“องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งว่าการประลองยุทธ์ครั้งนี้ ต้องการให้ท่านอ๋องคัดเลือกผู้มีความสามารถ จึงอนุญาตให้ท่านอ๋องพาพระชายาทั้งสองไปชมการประลองได้พ่ะย่ะค่ะ!”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว
ฟู่เฉินหวนรับพระราชโองการมาดู แล้วพบว่าเป็นพระราชโองการจริง
จิ่นชูมองแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้องค์จักรพรรดิทรงรับสั่งให้ท่านอ๋องพาพระชายาทั้งสองไปด้วย เหตุใดจึงมิเห็นพระชายารองหรือเพคะ?”
ยามนี้ลั่วเยวี่ยอิงรู้ข่าวการประลองยุทธ์แล้ว นางส่งเสียงโวยวายอยากไปด้วยอยู่หน้าประตู “ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องเพคะ! พาหม่อมฉันไปด้วยเถิดเพคะ!”
จิ่นชูได้ยินเสียงนี้แล้วก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ท่านอ๋องอย่าลืมพระชายารองนะเพคะ”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “การประลองยุทธ์มิเกี่ยวกับนาง นางมิจำเป็นต้องไปก็ได้”
จิ่นชูถามด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นท่านอ๋องจะขัดต่อพระราชโองการหรือเพคะ?”
คำพูดนี้ทำให้ฟู่เฉินหวนจำต้องพาลั่วเยวี่ยอิงไปด้วย
เพราะสุดท้ายแล้วนั่นก็คือพระราชโองการ
มหาราชาจารย์เหยียนเพิ่งลาออก ตระกูลเหยียนกำลังตกต่ำ หากเขาขัดพระราชโองการในเวลานี้ก็จะดูเหมือนอวดดี มิเคารพองค์จักรพรรดิ
ฟู่เฉินหวนสบตากับลั่วชิงยวน ทั้งสองต่างก็รู้สึกว่าครั้งนี้ไทเฮาเหยียนต้องเล่นตุกติกแน่นอน!
“มิต้องกังวล ไม่มีอะไรหรอกเพคะ” ลั่วชิงยวนปลอบใจ
มินานลั่วเยวี่ยอิงก็ถูกปล่อยตัวออกมา นางรีบเข้ามาควงแขนฟู่เฉินหวน “ท่านอ๋องเพคะ ในที่สุดท่านก็ยอมพาหม่อมฉันไป หม่อมฉันเบื่อการอยู่ในตำหนักจะแย่แล้วเพคะ”
“งานประลองยุทธ์ครึกครื้นเช่นนี้จะลืมหม่อมฉันได้อย่างไร หม่อมฉันรู้ว่าท่านอ๋องดีกับหม่อมฉันที่สุด”
ฟู่เฉินหวนรังเกียจในใจ แต่พอคิดจะปฏิเสธก็เริ่มปวดศีรษะทันใด
จึงต้องทนพาลั่วเยวี่ยอิงขึ้นรถม้า
ลั่วชิงยวนมิได้โกรธ แต่ทนเห็นท่าทางน่ารังเกียจของลั่วเยวี่ยอิงมิได้ จึงนั่งรถม้าอีกคันมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดการประลองยุทธ์
ตอนนี้ใต้สังเวียนเต็มไปด้วยผู้คน
ผู้ที่นั่งบนที่นั่งสามชั้นล้วนเป็นเชื้อพระวงศ์ทั้งสิ้น
คนยังมามิครบ การประลองจึงยังมิเริ่ม
หลังที่นั่งเป็นสวนเล็ก ๆ ในสวนมีสระบัวใหญ่ มีคนมากมายกำลังดื่มชาพลางพูดคุยกันรอการประลองเริ่มขึ้น
พวกลั่วชิงยวนเดินเข้าไปในสวน
ลั่วเยวี่ยอิงดึงฟู่เฉินหวนไปนั่งบนเก้าอี้หิน มินานก็มีคนนำชามาให้
“อุกอาจยิ่งนัก”
แต่ก็มีบางคนพูดว่า “ตำแหน่งสูงส่งแค่ไหนก็สู้ความโปรดปรานของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการมิได้”
“ใครให้ลั่วเยวี่ยอิงเป็นที่รักของท่านอ๋องเล่า”
“พวกเจ้าลืมแล้วหรือ ก่อนหน้านี้ลั่วเยวี่ยอิงกับคนของตระกูลเหยียนเป็นเช่นนั้น ท่านอ๋องก็ยังยอมแต่งงานกับนาง”
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ นางเป็นแค่พระชายารองกลับอยู่เหนือพระชายาเอก ช่างมิธรรมดาเสียจริง!”
ตอนนี้ลั่วเยวี่ยอิงกำลังรุ่งโรจน์จริง ๆ
เมื่อนางได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แทนที่จะสำรวมมากขึ้นกลับยิ่งได้ใจ
“ข้าเริ่มหิวแล้ว พระชายา ไปหาของกินมาให้ข้าหน่อยสิ”
ลั่วชิงยวนอดทนลุกไปหาของว่างมาให้นาง
ลั่วเยวี่ยอิงควงแขนฟู่เฉินหวนยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านอ๋อง ท่านว่าในสระบัวนี้มีรากบัวหรือไม่? หม่อมฉันอยากเห็นยิ่งนักเพคะ”
นางพูดจบก็มองไปที่ลั่วชิงยวน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...