“นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทุกคนในหอจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า รวมทั้งตัวเจ้าด้วย!”
ท่านอาฉินรู้สึกพอใจยิ่งนัก นางกำลังรอคอยที่จะได้เห็นสีหน้าประหลาดใจและหวาดกลัวของฝูเสวี่ย
บัดนี้ทุกอย่างตกอยู่ในมือของนางแล้ว ฝูเสวี่ยน่าจะรู้ว่าตนคงไม่มีจุดจบที่ดีเป็นแน่
ทันทีที่ตื่นจากหลับลึก ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป อีกฝ่ายคงจะรู้สึกประหลาดใจมากทีเดียว
แต่ท่านอาฉินกลับรอไม่ถึงฉากที่นางอยากจะเห็น
ลั่วชิงยวนเหลือบมองกระดาษสองแผ่นแล้วเดาะลิ้น “เมื่อคืนบังเอิญมีหัวขโมยเข้ามาในหอ ข้าจึงสั่งให้คนไปแจ้งทางการเอาไว้แล้ว”
“ข้ามิคาดคิดเลยว่าเจ้าจักมาสารภาพความผิดถึงที่เร็วเสียขนาดนั้น”
เมื่อท่านอาฉินได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็ยิ้มเยาะขึ้นมา “ตอนนี้ถกเถียงกันไปจะมีประโยชน์อันใดเล่า? เจ้าลงนามสัญญาหยินหยางฉบับนี้และขายหอฝูเสวี่ยแห่งนี้ไปแล้ว”
“บรรดาแม่นางในหอฝูเสวี่ยที่อยู่ข้างหลังข้าล้วนเป็นพยานได้”
ดูเหมือนว่าท่านอาฉินจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี
ลั่วชิงยวนเหลือบมองผู้คนที่อยู่ข้างหลังท่านอาฉินด้วยที่เสียดายพลางกล่าวว่า “ช่างน่าเสียใจจริง ๆ ข้าคิดจักมอบชีวิตที่ดีให้แก่พวกเจ้า แต่พวกเจ้ากลับมิต้องการ”
แม่นางเหล่านี้ล้วนได้แม่เล้าเฉินขุดขึ้นมาจากหอเจาเซียงในช่วงนี้
ไม่แน่ใจว่าท่านอาฉินให้ผลประโยชน์อันใดจึงทำให้พวกนางเต็มใจติดตามหอเจาเซียง จนถึงขั้นยอมแฝงตัวมาเป็นสายลับ
“ข้าต้องขอบคุณมาก ๆ ที่ช่วยเก็บกวาดพวกสายลับให้ข้า” ลั่วชิงยวนหัวเราะพลางเหลือบมองท่านอาฉิน
ท่านอาฉินแค่นยิ้มเย็นชา “ดูเหมือนว่าเจ้ามิเห็นโลงศพก็มิหลั่งน้ำตาสินะ!”
“ใครก็ได้ จับนางมาให้ข้า!”
ท่านอาฉินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
ผู้คุ้มกันหลายคนก็รีบก้าวเดินเข้ามาหมายจับตัวลั่วชิงยวน
มีผู้คนมากมายกำลังเฝ้าชมดูด้วยความตื่นเต้นอยู่นอกประตู ฟู่เฉินหวนกับฟู่จิ่งหลีก็อยู่ท่ามกลางฝูงชนเช่นกัน
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วแล้วเตรียมจะวิ่งเข้าไป
ทว่าบัดนี้เอง ก็มีคนของทางการกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นแล้วเข้ามาในหอฝูเสวี่ย
“หยุดนะ!”
ใต้เท้าเหอเดินเข้ามาด้วยท่าทางน่าเกรงขาม
ท่านอาฉินรู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้างแล้วเดินเข้ามาแสดงคำนับ “ใต้เท้าเหอ”
“หอฝูเสวี่ยแจ้งกับทางการว่าโฉนดที่ดินหายไป ไฉนคนจากหอเจาเซียงถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า?”
ลั่วชิงยวนฉลาดมากมิใช่หรือไร?
แม้จะถูกใต้เท้าเหอตวาดใส่ ลั่วชิงยวนก็ยังมิยอมปล่อยหลีเถาไป
“หากอยากให้ข้าปล่อยนางก็ย่อมได้ แต่นางทำร้ายคนของข้า ตามกฎหมายแล้ว นางต้องเข้าคุก”
“หรือไม่พวกเราก็ตกลงกันเอง ข้าอยากให้นางโขกหัวคำนับให้ซิ่งอวี่!”
น้ำเสียงหนักแน่นของนางทำให้ท่านอาฉินหัวเราะสองที ราวกับว่านางได้ยินเรื่องตลกขนานใหญ่
"ช่างน่าขันสิ้นดี! เจ้าน่ะหรือ? ตอนนี้แม้แต่ตัวเจ้าก็ยังเป็นของข้าเลย! ฝูเสวี่ยเอ๋ย หอฝูเสวี่ยเป็นของข้าแล้ว!"
ท่านอาฉินเผยสีหน้าคลุ้มคลั่งแล้วกล่าวด้วยทุกถ้อยคำด้วยท่าทีลำพองใจ
ลั่วชิงยวนหัวเราะพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลนขึ้นมาว่า "ฝันไปเถอะ"
"เจ้า!" ท่านอาฉินโกรธจัด
ลั่วชิงยวนเดินเข้าไปหาใต้เท้าเหอแล้วหยิบสัญญาซื้อขายขึ้นมา จากนั้นก็ใช้ปลายนิ้วถูแรง ๆ แล้วเช็ดรอยตราประทับสีแดงออก
นางหยิบขึ้นมาต่อหน้าท่านอาฉินพลางยิ้มเยาะ…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...