“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้ซุกซ่อนภาพเขียนเช่นนั้นเอาไว้เป็นการส่วนตัว?!”
“ฟู่อวิ๋นโจว เจ้าเป็นถึงองค์ชาย นอกจากเรื่องอิสตรีแล้ว เจ้ามีสิ่งอื่นใดอยู่ในใจบ้างหรือไม่?”
ฟู่เฉินหวนโมโหเสียจนออกแรงขยุ้มภาพเขียนจนเกิดรอยยับ
ดวงตาของฟู่อวิ๋นโจวพลันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีร้อนรนว่า “เสด็จพี่ ได้โปรดคืนภาพเขียนให้ข้าด้วย!”
“ฟู่อวิ๋นโจว เจ้าทราบหรือไม่ว่าตัวเองทำอันใดลงไป?!” ฟู่เฉินหวนร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
ฟู่อวิ๋นโจวหลุบตาลง ใบหน้าซีดขาวของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยสีหน้าไร้ชีวิตชีวา ร่างกายอันแสนเปราะบางคุกเข่าลงด้วยท่าทีสับสน
“เสด็จพี่ ข้าขอร้องท่านแล้ว ได้โปรดคืนภาพเขียนมาให้ข้า”
การกระทำเช่นนี้ทำให้โทสะแรงกล้าปะทุขึ้นในใจของฟู่เฉินหวน กระทั่งบดบังสติไปจนหมดสิ้น
“ขอร้องข้ากระนั้นหรือ? ฮะ!” เขาคว้าภาพเขียนมาฉีกทึ้งอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่นะ! เสด็จพี่! อย่า!” ฟู่อวิ๋นโจวร้อนใจคิดจะเข้าไปห้ามเขาไว้
แต่เขากลับทำอันใดมิได้เลย ได้แต่คุกเข่าลงพลางกุมชายอาภรณ์แล้วมองภาพเขียนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ อย่างอับจนหนทาง ดวงตาแดงก่ำและมีน้ำตาอยู่จาง ๆ
ราวกับสิ่งที่ทะนุถนอมถูกทำลายไป ชวนให้ดวงใจแตกสลาย
ทันใดนั้นก็กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
โลหิตกระเซ็นลงบนอาภรณ์ของฟู่เฉินหวนและภาพเขียนที่ฉีกขาด
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็ให้รู้สึกเป็นกังวล นางจึงรีบวิ่งเข้าไปนั่งลงแล้วจับชีพจรของฟู่อวิ๋นโจวทันที
ฟู่อวิ๋นโจวคว้าข้อมือของนางเอาไว้อย่างอ่อนแรง “ในที่สุดเจ้าก็มา…”
เขารอคอยนางมาทั้งคืน
แต่นางกลับมิได้ปรากฏตัวเลยตลอดทั้งราตรี
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว หลังจากจับชีพจรก็เอ่ยขึ้นมาว่า “อย่าเพิ่งพูดอันใดตอนนี้เลย กลับห้องไปนอนเสียเถอะเพคะ”
ในยามนี้ คำพูดของฟู่อวิ๋นโจวกับการกระทำของลั่วชิงยวนช่างบาดตาบาดใจฟู่เฉินหวนยิ่งนัก
พวกเขาห่วงใยกันราวกับหามีผู้ใดอยู่บริเวณนั้น มิหนำซ้ำยังพูดคุยกันโดยมิได้สนใจเขาแม้แต่น้อย!
ฟู่เฉินหวนพลันกำหมัดแน่น กระทั่งเส้นโลหิตตรงหน้าผากก็ปูดโปนออกมา
“ใครก็ได้! จับตัวองค์ชายห้าไปขังคุก!”
นางรีบไปที่คุกทันที
ฟู่อวิ๋นโจวที่ถูกขังเอาไว้ในคุกเย็นเฉียบ กำลังนั่งพิงประตูคุกอย่างอับจนหนทาง
ใบหน้าของเขาซีดขาว
จนกระทั่งเห็นลั่วชิงยวน เขาจึงแววตาเป็นประกายขึ้นมาบ้าง
“ชิงยวน ไฉนเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า? รีบออกไปเสีย” ฟู่อวิ๋นโจวกระวนกระวายมากเกินไปจนกระอักกระไอขึ้นมาอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วแล้วยื่นโอสถขวดหนึ่งให้เขา
“เสวยพระโอสถก่อนเถอะเพคะ”
ฟู่อวิ๋นโจวเทโอสถเม็ดออกมาแล้วกินเข้าไปด้วยท่าทีเชื่อฟังเป็นอย่างยิ่ง
ลั่วชิงยวนจึงตำหนิว่า “ท่านก็จริง ๆ เลยนะเพคะ เก็บภาพเขียนเช่นนั้นเอาไว้ได้อย่างไรกัน? ไม่ว่าท่านจักได้มันมาจากที่ใด ก็ควรจะทำลายทิ้งแต่โดยเร็วไวนะเพคะ”
เมื่อฟู่อวิ๋นโจวได้ยินเช่นนี้ เขาก็มองนางด้วยท่าทีตกตะลึง
“มิใช่เจ้ามอบภาพเขียนม้วนนั้นเป็นของขวัญให้ข้าหรอกหรือ…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...