หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 841

สรุปบท ตอนที่ 841: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

ตอน ตอนที่ 841 จาก หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ – ความลับ ความรัก และการเปลี่ยนแปลง

ตอนที่ 841 คือตอนที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และสาระในนิยายโรแมนติกโบราณ หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ ที่เขียนโดย Jaroen เรื่องราวดำเนินสู่จุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยใจตัวละคร การตัดสินใจที่ส่งผลต่ออนาคต หรือความลับที่ซ่อนมานาน เรียกได้ว่าเป็นตอนที่นักอ่านรอคอย

“มีซากศพกระดูกเด็กนับไม่ถ้วนฝังอยู่ใต้ดิน ตระกูลซูก่อกรรมชั่วไว้มากมาย...”

“พวกเขาใช้เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงมาฝึกพิธีบูชา เด็กเหล่านั้นไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณ...ซากกระดูกของพวกเขาถูกฝังไว้ใต้ศาลบรรพชน”

ลู่เจาเจาได้ยินอย่างนั้นก็กัดฟันแน่น แววตาของเด็กน้อยเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“องค์หญิงน้อยเข้าไปกราบเถิด จำไว้ว่าต้องก้มกราบสามครั้ง โค้งคำนับเก้าครั้ง ตั้งจิตให้มั่นคง แล้วบรรพบุรุษแห่งตระกูลซูจะคุ้มครองท่าน...” สมาชิกผู้นั้นยื่นธูปเทียนให้นางด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ

หลังจากที่ลู่เจาเจาเข้าประตูไป นางก็เหลือบมองไปด้านหลัง

จู่ๆ วิญญาณอาฆาตของผู้นำเฒ่าในหมู่บ้านก็จ้องมองมาที่นาง เขาพึมพำเบาๆ ว่า “ทำไมข้ารู้สึกหมือนว่านางมองเห็นข้า?”

ภายในศาลบรรพชนตระกูลซู มีรูปปั้นหินสีดำสนิทประดิษฐานอยู่

รูปปั้นหินนั้นดูน่ากลัวและน่าขนลุก เซี่ยอวี้โจวรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เขาหลบอยู่ด้านหลังลู่เจาเจา

“นี่คือเทพเจ้าแห่งความมืดมิด ผู้ปกครองแดนปีศาจ”

“นี่คือบรรพบุรุษของตระกูลซูเรา...”

ลู่เจาเจาจ้องมองเขาอย่างจริงจัง “เจ้าจะให้ข้าก้มกราบจริงๆ หรือ?” จริงหรือ?

อาจารย์ก้มกราบศิษย์ มันเป็นการไม่เคารพต่อผู้อาวุโสเอาเสียเลย!

ยิ่งไปกว่านั้น ข้าผู้ซึ่งมีบุญคุณในการช่วยเหลือโลกหล้า บรรพบุรุษแห่งตระกูลซูจะรับไหว้ของข้าได้จริงหรือ?

“เจ้ารีบกราบไปเถอะ เสียเวลาฝึกฝนของข้าเปล่าๆ!” ศิษย์ตระกูลซูรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย วันนี้มีสินค้าชั้นดีมาส่ง หากเขาได้ฝึกฝนเร็วกว่านี้ อาจจะบรรลุขั้นใหม่ได้แล้วก็เป็นได้

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนไปที่นอกประตู และหลับตาลงเพื่อฝึกฝน

เขาปล่อยให้พลังปราณไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย

ลู่เจาเจาถือธูปไว้ในมือ แล้วเหลียวมองเสวียนอวี้อย่างเงียบๆ

เสวียนอวี้ เจ้ามีความก้าวหน้าแล้วนะ!

“ต้องกราบไหว้จริงๆ หรือ?” เซี่ยอวี้โจวหลบอยู่ด้านหลังลู่เจาเจา

ลู่เจาเจาไม่ได้พูดอะไร แค่ยกธูปสูงเหนือศีรษะ หลับตาลงเบาๆ แล้วโน้มตัวลง…

นางงอเข่าลงเล็กน้อย…

ทันใดนั้น…

แผ่นดินไหวภูเขาสั่นสะเทือน ทั่วทั้งศาลบรรพชนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ราวกับปลุกมังกรยักษ์ที่หลับใหลให้ตื่น

ศิษย์ที่ยืนอยู่ประตูเบิกตากว้างทันที แววตาฉายแววหวาดหวั่น พลันแหงนหน้าขึ้นจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

นางงอเข่าลง และคุกเข่าลงบนฟูก

ฟ้าดินเปลี่ยนสีอย่างฉับพลัน ดวงจันทร์ที่สว่างไสวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ตลอดจนดวงดาวระยิบระยับที่ประดับประดาเต็มท้องฟ้า กลับถูกปกคลุมด้วยเมฆดำมืดมิด มวลพลังกดดันอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านลงมาจากท้องฟ้า…

ในช่วงเวลานี้ ราวกับว่าตระกูลซูกำลังถูกสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่จ้องมอง

ภายในเมืองหนานตู

ปลาในสระกระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่ง ไก่ในกรงและสุนัขที่ผูกไว้หน้าประตู ต่างก็หมอบราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว

ชายหนุ่มกล่าวเบาๆ ว่า “ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับ”

ลู่เจาเจาจ้องมองเขาด้วยความสงสัยว่า จริงหรือเปล่า?

“ตราบใดที่เจ้าไม่เต็มใจ ต่อให้ฟ้าดินพลิกผัน ก็ไม่มีใครรับไหว้เจ้าได้ทั้งนั้น!” เขาเอื้อมมือไปลูบผมจุกเล็กๆ บนหัวของลู่เจาเจา

เซี่ยอวี้โจวตกตะลึงจนสติแทบหลุดลอย เมื่อเห็นไฟไหม้ลุกลามอย่างฉับพลัน พอเขาหันขวับไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มชุดดำยืนอยู่ด้านหลังลู่เจาเจา

ชายหนุ่มแฝงตัวอยู่ในความมืดมิด ราวกับกลายเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิด

“นี่นี่นี่...มาจากไหนกัน? มาตั้งแต่เมื่อไหร่? นี่ข้าตาบอดไปแล้วหรือเปล่า?”

“นี่เจ้าคิดว่าข้าโง่ หรือคิดว่าข้าตาบอดหรือไง?” เขาขยี้ตาสองข้างด้วยความตกตะลึง และตะโกนออกมาด้วยความงุนงง

“เจ้าไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น!” ลู่เจาเจาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ขี้เกียจจะอธิบายอะไรกับเขา

เซี่ยอวี้โจวโกรธจนแทบจะร้องไห้ออกมา

เขาอยากจะถามชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ลู่เจาเจา แต่เขาเงยหน้าขึ้นมองแค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะก้มหน้าลงอย่างเงียบ ๆ

ช่างมันเถอะ ดูแล้วไม่น่าต่อกรด้วย

แงๆๆ…

ถือซะว่าข้าตาบอดก็แล้วกัน!

เหล่าสมาชิกตระกูลซูมาด้วยความรีบเร่ง ขณะนี้ มีข้ารับใช้เอาน้ำมาดับเพลิงแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์