ตรงชั้นล่าง ฟู่จิ่งหลีมิได้จัดการกับโม่เซียนอวี้เพราะนางบอกว่า ตราบใดที่ฉู่ลั่วอยู่ที่นี่นางก็จะอยู่ด้วย
ในที่สุด การประมูลก็จบลงก่อนเวลา
ลั่วชิงยวนเองก็ออกมาจากโรงเตี๊ยมเช่นเดียวกับผู้อื่น
หลังจากเดินออกมาแล้ว นางหยุดฝีเท้ายืนมองหอหลินชุน ป้ายหอหลินชุนถูกแทนที่ด้วยหอฝูเสวี่ย ในเวลาเพียงแค่วันเดียว ข่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วและมีลูกค้ามากมายมาเยือนที่นี่
ทว่ายังไม่ต้องรีบร้อน พวกเราต้องรอให้ข่าวแพร่สะพัดออกไปอีกและให้ผู้คนรู้จักหอฝูเสวี่ยมากขึ้น
ตกค่ำมืดดึกดื่น นางค่อยกลับมาที่ตำหนักอ๋อง
แต่ฟู่อวิ๋นโจวกลับรอคอยอยู่ในโรงเตี๊ยมตลอดทั้งคืน
สุดท้ายเขาก็รอคอยลั่วชิงยวนต่อมิไหวก่อนที่จะกลับไป
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
ข่าวที่องค์ชายห้ายอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อภาพเขียนม้วนหนึ่งก็แพร่สะพัดออกไป ภาพเขียนเปิดเผยความจริงเรื่องที่องค์ชายห้ากับพระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการคบชู้กัน
ข่าวลือแสลงหูทุกรูปแบบแพร่สะพัดไปทั่วโรงเตี๊ยม โรงน้ำชาและสถานที่ต่าง ๆ ที่มีผู้คนพลุกพล่าน
ทันทีที่ข่าวแพร่สะพัดออกไปก็เกินกว่าจะควบคุมเอาไว้ได้แล้ว
อย่างไรเสียก็มีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายห้ากับลั่วชิงยวนมานานแล้ว
ผู้คนที่เข้าร่วมงานประมูลขององค์ชายเจ็ดเมื่อคืนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้สูงศักดิ์ ประกอบกับข่าวลือจากภายนอกและพยานข้างเคียง ก็ดูเหมือนจะยืนยันเรื่องทที่องค์ชายห้ากับลั่วชิงยวนคบชู้กันได้แล้ว
หลังจากข่าวแพร่สะพัดไปได้วันหนึ่ง ลั่วชิงยวนก็ได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่เข้ามาในร้าน
“คนผู้นี้เป็นผู้ใดกัน? ถึงได้เจตนาปล่อยข่าวลือเพื่อใส่ร้ายป้ายสีท่าน!” หลังจากซ่งเชียนฉู่ได้ยินเรื่องนี้ก็โกรธจัด
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “นอกจากลั่วเยวี่ยอิงที่ใส่ความข้าเช่นนี้ ยังมีผู้ใดอีกเล่า?”
อย่างไรเสียก็มีไม่กี่คนที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของนาง
คราวที่แล้วการที่อีกฝ่ายต้องคุกเข่าอยู่หน้าตำหนักอ๋อง คงจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงลั่วเยวี่ยอิงมากทีเดียว ดังนั้นนางจึงได้แก้แค้นเช่นนี้
ตัวนางไม่หลงกล แต่นางก็ไม่อาจควบคุมมิให้ฟู่อวิ๋นโจวหลงกลได้
“จริงสิ ข้าได้ยินมาว่าลั่วไห่ผิงดูเหมือนใกล้จะตายแล้วนี่ เมื่อวานมีหมอหลายสิบคนเดินเข้า ๆ ออก ๆ จวนอัครเสนาบดี แต่พวกเขาต่างเอาแต่พูดว่าเขาหมดทางเยียวยาแล้ว”
ซ่งเชียนฉู่ได้ยินข่าวมาจากเฉินเซี่ยวหาน
ฟู่อวิ๋นโจวที่สีหน้าซีดขาวไร้สีเลือดยืนอยู่ในเรือนพลางรู้สึกอัปยศอดสูอยู่ในใจ เขากัดฟันพูดว่า “เสด็จพี่ อย่าได้รังแกผู้อื่นให้มากเกินไปนัก”
ฟู่เฉินหวนเอามือไพล่หลังพลางหรี่ตานิด ๆ แล้วมองเขาด้วยสายตาคมกริบ “เจ้าก็เอ่ยวาจาแข็งกร้าวได้ด้วยหรือนี่?”
“ช่างหาได้ยากนัก”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายาเย็นชาไร้ซึ่งความอบอุ่นใด ๆ
“เสด็จพี่! ช่วงนี้ข้ามิได้ติดต่อกับนางแล้ว เช่นนั้นยังมิพออีกหรือ?” ฟู่อวิ๋นโจวเอ่ยด้วยท่าทีร้อนรน
ทว่าฟู่เฉินหวนกลับมิได้กล่าวสิ่งใด
กระทั่งคนรับใช้ออกมาจากห้อง แล้วใช้มือทั้งสองข้างประคองภาพเขียนส่งให้ฟู่เฉินหวน
ฟู่อวิ๋นโจวพลันหน้าเปลี่ยนสีทันที ราวกับว่าอีกฝ่ายคิดจะพุ่งเข้าไปแย่งชิงอย่างไรอย่างนั้น
ฟู่เฉินหวนหยิบภาพเขียนขึ้นมาแล้วกางดู เผยให้เห็นภาพเขียนที่อยู่ตรงหน้าตนเอง
เมื่อเขาเห็นคนในภาพเขียน ฟู่เฉินหวนก็สีหน้าหม่นคล้ำสุดขีด
พร้อมโทสะที่แผดเผาอยู่ในใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...