ฟู่เฉินหวนพาลั่วเยวี่ยอิงเดินจากไป เขาปกป้องอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความใส่ใจ คนทั้งสองช่างสมกันจริง ๆ
ลั่วชิงยวนหันหลังกลับมาพิงต้นไม้ จากนั้นนางก็กำปกคอเสื้อเอาไว้แน่น
ไฉนนางถึงได้รู้สึกอึดอัดใจถึงเพียงนั้น?
หลังจากผ่านมาเนิ่นนานขนาดนั้นแล้ว ร่างของลั่วชิงยวนก็ยังคงมีความรู้สึกให้ฟู่เฉินหวนอีกกระนั้นหรือ?
ทว่าความรู้สึกเช่นนี้ก็เหมือนจริงมากเสียจนนางก็บอกไม่ถูกไปชั่วขณะว่า เป็นจิตใจหรือร่างกายของนางกันแน่ที่รู้สึกอึดอัด
ฟู่เฉินหวนพาลั่วเยวี่ยอิงไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์
บุรุษขี้เมาถูกส่งตัวออกไปจากจวนมหาราชครูอย่างเงียบ ๆ ในทันที
ท่านอาลั่วหรงก็ทราบเรื่องนี้ แต่วันนี้เป็นวันมงคลของลั่วหลางหลางและไม่สมควรจะเกิดเรื่องฉาวโฉ่เช่นนั้น ดังนั้นนางจึงออกคำสั่งกับทุกคนมิให้แพร่ข่าวออกไปเป็นอันขาด
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้ลั่วเยวี่ยอิงอับอายขายหน้ายิ่งนัก!
ตรงหน้าลาน ฟ่านซานเหอกำลังดื่มกับบรรดาผู้มาเยือน ขณะที่ลั่วชิงยวนลอบเข้าไปในเรือนหลังใหม่
นางเห็นลั่วหลางหลางสวมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดอยู่ในห้อง
"ผู้ใดกัน?"
เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ลั่วหลางหลางก็ตะโกนขึ้นเพื่อป้องกันตัว
"พี่หลางหลาง ข้าเอง" ลั่วชิงยวนพลันก้าวเดินเข้ามาหา
เมื่อลั่วหลางหลางได้ยินเสียงก็รีบปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดออก "ชิงยวน! ในที่สุดเจ้าก็มาสักที!"
ลั่วชิงยวนรีบจับมือเธอไว้ "นี่ มีแต่เจ้าบ่าวเท่านั้นที่ปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวได้ ข้าแอบมาหาท่านย่อมมิอาจแหกกฎ"
นางเกรงว่าเมื่อลั่วหลางหลางเห็นผ้าคลุมหน้าของตน อาจจะยิ่งเป็นกังวลได้ อย่างไรเสียนางก็ลอบเข้ามาหาและคงจะไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบายให้ลั่วหลางหลางฟังได้
ลั่วหลางหลางเอาแต่จับมือของนางเอาไว้ด้วยท่าทีตื่นเต้น "ชิงยวน ช่วงนี้ข้าเป็นห่วงเจ้านัก เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ข้าสบายดี" ลั่วชิงยวนหยิบถุงหอมออกมาแล้วยัดใส่มือของลั่วหลางหลาง
"นี่คือของขวัญแต่งงานที่ข้ามอบให้ท่าน มิใช่ของขวัญที่มีราคาค่างวดอันใดนัก แต่แผ่นยันต์คุ้มภัยที่อยู่ข้างในสามารถปกป้องท่านจากวิญญาณร้ายได้"
ลั่วหลางหลางกำถุงหอมเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นว่า "ขอบใจเจ้าแล้ว"
"พี่หลางหลาง ไฉนท่านพี่ถึงตกลงแต่งงานกับฟ่านซานเหอเล่า?" ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะถามอีกฝ่าย เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอันใดอยู่
พวกนางแยกกันขึ้นรถม้าแล้วจากไป
นางควรจะกลับมาที่ตำหนักทันที ทว่ากลับสั่งให้สารถีขับอ้อมมาถึงประตูจวนอัครเสนาบดี
ลั่วชิงยวนเปิดม่านขึ้นแล้วมองดู
ท้องนภาเหนือจวนอัครเสนาบดีเต็มไปด้วยกลิ่นอายหม่นหมอง
ความรุ่งเรืองค่อย ๆ เสื่อมถอย
มิน่าพักนี้ถึงได้เกิดเรื่องขึ้นกับลั่วไห่ผิง ขืนยังปล่อยให้เป็นเฉกเช่นนี้ต่อไป ตำแหน่งหน้าที่การงานของลั่วไห่ผิงก็จะตกต่ำลง
นางไม่รู้ว่าคราวนี้ลั่วไห่ผิงไปกระทำความผิดร้ายแรงอันใดไว้ จนถึงขั้นอาจทำให้ทั้งตระกูลพลอยติดร่างแหไปด้วย
จี้กิเลนที่ท่านมหาราชครูลั่วมอบให้แก่ลั่วไห่ผิงคือสิ่งใดกันแน่
นางคิดจะหาใครสักคนมาซักถาม แต่หลังจากครุ่นคิดดูแล้ว ท่ามกลางผู้คนที่นางรู้จักนอกจากท่านมหาราชครูลั่วเองแล้ว ฟู่เฉินหวนก็น่าจะเป็นเพียงผู้เดียวที่รู้เรื่องนั้น
"พระชายา ท่านคิดจะกลับจวนอัครเสนาบดีเช่นนั้นหรือขอรับ?" สารถีเอ่ยถาม
"ไม่หรอก กลับไปที่ตำหนักอ๋องเถิด" นางก็แค่มิได้เห็นจวนอัครเสนาบดีมานานแล้วก็เท่านั้นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...