จี้หยกชิ้นนี้เป็นสิ่งตกทอดจากจักรพรรดิพระองค์ก่อน ฉะนั้นย่อมล้ำค่ายิ่งนัก แต่องค์ชายห้าของสำคัญเช่นนั้นเพื่อภาพเขียนแผ่นนี้จริง ๆ หรือ?
ฟู่จิ่งหลีเองก็รู้สึกสับสนเช่นกัน เขาหันไปมองภาพเขียนด้วยท่าทีลังเลใจ “แต่ภาพเขียนแผ่นนี้…”
ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนวัตถุสิ่งของจากคลังสมบัติของเขาเลย ม้วนภาพใหม่เกินไป
องค์ชายห้าถึงขนาดยอมเอาของสำคัญไปแลกเปลี่ยนกับภาพเขียนไร้ค่าม้วนหนึ่ง
เพราะเขาไม่อยากเอาเปรียบผู้อื่น
เส้นประสาทของลั่วชิงยวนเขม็งตึง จากนั้นนางก็ลุกขึ้นทันที “กระหม่อมก็ต้องการภาพเขียนม้วนนี้เช่นกัน!”
“วันนี้กระหม่อมมิได้นำของล้ำค่าอันใดมา แต่กระหม่อมขอเสนอเงื่อนไขข้อหนึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนกับองค์ชายเจ็ดพ่ะย่ะค่ะ!”
ภาพเขียนม้วนนี้จะให้ฟู่อวิ๋นโจวเอาไปมิได้เป็นอันขาด
เนื่องจากมีผู้คนมากมายมองอยู่ พวกเขาต่างทราบดีว่าคนที่อยู่ในภาพเขียนเป็นผู้ใดกัน
ฟู่อวิ๋นโจวกับนางจะต้องโดนจัดการ!
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คิดจะใส่ความว่านางกับองค์ชายห้าคบชู้กัน!
ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจแล้วหันไปมองเทพพยากรณ์ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา
ฟู่จิ่งหลีเองก็รู้สึกตกตะลึงเช่นกัน “ท่านก็ต้องการมันเช่นกันหรือ?”
ฟู่อวิ๋นโจวรีบเอ่ยขึ้นมาว่า “น้องเจ็ด ข้าหวังว่าเจ้าจักคิดให้ดี ๆ!”
ฟู่อวิ๋นโจวยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมสุดความสามารถ
ในยามนี้เอง
น้ำเสียงอันแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านนอก “หม่อมฉันได้ยินว่าวันนี้พระสวามีของหม่อมฉันกำลังประมูลสิ่งของอยู่ที่นี่ ดังนั้นหม่อมฉันจึงนำข้าวของบางอย่างมาด้วย ไฉนท่านต้องมอบโอกาสให้ผู้อื่น แต่ไม่ยอมแลกเปลี่ยนกับหม่อมฉันเล่าเพคะ?”
ทันทีที่เสียงของโม่เซียนอวี้ดังขึ้น ฟู่จิ่งหลีก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
สีหน้าเขียวคล้ำเต็มเปี่ยมไปด้วยความรังเกียจและเหยียดหยาม เห็นได้ชัดว่าฟู่จิ่งหลีรู้สึกเกลียดชังนางมากจริง ๆ
ส่วนข้อพิพาทเรื่องภาพเขียนม้วนนี้ ฟู่จิ่งหลีพลันเอ่ยขึ้นมาว่า “ขอมอบภาพเขียนม้วนนี้ให้แก่องค์ชายห้า หาได้ยากนักที่ท่านจักร้องขออะไรสักอย่างจากข้า จี้หยกชิ้นนี้เสด็จพ่อของท่านมอบให้ท่านแล้ว ท่านก็ควรจะเก็บเอาไว้กับตัวเอง”
“ทุกท่าน การประมูลยังคงดำเนินต่อไป ข้าขอตัวสักครู่”
หลังจากฟู่จิ่งหลีกล่าวจบ เขาก็รีบออกมาแล้วผลักโม่เซียนอวี้ที่เพิ่งจะเดินเข้าโรงเตี๊ยมออกไป
“ไสหัวไปซะ! เจ้ามาทำกระไรที่นี่! ข้ามิได้เชิญเจ้า!”
คืนนี้หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เกรงว่าข่าวลือที่พวกเขาลอบพบกันที่นี่คงได้แพร่สะพัดออกไปทันทีที่ฟ้าสาง
ทว่าต่อให้นางเตรียมการเอาไว้แล้วสวมชุดบุรุษเข้ามา นางก็คาดไม่ถึงเลยว่าสมบัติที่ฟู่จิ่งหลีเอามาจะมีภาพเขียนเช่นนั้นด้วย!
ตอนนี้นางคิดจะเอามาจากฟู่อวิ๋นโจว แต่ฟู่อวิ๋นโจวไม่รู้จักฉู่ลั่วจึงมิได้ไว้หน้าของนางเลยสักนิด
ฟู่อวิ๋นโจวหน้าเปลี่ยนสีอยู่บ้าง ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องของข้า หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าไม่”
“หากคุณชายต้องการภาพเขียนม้วนนี้ด้วยเหตุผลนี้ เช่นนั้นข้าคงมอบให้คุณชายมิได้!”
หลังจากฟู่อวิ๋นโจวพูดตบ เขาก็รีบปิดประตูทันที
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว เมื่อเห็นท่าทีตอบสนองของฟู่อวิ๋นโจว ดูเหมือนว่าเขาจะล่วงรู้ความหมายของภาพเขียนม้วนนี้ และเกรงว่ามันจะตกอยู่ในมือของผู้อื่นจนก่อให้เกิดคำครหา ดังนั้นนางจึงเดินจากไปตามทางของตนเอง
นางหวังว่าเขาจะทำลายภาพเขียนไปเสีย
ลั่วชิงยวนครุ่นคิดแล้วหันหลังเดินจากไป
ทว่าฟู่อวิ๋นโจวที่อยู่ในห้องกลับกางภาพเขียนแล้วมองดูเงียบ ๆ ด้วยสายตาลึกซึ้ง
เขาเอ่ยพึมพำว่า “ดึกป่านนี้แล้ว ไยเจ้ายังไม่มาอีก?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...