แววตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา และมองไปที่ลั่วเยวี่ยอิง
ลั่วเยวี่ยอิงยกยิ้มและเหลือบมองลั่วชิงยวนอย่างยั่วยุ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง
นางจงใจทำเช่นนี้!
“หืม? ผู้ใดหรือ? มิทราบว่าข้าจะได้ชมความงดงามบ้างหรือไม่!”
องค์ชายหล่างมู่ตั้งหน้าตั้งตารออย่างมาก
ทุกคนในท้องพระโรงมีสีหน้าประหลาดใจ สายตาต่างมองมาที่ลั่วชิงยวน
ใครจะมิรู้ว่าคนที่ร่ายรำเทพเหมันต์ในเมืองหลวงได้เพียงผู้เดียวนั้นคือแม่นางฝูเสวี่ย พระชายาอ๋องที่นั่งอยู่ที่นี่!
ดวงตาของฟู่เฉินหวนก็เย็นชาเช่นกัน
แต่ลั่วเยวี่ยอิงยังพูดต่อ “นั่นคือพระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการของเรา ลั่วชิงยวน!"
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ องค์ชายหล่างมู่ก็มองลั่วชิงยวน และทำความเคารพอย่างสุภาพ เขาพูดว่า “มิทราบว่าวันนี้ข้าจะขอให้พระชายาร่ายรำเทพเหมันต์เพื่อเติมเต็มความปรารถนาของข้าที่เดินทางมาหลายพันลี้ได้หรือไม่!”
ดวงตาของลั่วชิงยวนเย็นชา มิอยากตอบตกลง
ความปรารถนาของเขาเกี่ยวอะไรกับนางด้วยเล่า
นอกจากนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ จะให้นางซึ่งเป็นถึงพระชายาอ๋องร่ายรำต่อหน้าคนจากเผ่าอนารยะได้เช่นไร
“ท่านอ๋อง มิทราบว่าจะขอให้พระชายาร่ายรำเทพเหมันต์ได้หรือไม่” องค์ชายหล่างมู่พูดกับฟู่เฉินหวนอย่างจริงใจ
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว กำลังจะปฏิเสธ
แต่ทว่าลั่วเยวี่ยอิงพูดขึ้น นางคว้าแขนของฟู่เฉินหวนแล้วพูดว่า “ท่านอ๋อง การประลองเมื่อครู่ทำให้องค์ชายหลางมู่บาดเจ็บโดยมิได้ตั้งใจ ขอให้พระชายาแสดงการร่ายรำสักเพลง ถือเป็นการชดเชยเถิดเพคะ”
“ยิ่งกว่านั้น องค์ชายหลางมู่เดินทางมาไกล ทั้งเมืองหลวงนี้ก็มีเพียงพระชายาเท่านั้นที่สามารถร่ายรำเทพเหมันต์ได้ ให้พระชายาร่ายรำสักเพลงเถอะ ให้ทุกคนได้เปิดหูเปิดตาเสียหน่อยเถิดเพคะ”
ลั่วชิงยวนมองไปที่ฟู่เฉินหวน โอกาสเช่นนี้ ฟู่เฉินหวนคงจะมิให้นางไปร่ายรำจริง ๆ ใช่หรือไม่?
องค์ชายจากเผ่าอนารยะเพิ่งพ่ายแพ้ให้กับฟู่เฉินหวน และฟู่เฉินหวนจะให้พระชายาของเขาร่ายรำต่อหน้าอีกฝ่าย ชัยชนะเมื่อครู่จะมีความหมายอันใด?
พวกเขาเป็นเพียงชาวเผ่านอกด่าน เหตุใดพวกเขาต้องก้มหัวลงร่ายรำเพื่อแสดงความหวังดีด้วยเล่า
ฟู่เฉินหวนต้องการที่จะปฏิเสธ แต่ในหัวเต็มไปด้วยเสียงเหล่านั้น
รับปากนาง
รับปากนาง
ในเวลานี้ ฟู่จิ่งหลีก็เข้ามาและแนะนำฟู่เฉินหวนว่า “พี่สาม นี่มิสมเป็นท่านเลย”
“มิใช่ว่านี่จะยิ่งทำให้พวกเขาหยิ่งผยองขึ้นหรือ?”
“อีกทั้งลั่วชิงยวนยังเป็นพระชายาของท่านด้วย!”
เขามิได้ถามลั่วชิงยวนก่อนด้วยซ้ำว่านางเต็มใจหรือไม่
ฟู่เฉินหวนรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง แต่เขาไม่มีทางเลือก ในสถานการณ์เช่นนี้เขาจะกล้าปล่อยให้คนจากเผ่าอนารยะ และตระกูลเหยียนเห็นตนกระอักเป็นเลือดได้อย่างไร?
นั่นมิต่างอะไรกับการเผยจุดอ่อนของตนให้คนอื่นเห็นเลย
เขากัดฟันและพูดอย่างเย็นชา “ถือว่าเป็นการร่ายรำเพื่อฉลองวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพขององค์จักรพรรดิก็แล้วกัน”
หลังจากพูดข้อแก้ตัวนี้แล้วลั่วชิงยวนก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ แม้ว่าจะอยากทำเช่นนั้นก็ตาม
นางกระชับแขนเสื้อด้วยความโกรธและมองฟู่เฉินหวน “หลังจากร่ายรำ ท่านช่วยมอบสนหิมะเขาฉีซานให้หม่อมฉันได้หรือไม่”
หัวใจของฟู่เฉินหวนตึงเครียด แต่เขามิกล้ารับปากง่าย ๆ
เขากลัวว่าจะทำมิได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...