ลั่วชิงยวนตอบกลับว่า “ข้าจักเป็นคนไปเอง เจ้ามิจำเป็นต้องไป”
“เจ้าห้ามบอกฟู่เฉินหวนด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นข้าคงมิอาจไปได้”
“ทำตามที่ข้าบอกเถอะ”
……
เวลาเดียวกัน
ในเมืองเล็ก ๆ นอกเมืองหลวง
ท่ามกลางคืนอันมืดมิด กลิ่นอายของจิตสังหารคลุ้งอบอวลไปทั่ว ร่างสองร่างวิ่งฝ่าความมืดกำลังวิ่งอย่างดุเดือด เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังกังวานพร้อมเปล่งไอสังหารออกมา
เฉินเซี่ยวหานหันกลับไปมอง เขาผลักซ่งเชียนฉู่เข้าไปในตรอกมืด “มีคนมากเกินไป ข้าจะหลอกล่อพวกเขาไป!”
“เจ้าต้องซ่อนตัวให้ดี ๆ ล่ะ!”
เขาคลายมือข้างที่จับนางไว้ออก ใจของซ่งเชียนฉู่จมลงทันที “เฉินเซี่ยวหาน!”
แต่ก่อนที่นางจะหยุดยั้งเขาได้ เขาก็วิ่งออกไปแล้ว
มือสังหารจากด้านหลังกำลังไล่ตามเขา ซ่งเชียนฉู่หมอบลงอย่างรวดเร็ว นางซ่อนตัวอยู่หลังกองขยะ
ขณะที่มือสังหารเดินผ่านและไล่ตามเฉินเซี่ยวหานไป นางได้แต่มองดูอย่างช่วยไม่ได้
ซ่งเชียนฉู่นั่งยอง ๆ รออยู่บนพื้นอย่างประหม่า หลังจากนั้นไม่นาน มือเปื้อนเลือดคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนผนัง
ซ่งเชียนฉู่ตกใจมาก
ครู่ต่อมา เฉินเซี่ยวหานก็ปรากฏตัวที่ตรอกในสภาพที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด
“เฉินเซี่ยวหาน!” ซ่งเชียนฉู่รีบวิ่งไปข้างหน้า “ท่านได้รับบาดเจ็บหรือไม่?”
“ไปกันเถอะ!” เฉินเซี่ยวหานคว้ามือซ่งเชียนฉู่แล้วหนีจากที่นี่ทันที
พวกเขาทั้งสองเพื่อซ่อนตัวอยู่ในจวนร้าง ซ่งเชียนฉู่ตรวจดูบาดแผลบนร่างกายของเฉินเซี่ยวหาน นางพบว่าอาการบาดเจ็บนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก
ซ่งเชียนฉู่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนำว่านวสันตวิญญาณที่เก็บได้ในวันนี้ออกมา
เฉินเซี่ยวหานกลับกดมือของนางไว้ “เจ้าได้ของสิ่งนี้มาอย่างยากลำบาก อย่าเสียของล้ำค่าเช่นนี้ไปเพื่อข้าเลย”
ซ่งเชียนฉู่ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องนำสมุนไพรกลับคืน "หากข้ารู้ล่วงหน้า เช่นนั้นคงมิปล่อยให้ท่านมาเสี่ยงกับข้าเช่นนี้หรอก”
เมื่อมาถึงหอฝูเสวี่ยตั้งแต่เช้าตรู่ แม่เล้าเฉินจึงส่งคนไปตระกูลฝูเพื่อกระจายข่าว
ในขณะที่รอรถม้าของตระกูลฝูมาถึง ลั่วชิงยวนก็นั่งแต่งตัวอยู่หน้ากระจกทองเหลือง
ลิ่นฝูเสวี่ยปรากฏตัว นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วมองดูนาง “ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูงดงามขึ้นเรื่อย ๆ
เช่นนี้ ชวนให้นึกถึงแม่ของท่านในยามนั้นเสียเหลือเกิน”
“จริงสิ เมื่อวานเจ้าบอกว่าจะเล่าเรื่องของท่านแม่ข้าให้ข้าฟังไม่ใช่หรือ?”
ลิ่นฝูเสวี่ยพยักหน้า “จริง ๆ แล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีก ท่านเกือบจะค้นพบทุกอย่างเกี่ยวกับแม่ของท่านแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังได้ค้นพบความจริงที่แม้แต่ข้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไป”
“ข้ารู้เพียงว่านางเคยรักพ่อของท่าน แต่แล้วนางก็กลับไปอยู่ที่จวนอัครเสนาบดี และนั่นมิใช่เพราะพ่อของท่านอีกต่อไป”
“ข้ายังเคบถามนางด้วย ในเมื่อนางหย่าขาดกับลั่วไห่ผิงแล้ว ไฉนจึงมิจากไป?”
“นางบอกว่านางอยู่ในจวนอัครเสนาบดีเพื่อปกป้องผู้คนและสิ่งของที่สำคัญกว่า”
“นางยังบอกด้วยว่านางมีลูกศิษย์”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...