หลังจากสอบถามแล้วก็พบว่าที่นี่คือจวนของจูหงที่เป็นเจ้ากรมพระคลัง
บันทึกที่หล่างมู่บันทึกไว้ได้กล่าวถึงเส้นทางการส่งเบี้ยหวัดทหารจากกรมพระคลัง
ดูเหมือนว่าการสืบสวนครั้งนี้จะนำไปสู่การเปิดโปงจูหงแล้ว
แต่มิรู้ว่าเหตุใดจึงรีบเร่งให้นางมาที่แห่งนี้
ทหารเดินนำนางไปสู่ห้องลับในจวน
ปรากฏว่าฟู่เฉินหวนและแม่ทัพใหญ่ฉินอยู่ภายในห้องนั้น
เสียงสตรีร้องไห้คร่ำครวญแผ่วเบาแว่วมาจากเบื้องหลังฉากกั้นห้อง
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นเพคะ?” ลั่วชิงยวนเอ่ยถาม
ฟู่เฉินหวนอธิบายว่า “จูหง เจ้ากรมพระคลังได้อ้างว่าตนล้มป่วยมาสิบวันแล้ว เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการสมคบคิดกับพวกเผ่านอกด่าน ซึ่งเจ้าเองก็คงรู้ดีอยู่แล้ว”
ลั่วชิงยวนพยักหน้ารับ
ฟู่เฉินหวนกล่าวต่อ “แม่ทัพใหญ่ฉินได้สืบสวนมาถึงจวนตระกูลจู จึงทราบว่าจูหงหายตัวไปสิบวันแล้ว”
“เป็นคำบอกเล่าจากภรรยาของเขาเอง”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าพลางครุ่นคิด “ดังนั้นนับแต่ที่เขาอ้างว่าล้มป่วย เขาก็หายตัวไปแล้ว”
“คนในจวนมิได้รายงานกับทางการเลยหรือเพคะ? มิได้ส่งคนออกไปตามหาเลยหรือ?”
จากนั้นฟู่เฉินหวนก็หันไปมองคนที่อยู่เบื้องหลังฉากกั้นห้อง “เรื่องนั้นต้องถามฮูหยินจูดู”
เสียงสะอื้นของฮูหยินจูดังมาจากเบื้องหลังฉากกั้นห้อง “หม่อมฉันมิทราบเลยเพคะ หม่อมฉันมิรู้เรื่องอะไรเลย”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว นี่คือเหตุผลที่ฟู่เฉินหวนเชิญนางมาสินะ
“ฮูหยินจู จงสงบสติอารมณ์เสียก่อน เรามานั่งพูดคุยกันก่อนดีหรือไม่?”
“จูหงเกี่ยวข้องกับการร่วมมือกับศัตรูและทรยศต่อแผ่นดิน หากสอบสวนเรื่องนี้มิกระจ่างและหาตัวเขามิพบ ฮูหยินก็จะเดือดร้อนไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงมิได้”
“ท่านเพียงแค่ต้องบอกเล่าสิ่งที่ท่านทราบให้ข้าฟังก็พอแล้ว”
หลังจากลั่วชิงยวนปลอบโยน ฮูหยินจูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็รับคำ “เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ แต่ขอให้คนอื่นออกไปก่อนเถิด”
ลั่วชิงยวนพยักพเยิดให้ฟู่เฉินหวน
จากนั้นฟู่เฉินหวนและแม่ทัพใหญ่ฉินก็ออกไปจากห้อง
บรรดาหญิงรับใช้และทหารในห้องต่างก็ออกไปหมดเช่นกัน
ซ่งเชียนฉู่เข้ามาช่วยปิดประตูห้อง
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ค่อย ๆ เดินไปเบื้องหลังฉากกั้นห้อง
เมื่อเห็นคนเบื้องหน้าก็ต้องตกตะลึง
“ฮูหยินจูตรวจดูแล้วหรือยังว่าดื่มอะไรไป ได้ไปพบหมอหรือไม่?”
“แล้วชานั้นยังอยู่หรือไม่”
ฮูหยินจูส่ายหน้า
“ใครจะทนรับความทุกข์เช่นนี้ไหวเล่าเจ้าคะ ข้ามิได้คิดอะไรเลย พอคิดจะตรวจสอบอีกครั้ง ชานั้นก็ถูกสาวใช้เก็บไปแล้ว”
“ตอนนี้ตรวจสอบอะไรมิได้แล้ว”
“ช่วงนี้ข้ามิกล้าออกไปพบผู้คน ข้าไล่คนรับใช้ในจวนออกไปหมดแล้ว ข้ากลัวว่าพวกเขาจะเห็นสภาพของข้า”
“จนกระทั่งแม่ทัพใหญ่ฉินและท่านอ๋องเสด็จมาที่นี่...”
ลั่วชิงยวนมองฮูหยินจูอย่าพิจารณา กลิ่นอายบนร่างของนางแปลกประหลาดมาก
และสภาพเช่นนี้ดูมิเหมือนเป็นเพราะพิษเลย
“ฮูหยินจู ข้าจะตรวจชีพจรให้”
ฮูหยินจูยื่นข้อมือออกมาอย่างลำบากใจ
เมื่อลั่วชิงยวนตรวจชีพจรก็ต้องตกตะลึง
อาการนี้ชัดเจนว่าถูกดูดพลังชีวิตไป!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...