืบหน้าใหม่แล้ว
อวิ๋นเนี่ยนชูมองไปยังเมิ่งชิ่นกับกู้ฮวนเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลัง ทั้งสองกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องราวขบขันที่เกิดขึ้น ตอนเมิ่งชิ่นกลับบ้านเดิม และหาได้สังเกตทางพวกนางไม่ นางจึงเอ่ยขึ้นว่า
“งานเทศกาลโคมไฟวันนั้น ญาติผู้พี่ชายดื่มสุราจนเมามาย แล้วพาข้าไปที่มุมหนึ่ง…”
อวิ๋นเนี่ยนชูกระดากอายเล็กน้อย นางไม่เคยเห็นญาติผู้พี่เป็นเช่นนั้นมาก่อนเลย
ที่ผ่านมา เมื่อญาติผู้พี่อยู่ต่อหน้านางก็จะสุภาพอ่อนโยน หนักแน่นมั่นคง และรู้จักยับยั้งตนตามหลักจารีต มีเพียงครั้งนี้เท่านั้น เขากลับจุมพิตนางโดยไม่กล่าวอันใดเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...