“หม่อมฉันมอบให้ท่านหรือเพคะ?” ลั่วชิงยวนแทบไม่อยากเชื่อเลย
ฟู่อวิ๋นโจวขมวดคิ้วแล้วมองนาง “มิใช่หรอกหรือ? เจ้าบอกให้ข้าซื้อภาพเขียนม้วนนั้นเอาไว้ บอกว่าเป็นของขวัญให้ข้าแล้วก็นัดให้ข้ามาเจอกันเมื่อคืนนี้ แต่ข้ารอคอยอยู่ทั้งคืน เจ้าก็ไม่มาสักที”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ นางก็รีบเอ่ยขึ้นมาว่า “มีคนวางกับดักเอาไว้!”
“องค์ชายห้า หม่อมฉันจักมอบภาพเขียนเช่นนี้ให้ท่านได้อย่างกันเพคะ?”
“ไม่สิ หม่อมฉันไม่มีทางเขียนภาพเช่นนี้เป็นอันขาด! นี่เท่ากับเป็นการยืนยันว่าพวกเราคบชู้กัน”
เมื่อฟู่อวิ๋นโจวได้ยินเช่นนี้เข้าก็รู้สึกตกตะลึง จากนั้นเขาก็ตระหนักถึงสิ่งที่เขาได้ทำผิดพลาดลงไป เขาขมวดคิ้วพลางรู้สึกผิดยิ่งนัก
“เดิมทีข้าเพียงคิดเก็บไว้กับตัวเอง ข้ารู้ว่ามิบังควรให้ผู้อื่นได้เห็นภาพเขียนม้วนนี้ แต่ก่อนที่ข้าจักทันได้ซ่อนเอาไว้ เสด็จพี่ก็เข้ามาเสียก่อนแล้ว”
“ข้าขอโทษที่ก่อเรื่องให้เจ้าอีกแล้ว”
“ข้ามันไร้ประโยชน์นัก ข้าทำอันใดมิได้เลย”
ฟู่อวิ๋นโจวรู้สึกผิดยิ่งนัก สีหน้าไร้สีเลือดและคราบโลหิตตรงริมฝีปากแสดงให้เห็นท่าทางอ่อนแอและอับจนหนทาง ชวนให้คนรู้สึกเจ็บปวด
ลั่วชิงยวนทนตำหนิไม่ไหวอีกต่อไปจึงได้แต่เอ่ยเตือนว่า “คราวหน้าท่านต้องระมัดระวังให้มากเพคะ มิหนำซ้ำต้องระมัดระวังเรื่องอันใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับตัวท่านและหม่อมฉันให้มากขึ้น”
“ยามที่ท่านพูดคุยกับฟู่เฉินหวนก็ค่อยอธิบายให้เขาฟังทีหลัง จากนั้นก็บอกให้เขาปล่อยท่านไป”
เมื่อเห็นว่าฟู่เฉินหวนยังคงโกรธจัด นางเกรงว่าการพยายามเกลี้ยกล่อมเขาอาจส่งผลในทางตรงกันข้ามได้ ดังนั้นให้ฟู่อวิ๋นโจวจัดการด้วยตนเองน่าจะดีกว่า
ฟู่อวิ๋นโจวผงกศีรษะ “ได้สิ”
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ไปหาฟู่เฉินหวนนั้น ฟู่เฉินหวนก็ทราบเรื่องที่พวกเขาอยู่ด้วยกันในคุกแล้ว
เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ก็โมโหจัด
ชั่วครู่ต่อมา องครักษ์ก็มาเปิดประตูคุกแล้วลากตัวฟู่อวิ๋นโจวออกไป
ลั่วชิงยวนตะลึงงัน เพราะนึกว่าพวกเขาจะปล่อยเขาไป แต่นางกลับเห็นพวกเขาลากตัวฟู่อวิ๋นโจวไปขังเอาไว้ในคุกน้ำ
น้ำไหลจากที่สูงรอบด้าน จากนั้นน้ำเย็นเฉียบก็ไหลลงมาบนศีรษะของฟู่อวิ๋นโจว ความหนาวเย็นที่ปะทะเข้าใส่ทำให้ฟู่อวิ๋นโจวตัวสั่นสะท้านยากจะควบคุม
ลั่วชิงยวนร้องอุทานขึ้นมา “หยุดนะ!”
“เขาคือองค์ชายห้า พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร…”
เขามองก้มมองนางพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า “ข้าโหดเหี้ยมกระนั้นหรือ? หากข้าโหดเหี้ยมล่ะก็ เจ้ายังจักยืนอยู่ตรงนี้แล้วพูดกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”
ก่อนหน้านี้ ลั่วชิงยวนอยู่ในคุกน้ำกับฟู่อวิ๋นโจว!
"ฟู่เฉินหวน ท่านต้องสังหารคนให้ได้ใช่หรือไม่? ใช่ว่าท่านมิล่วงรู้สภาพร่างกายขององค์ชายห้าสักหน่อย!”
ลั่วชิงยวนไม่อยากโต้เถียงกับเขาให้มากความนัก นางแค่อยากจะให้เขาปล่อยคนแต่โดยเร็วก็เท่านั้น
ทว่าฟู่เฉินหวนกลับโกรธจัด “ข้าไม่รู้ แต่เจ้ากลับรู้ชัดยิ่ง!”
“เหตุใดเล่า? เจ้ากำลังยอมรับเรื่องที่คบชู้ต่อหน้าข้าแล้วรึ?”
สายตาเย็นชาของฟู่เฉินหวนแผ่ความเหน็บหนาวเข้าสู่จิตใจคน
เมื่อลั่วชิงยวนถูกบีบคั้นเช่นนี้ โทสะก็ปะทุขึ้นในแววตาของนาง “ฟู่เฉินหวน ท่านป่วยหรือไรกัน? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าภาพเขียนม้วนนั้นมีเจตนาใส่ร้ายป้ายสี เรื่องที่พวกเราคบชู้กันมาจากที่ใดอีกเล่า?!”
นางรักษาระยะห่างจากฟู่อวิ๋นโจวมากพอแล้ว
“ใส่ร้ายป้ายสีรึ? เช่นนั้นบอกข้าทีว่าผู้ใดใส่ร้ายเขากันเล่า?!” สายตาของฟู่เฉินหวนฉายแววทิ่มแทง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...