เวินซินถงมองคนตรงหน้าด้วยความตกใจ
ร่างทั้งร่างแข็งทื่อไปหมด
“เจ้ารู้ได้อย่างไร...”
ดวงตาลั่วชิงยวนฉายแววเย็นชา “เข้าไปคุยกัน”
เวินซินถงตะลึงงัน มือที่กำลังบีบคอลั่วชิงยวนค่อย ๆ คลายออก
จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน
ลั่วชิงยวนก็พลิกตัวลุกขึ้นตาม
เซี่ยหลิงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็อดมิได้ที่จะขมวดคิ้ว มองไปยังเวินซินถง “ท่านนักบวชระดับสูง!”
เขาต้องการเตือนท่านนักบวชระดับสูงว่าอย่าใจอ่อน
เวินซินถงกล่าวอย่างเย็นชา “ข้ามีเรื่องจะถามนาง”
“พวกเจ้ามิต้องตามมา”
กล่าวจบ นางก็พาลั่วชิงยวนเข้าไปในห้องเพียงลำพัง
หลังจากปิดประตูแล้วเวินซินถงก็มองนางด้วยสายตาหวาดระแวง “เจ้าได้ยินชื่ออาถังมาจากที่ใด”
นี่เป็นชื่อที่ศิษย์พี่ตั้งให้นาง มีเพียงศิษย์พี่และท่านอาจารย์เท่านั้นที่เคยเรียกนางด้วยชื่อนี้
แล้วลั่วชิงยวนได้ยินมาจากที่ใด?
ลั่วชิงยวนตัดสินใจตั้งแต่วินาทีที่เอ่ยชื่อนี้ออกมา
นางมิอาจควบคุมเวินซินถงได้จริง ๆ แต่ลั่วเหลาทำได้!
วันนี้เวินซินถงตั้งใจจะสังหารนาง จนถึงกับสังหารคนไปก่อนแล้วสองชีวิต
แต่นางมิเพียงแต่จะตายมิได้เท่านั้น ยังต้องทำตามที่รับปากฉีหงและมู่หยวนหยวนไว้ให้สำเร็จด้วย
มีเพียงต้องเจรจากับเวินซินถงเท่านั้น และวิธีเดียวที่จะทำให้ได้นั่งลงเจรจากับเวินซินถงก็มีเพียงวิธีนี้
“ข้าคือลั่วเหลา!”
เมื่อคำพูดของลั่วชิงยวนหลุดออกมา เวินซินถงก็ตะลึงงัน
พลันมองนางด้วยความตกใจ
“ลั่วเหลา? ศิษย์พี่หรือ?”
ลั่วชิงยวนกล่าวอย่างเสียงเรียบ “เจ้าน่าจะสัมผัสได้ว่าเกิดกระะไรขึ้นตั้งแต่ที่ข้ามาถึงแคว้นหลี ข้าเหมือนลั่วเหลามาก”
“หากเป็นคนแคว้นเทียนเชวียธรรมดา ย่อมไม่มีทางมีความสามารถเช่นนี้”
“เจ้าสามารถถามข้าถึงเรื่องราวใดก็ได้ที่พวกเราเคยประสบร่วมกันมา ข้าสามารถตอบได้ทั้งหมด!”
หรือว่าจะเป็นศิษย์พี่จริง ๆ?
“เจ้า... เป็นศิษย์พี่จริง ๆ หรือ?” สีหน้าของเวินซินถงตกตะลึง ภายในใจตื่นเต้นจนยากจะบรรยาย
แต่นางก็ทำได้เพียงเก็บงำอารมณ์ มิกล้าแสดงออกมากเกินไป
“ข้าเอง ข้ายังมิได้ตาย!”
“หรือจะกล่าวว่าร่างกายตายไปแล้ว แต่วิญญาณยังคงอยู่ก็ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น เวินซินถงก็เริ่มคล้อยตาม
นางตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มฝ่ามือ
ขณะนั้น ลั่วชิงยวนเห็นสีหน้าที่ตื่นเต้นของนางก็คิดถึงเมื่อก่อนตอนที่นางถูกจับได้ว่าขี้เกียจระหว่างการฝึกวรยุทธ์
ทำให้จู่ ๆ ลั่วชิงยวนก็คิดถึงความทรงจำอันงดงามมากมาย
ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามิต้องกังวลหรอก”
“ข้าจะมิบีบบังคับเจ้า เป็นเรื่องปกติที่เจ้าจะยอมรับเรื่องนี้มิได้ไปสักพักหนึ่ง”
“ตอนนี้ข้ามีเรื่องหนึ่งจะปรึกษาเจ้า”
เวินซินถงรับเรื่องนี้มิได้ในทันทีจริง ๆ นางต้องการเวลา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...