หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 863

สรุปบท ตอนที่ 863: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

อ่านสรุป ตอนที่ 863 จาก หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดย Jaroen

บทที่ ตอนที่ 863 คืออีกหนึ่งตอนเด่นในนิยายโรแมนติกโบราณ หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ ที่นักอ่านห้ามพลาด การดำเนินเรื่องในตอนนี้จะทำให้คุณเข้าใจตัวละครมากขึ้น พร้อมกับพลิกสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เขียนโดย Jaroen อย่างเฉียบคมและลึกซึ้ง

ฮูหยินหนิงตัวปลอมถูกคนอุดปาก มัดรวมกับมามาสองคน ที่ถูกตีให้สลบแล้วลากตัวไป

“อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น เข้าไปในวังก่อนเถอะ!” สีหน้าของสวี่สืออวิ๋นดูแย่มาก

ฮูหยินหนิงปาดน้ำตา พนมมือไหว้สิบสี่ครั้ง “ข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา ไม่ขอแก้แค้น ไม่ขอมีชื่อเสียง ขอเพียงได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวันก็พอ” นายหญิงใหญ่ไม่กล้าหวังอะไรอีก นางไม่อาจสูญเสียใครไปได้อีกแล้ว

ทุกคนรีบไปที่ประตูวัง แต่ประตูวังมีทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา และไม่ยอมให้พวกเขาเข้าพบหนานเฟิ่งอวี่

“ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท!” สวี่สืออวิ๋นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ฮ่องเต้ทรงประชวรไม่ได้สติ ขณะนี้องค์หญิงใหญ่ทรงสำเร็จราชการแทน พระองค์ทรงมีภารกิจมากมาย ทั้งยังต้องจัดการงานศพของตระกูลซู จึงงดรับแขกชั่วคราว!” ขันทีใหญ่กล่าวด้วยรอยยิ้มพลางยืนอยู่หน้าประตูวัง

“เรา ทูตแห่งเป่ยเจา ต้องการเข้าเฝ้าองค์หญิงใหญ่! เจ้าสุนัขรับใช้ ยังไม่หลีกทางไปอีก!” เซี่ยจิ้งซีกล่าวด้วยความโกรธ

ขันทีโบกมือพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย “อ๋องจิ้งซี เมื่ออยู่ในแคว้นใต้ ก็ต้องทำตามกฎของแคว้นใต้”

“ที่นี่ไม่ใช่เป่ยเจา! เจ้าไม่มีสิทธิ์มาทำตามอำเภอใจ!”

สวี่สืออวิ๋นรู้ว่าเจาเจามีพลังวิเศษ แต่ถึงอย่างไรนางก็เพิ่งจะมีอายุเพียงสามขวบครึ่ง ก็ต้องหวาดกลัวเป็นธรรมดา!

ทุกคนได้แต่มองตาปริบๆ ขณะที่ขันทีผู้นั้นเดินจากไปอย่างโอหัง

ไม่รู้ว่าเซี่ยอวี้โจวกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาแอบดึงชายเสื้อของสวี่สืออวิ๋นเบาๆ

“ป้าสวี่ เจาเจาให้ข้าฝากข้อความมาให้ท่าน”

“นางบอกว่าอย่ากังวลไปเลย นางจะทำให้คนในแคว้นใต้ ขอร้องให้นางออกมาเอง!”

ลู่เจาเจาตัวเล็กๆ เตี้ยๆ แต่กลับต้องแบกรับโซ่ตรวนอันหนักอึ้งไว้ที่คอ

แม้แต่ที่เท้าก็ยังมีโซ่ตรวน พอนางเดินก็จะมีเสียงกระทบกัน

ขันทีใหญ่พาคนมาคุมตัวนางไปยังคุกอเวจีด้วยตนเอง

เด็กน้อยมีแววตาที่สับสนและไร้เดียงสา ผิวขาวเนียนนุ่มน่ารัก แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโซ่ตรวนอันหนักอึ้งที่คล้องอยู่บนร่าง

“ช่างน่าเวทนาจริงๆ เด็กตัวแค่นี้ต้องเข้าคุกอเวจี เข้าไปแล้วคงเหลือแต่กระดูก”

“นี่นางอายุเท่าไหร่กัน? นางดูเด็กกว่าลูกสาวข้าเสียอีก...”

“อายุแค่สามขวบครึ่ง ได้ยินมาว่าเป็นหลานสาวของฮูหยินหนิง ตอนนี้ผู้นำตระกูลคนใหม่ขึ้นครองอำนาจ จะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร...” ผู้คุมทั้งสองคนมีใจแข็งดั่งเหล็กกล้า แต่พอเห็นลู่เจาเจาก็ยังอดตกใจไม่ได้

เจ้ากรมราชทัณฑ์เซียวเหลือบมองลู่เจาเจาครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “คุกอเวจีเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่แยกตัวออกมา ซึ่งกักขังวิญญาณชั่วร้ายและภูตผีนับไม่ถ้วน แม้แต่ยังมีมังกรดำที่หลับใหล หากมังกรดำตื่นขึ้น ทั้งเจ้ากับข้าจะไม่อาจรับผิดชอบได้”

“เจ้า!” เสียงขันทีชะงักไปชั่วขณะ

“มังกรดำหลับใหลมานานหลายปี จะตื่นขึ้นมาได้ยังไง! แค่ลู่เจาเจาตัวเล็กๆ จะปลุกมังกรร้ายที่หลับใหลได้อย่างไรกัน เจ้ากรมราชทัณฑ์เซียว เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไง!” ขันทีพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าโต้เถียงเขาตรงๆ

ผู้คุมคุกอเวจีแต่ละคนล้วนมีพลังศักดิ์สิทธิ์ เขาเป็นเพียงขันที ที่ได้รับความโปรดปรานจากองค์หญิงใหญ่เท่านั้น

ไหนเลยจะกล้าต่อกรกับพวกเขา

“ช่างเถิด เจ้าโยนๆ นางเข้าไปเถิด”

คุกอเวจีเป็นพื้นที่ที่แยกตัวออกมา ซึ่งต้องใช้ผู้คุมถึงสามคนร่วมมือกันจึงจะเปิดได้

ลู่เจาเจาเงยหน้าขึ้นมองเจ้ากรมราชทัณฑ์เซียวด้วยสายตาเว้าวอน “คุณลุง ข้างในมีข้าวกินไหม? มีนมให้ดื่มหรือเปล่า?”

“เจาเจารู้สึกหิวแล้ว...” เสียงใสๆ ของเด็กน้อยฟังดูไร้เดียงสา ทำให้ผู้คุมหลายคนสีหน้าตึงเครียด

พวกเขาเคยได้ยินมานานแล้วว่าตระกูลซูฝึกฝนศาสตร์มืดโดยใช้เด็ก ๆ จึงถูกองค์หญิงเจาหยางกวาดล้างจนสิ้นตระกูล

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์