"ไม่" เฉินลู่บอกเธอด้วยท่าทีเหม่อลอย "ฉันอยากไปเหมือนกัน"
ได้ยินประโยคนี้จากเขา หวังหว่านก็สบายใจ แล้วคุยถึงจุดนัดพบกับสวีซุ่ยหนิง
สุดท้ายแล้วเฉินลู่ก็เป็นคนมาซื้อของใช้ในการตั้งแคมป์
ตอนที่เขากำลังเลือกของอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากอีกฝั่งของชั้นวาง กำลังบอกว่าอยากได้มันฝรั่งรสไหน แค่ถุงเดียวไม่พอ จะต้องหยิบเพิ่มไปหลายๆ ถุง
มือที่กำลังหยิบผ้าขนหนูแบบใช้แล้วทิ้งของเฉินลู่ชะงัก ตอนที่เขาหันไป คนที่อยู่อีกฝั่งก็มาฝั่งนี้พอดี วินาทีถัดไป ก็เห็นสวีซุ่ยหนิงที่กำลังนั่งอยู่ในรถเข็นพร้อมกับถุงขนมอีกหลายถุง ซ่งเยี่ยนเป็นแรงงานที่คอยเข็นรถเข็นให้กับเธอ
"ซ่งเยี่ยน หยิบช็อกโกแลตอันนั้นให้ฉันกล่องหนึ่ง" สวีซุ่ยหนิงสั่ง
"โอเคครับ" ตอนที่เขาหยิบเขาก็ไม่ลืมจะดูวันหมดอายุ
สวีซุ่ยหนิงเห็นว่าที่เขาหยิบมาคือดาร์กช็อกโกแลต ก็รีบเอ่ย: "ไม่เอาดาร์กช็อกโกแลต เอาไวท์ช็อกโกแลต"
ซ่งเยี่ยนมองเธอแล้วเอ่ย: "พี่บอกมาก่อนว่าใครหล่อที่สุด"
"แน่นอนว่าก็ต้องเป็นเสี่ยวซ่งที่หล่อที่สุด" สวีซุ่ยหนิงตอบโดยไม้แม้จะหยุดคิด "ฉันแค่เห็นเสี่ยวซ่ง ก็อยากกินจนน้ำลายไหล"
ซ่งเยี่ยนพอใจแล้ว จากนั้นก็หันไปเปลี่ยนกล่องให้สวีซุ่ยหนิง แต่ในตอนที่หันไป เขาก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาจึงนิ่งไป
สวีซุ่ยหนิงเห็นแบบนั้นก็มองตามสายตาของเขาไป จากนั้นก็เห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของเฉินลู่
เขายังยิ้มใส่เธออย่างเยาะเย้ยด้วย
เธอเองก็ชะงักไปเหมือนกัน แล้วก็เบนสายตากลับมาโดยเร็ว แต่ในใจของเธอกลับเป็นกังวล ถ้าเกิดเฉินลู่บอกเจียงเจ๋อว่าเธออยู่ที่นี่ อย่างนั้นก็จบเห่แน่
สวีซุ่ยหนิงพยายามปัดความรู้สึกพวกนั้นออกไป แล้วบอกกับซ่งเยี่ยน: "พวกเราไปดูผลไม้กันเถอะ"
ซ่งเยี่ยนเหลือบมองเฉินลู่ จากนั้นก็เข็นเธอออกไป
หลังจากที่ทั้งสองคนจ่ายเงินเรียบร้อย ซ่งเยี่ยนก็ออกไปเอารถ สวีซุ่ยหนิงกำลังถือของรอเขาอยู่ที่หน้าถนน เธอเลิกมองโทรศัพท์ แล้วเงยหน้า ก็เห็นว่าเฉินลู่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า
เมื่อไม่ได้ทำงาน เขาจึงอยู่ในชุดอยู่บ้านสบายๆ
เด็กสาวหลายคนที่เดินผ่านไป แอบมองเขา จากนั้นก็หน้าแดงแล้วเดินหนีไป
เมื่อโดดเด่นมาก พวกเด็กสาวก็ไม่กล้าจะเข้ามาขอวีแชทเหมือนกัน
ตอนแรกสวีซุ่ยหนิงตัดสินใจจะไม่สนใจเขา แต่เขาก็เอาแต่จ้องเธอไม่เลิก เธอเบะปาก สุดท้ายก็เดินไปหาเขา
เฉินลู่แววตาเป็นประกาย เขายังยืนนิ่ง
สวีซุ่ยหนิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ: "หมอเฉิน มาทำงานเหรอ?"
"ไม่อย่างนั้นจะให้มาหาแฟนเหมือนเธอเหรอ?" เขาเย้ย
ประโยคนี้เขาก็ออกจะดูถูกกันเกินไปหน่อย สวีซุ่ยหนิงมาที่นี่ หลักๆ ก็เพื่อหลบเจียงเจ๋อ ส่วนเรื่องแฟนอยู่ที่ไหนก็มีได้ทั้งนั้น ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะเจียงเจ๋อ เธอทำงานไปด้วย เดตไปด้วยยังได้
ถ้าเธอไม่ได้มีเรื่องจะขอร้อง เธอก็ไม่มีทางที่จะสนใจเฉินลู่ อย่างไรเสียพวกเธอทั้งสองคนก็เลิกกันไปแล้ว แถมจบไม่สวย เธอไม่มีเหตุผลอะไรที่จะอยากเจอเขา
สวีซุ่ยหนิงเอ่ย: "เรื่องที่ฉันอยู่ที่นี่ นายไม่บอกเจียงเจ๋อได้ไหม?"
เฉินลู่เอ่ยออกมาอย่างเฉยชา: "ฉันไม่ได้เป็นคนน่าเบื่อแบบนั้น"
สวีซุ่ยหนิงเอ่ยขอบคุณ จากนั้นก็หมุนตัวจากไป เฉินลู่กำลังจะก้าวตามไป แต่ซ่งเยี่ยนขับรถมาพอดี เธอเอาของเก็บลงท้ายรถด้วยความคุ้นชิน จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งบนรถ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันมานานพอสมควรแล้ว ถึงได้รู้อกรู้ใจกันขนาดนี้
เฉินลู่มีแววตาไม่พอใจ สวีซุ่ยหนิงคบกับผู้ชายจนมาถึงขั้นนี้ วันไหนที่โดนซ่งเยี่ยนหลอกแล้วจะสมน้ำหน้า
หลังจากที่สวีซุ่ยหนิงขึ้นไปบนรถแล้วเธอก็ไม่ได้พูดถึงเฉินลู่ให้ซ่งเยี่ยนฟัง อดีตก็ปล่อยให้มันเป็นแค่อดีต ถ้าจะคิดถึง ก็คิดถึงตอนที่ตัวเองนั้นไม่มีความสุข ผู้ชายที่เรารั้งเอาไว้ไม่ได้ คิดถึงไปก็ไม่มีค่าอะไร
เป็นซ่งเยี่ยน ที่คอยถามถึงเฉินลู่อยู่หลายครั้ง
วันต่อมา ตอนที่ทั้งสองคนกำลังรอหวังหว่านอยู่ ซ่งเยี่ยนก็บอกออกมาด้วยความไม่พอใจ: "แค่ที่พี่รับมีดแทนเขา ผมก็หึงจะตายอยู่แล้ว"
สวีซุ่ยหนิงเอ่ยกับเขาตามตรง: "แผลของฉันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาหรอก ฉันไม่ได้รับมีดแทนเขา ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้น คนคนนั้นถึงได้พุ่งเข้ามาหาฉัน ก็บังเอิญดีเหมือนกัน ทุกคนต่างก็คิดว่า ฉันเอาตัวเองไปบังมีดให้เขา"
ซ่งเยี่ยนดูสนใจอยู่ไม่น้อย: "จริงเหรอครับ?"
"สำหรับฉันแล้วเขาไม่ได้สำคัญสักหน่อย ฉันคงไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงตายเพื่อเขาในสถานการณ์ที่ไม่แน่ไม่นอนหรอกนะ" สวีซุ่ยหนิงเอ่ย
ซ่งเยี่ยนเบาใจไปพอสมควร ส่วนเฉินลู่ที่นั่งอยู่ไม่ไกล มีความรู้สึกแตกต่างกัน
เขาคิดอยู่ไม่ตก ว่าทำไมสวีซุ่ยหนิงจะต้องเข้ามารับคมมีดนั้นแทนเขา เขาถึงขั้นรู้สึกผิดต่อเธอเลยด้วยซ้ำ ไม่นึกเลยว่าเธอไม่แม้แต่จะคิดเรื่องช่วยเขาด้วยซ้ำ
อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ สำหรับเธอแล้ว ที่จริงเขาก็แค่คนที่ไม่สำคัญ ก็แค่สิ่งที่ใช้รักษาพ่อเธอเท่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุนั่น สวีซุ่ยหนิงจะไปเอาความกล้าจากไหนมาขอให้เขาช่วยดูแลพ่อสวีตลอดไปถ้าไม่ได้เกิดเหตุการณ์ตรงหน้าเขาจริงๆ เธอก็แค่อยากจะใช้ประโยชน์จากความรู้สึกผิดของเขาไม่ใช่หรือไง?
ชีวิตนี้ของเฉินลู่ มีข้อห้ามใหญ่ๆ อยู่สองเรื่องคือคนอื่นห้ามมาหาประโยชน์จากเขาและก็ห้ามแอบหาประโยชน์จากเขา แต่สวีซุ่ยหนิงทำมันทั้งสองอย่าง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เสน่ห์เหลือร้ายของคุณนายตระกูลเฉิน
แรกๆ สงสารนอ อ่านไปอ่านมาสงสารพอ...
เฉินลู่ไอ้คนเลว ส่วนสวีซุ่ยหนิงก็ใจอ่อนน่าสงสารเสียจริง...
ซุยหนิงย้ายที่อยู่เถอะ สงสารนาง เจอแต่ผู้ชายเลวๆ...
สวีซุยหนิงทำไมชอบเป็นของเล่นของเฉินลู่ล่ะ...
ช่วยอัพต่อด้วยค่ะ...