ลั่วชิงยวนกำหมัดแน่นแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ท่านอ๋อง ท่านยังต้องถามอีกหรือ? แน่นอนว่าย่อมเป็นผู้ที่ท่านทะนุถนอมไว้กลางใจ!”
“นอกจากนางแล้ว ยังจะเป็นผู้ใดอีกเล่า?”
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนี้ เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมา
“อย่าได้พูดเรื่องเหลวไหลโดยไร้ซึ่งหลักฐาน!”
ลั่วชิงยวนยิ้มเยาะ “ต่อให้มีหลักฐาน ท่านอ๋องก็คงไม่เชื่อกระมัง”
“ยิ่งไปกว่านั้น ลำพังด้วยความสามารถของท่านอ๋องแล้ว การค้นหาหลักฐานและค้นหาตัวผู้ที่ปล่อยข่าวลือก็คงเป็นเรื่องยากกระมัง?”
ฟู่เฉินหวนสามารถปกป้องลั่วเยวี่ยอิงได้ ต่อให้เขาจะล่วงรู้ถึงสิ่งที่นางทำ เขาก็มิได้จัดการกับนาง
ลั่วชิงยวนทราบเรื่องนี้ดียิ่ง
ฟู่เฉินหวนโมโหเสียจนหน้าตาซีดขาว เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์อันเคลือบคลุมระหว่างนางกับฟู่อวิ๋นโจวจึงก่อให้เกิดเรื่องซุบซิบนินทามากมายปานนั้น
เมื่อข่าวมาถึงราชสำนัก ขุนนางทั้งหลายต่างพากันกล่าวโทษเขาแล้วแนะนำให้เขาจัดการเรื่องส่วนตัวให้ดีเสียก่อนที่จะมาจัดการเรื่องบ้านเมือง
เพราะเรื่องเสื่อมทรามที่ทำลายหน้าตาของราชวงศ์
พวกเขาจึงฉวยโอกาสนี้รวมหัวกันต่อต้านและกีดกันเขามิให้มีส่วนร่วมในเรื่องบ้านเมืองอีก
จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันมิให้เขาตามสืบคดีเงินบรรเทาทุกข์ที่สูญหายไป
จักรพรรดิทนรับแรงกดดันไม่ไหวอีกต่อไปจึงรับสั่งให้เขาจัดการเรื่องส่วนตัวให้เรียบร้อย ถึงเมื่อนั้นค่อยกลับเข้าราชสำนักอีกที
ตอนนี้เขาแค่มอบบทลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสั่งสอนฟู่อวิ๋นโจว แต่ลั่วชิงยวนกลับเอาแต่กดดันให้เขาปล่อยอีกฝ่ายไป
ทั้งคำพูดและการกระทำล้วนแล้วแต่ปกป้องฟู่อวิ๋นโจว
เรื่องนี้ยิ่งทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขากำหมัดแน่นพลางสะกดกลั้นโทสะ จากนั้นก็จ้องมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาคมกริบราวกับมีดเล่มหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ลั่วชิงยวน!”
“หากเจ้าคิดให้ข้าปล่อยฟู่อวิ๋นโจวไป ก็มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว!”
“รักษาลั่วไห่ผิง!”
นางไล่ตามฟู่เฉินหวนมาถึงลานเรือนแล้วเอ่ยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า “หากหม่อมฉันหาหลักฐานที่หม่อมฉันถูกใส่ความได้เล่า?”
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนฉายแววข่มขู่อยู่บ้าง อย่างไรเสีย คราวนี้ก็เป็นลั่วเยวี่ยอิงที่ก่อเรื่อง หากเริ่มสืบจากองค์ชายเจ็ดก็น่าจะพบที่มาของภาพเขียนได้
ทว่าฟู่เฉินหวนกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยมิได้ลังเลใจเลยสักนิด “ข้ามีเพียงเงื่อนไขเดียว เรื่องอื่นจงอย่าได้เอ่ยถึง”
โทสะพลันปะทุขึ้นในใจของลั่วชิงยวน เช่นนี้มิเท่ากับเขากำลังบอกว่าจะปกป้องลั่วเยวี่ยอิงอยู่หรือไร?!
“ท่านต้องปกป้องลั่วไห่ผิงให้ได้ใช่หรือไม่? เขาเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ท่านมหาราชครูต้องตายเชียวนะ!” ลั่วชิงยวนโกรธเสียจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ทว่าน้ำเสียงของฟู่เฉินหวนกลับสงบนิ่งนัก “เรื่องมันจบไปแล้ว”
“จบกระนั้นหรือ?" ลั่วชิงยวนหัวเราะอย่างขมขื่นใจ “ใช่สิ พอคนตายไปเสียก็จบเรื่องแล้ว”
ฟู่เฉินหวนมิได้ตอบคำแล้วเดินจากไป
ลั่วชิงยวนที่อยู่ข้างหลัง มองเงาร่างที่กำลังจากไปของเขาด้วยแววตาเยียบเย็น “ข้าตกลง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...