หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 888

สรุปบท ตอนที่ 888: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

ตอนที่ 888 – ตอนที่ต้องอ่านของ หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

ตอนนี้ของ หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดย Jaroen ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของนิยายโรแมนติกโบราณทั้งเรื่อง ด้วยบทสนทนาทรงพลัง ความสัมพันธ์ของตัวละครที่พัฒนา และเหตุการณ์ที่เปลี่ยนโทนเรื่องอย่างสิ้นเชิง ตอนที่ 888 จะทำให้คุณอยากอ่านต่อทันที

“ข้ายังไม่เคยกินดีเช่นนี้ด้วยซ้ำ...” ใต้เท้าหมิงเหลือบมองกะละมังใบใหญ่ของจุยเฟิงด้วยความเศร้าสร้อย

จุยเฟิงพลันใช้เท้าผลักชามอาหารไปที่มุม ก่อนจะก้มหน้ากินต่ออย่างเอร็ดอร่อย

โดยกลัวสายตาคนทั้งห้าจะมาแย่งอาหารของสุนัขกินเสียก่อน

ชีวิตของมันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

ตอนที่ลู่เจาเจาเคยแย่งอาหารของมัน นางเกือบทำให้มันกลายเป็นสุนัขไร้ขนไปเสียแล้ว

บัดนี้มาอยู่แคว้นใต้แล้วก็ยังหนีไม่พ้นถูกแย่งอยู่ดี!

ใต้เท้าหมิงสัมผัสได้ถึงความคิดของจุยเฟิง จึงพูดต่อด้วยความเขินอาย “ดูสุนัขตัวนี้สิ มันกำลังดูถูกมนุษย์อยู่เชียว คิดว่าคนอย่างข้าจะไปแย่งกระดูกงั้นหรือ”

เขาพูดพร้อมกับสะอึกสองสามครั้ง

คุณชายน้อยหมิงที่ยืนอยู่ข้างหลังได้แต่เอามือปิดหน้า เขาคือน้องชายของหมิงหลาง

ผู้ใหญ่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหน้าแดงด้วยความร้อนใจและเขินอาย ใครจะคิดว่าสุนัขของลู่เจาเจาได้กินของดีถึงเพียงนี้

ผู้ใดกันที่เล่าลือว่าเป่ยเจาทั้งยากจนและบ้านนอก

ในสายตาของชาวแคว้นใต้ เป่ยเจาเป็นดั่งสัญลักษณ์ของความยากจนข้นแค้นมาตลอด

“วันนี้กระหม่อมถือวิสาสะมาเข้าเฝ้าองค์หญิงเจาหยางเช่นนี้ หวังว่าองค์หญิงจะให้อภัย” ขุนนางเก่าแก่หลายคนโค้งคำนับอย่างสุภาพ

ลู่เจาเจาโบกมืออ้วนๆ ของนางอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ตรงไหนไม่สบายใจหรือ” ลู่เจาเจาเห็นท่าทางลำบากใจของใต้เท้าหมิง จึงเดาได้ว่าเขามาที่นี่เพราะเรื่องเทพเจ้าอย่างแน่นอน

ใต้เท้าเย่ว์พลันเอ่ยขึ้นก่อน “ขอบพระทัยของขวัญพบหน้าขององค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ ศิลาวิญญาณชั้นเลิศช่วยต้นหญ้าเซียนของตระกูลได้เป็นอย่างดี”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลายคนแทบอยากตีอกชกหัวตนเอง

แค่ของขวัญพบหน้า! ใครจะคิดว่ามีศิลาวิญญาณชั้นเลิศอยู่ข้างใน

“ไม่เป็นไร ไม่ใช่ของล้ำค่าอะไรหรอก” ท่าทางไม่เดือดร้อนของลู่เจาเจาดูทำให้หลายคนมองแล้วรู้สึกอิจฉาตาร้อน

ราชวงศ์รู้หรือไม่ว่าท่านหยิ่งยโสถึงเพียงนี้

“ตระกูลเสิ่นเชื่อในฉงเย่ว์เทพเจ้าแห่งกาลเวลา ทว่าท่านเทพฉงเย่ว์ไม่ตอบรับการอัญเชิญมาหลายปีแล้ว เพลานี้กระหม่อมไม่อาจสัมผัสได้ถึงเทพเจ้าแล้ว... วันนี้กระหม่อมขอบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากองค์หญิง โปรดช่วยตระกูลเสิ่นของพวกเราด้วยเถิด” ดวงตาใต้เท้าเสิ่นเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ขณะคุกเข่าลงตรงหน้าลู่เจาเจา

ใต้เท้าเย่ว์ที่อยู่ข้างหลังลอบถอนหายใจและคุกเข่าลงเช่นกัน

“ตระกูลเย่ว์เชื่อในกานถังเทพเจ้าสี่ฤดู ทุกๆ ปีตระกูลเย่ว์จะนำคนไปสักการะท่านเทพกานถังเทพเจ้าสี่ฤดู”

“แต่บัดนี้เทพเจ้ากานถังทอดทิ้งพวกเราไปแล้ว”

“องค์หญิงได้โปรดช่วยตระกูลเย่ว์ของพวกเราด้วยขอให้ท่านเทพคุ้มครองชาวบ้าน พืชสวนไร่นาอุดมสมบูรณ์และเก็บเกี่ยวพืชผลได้ดี”

ลู่เจาเจานั่งบนเก้าอี้ ขาอ้วนๆ แกว่งไกวไปมาเบาๆ

โดยมีความกังวลบนใบหน้าเล็กน้อย

ฉงเย่ว์?

นางไม่อยากบอกใครด้วยซ้ำ

“ดะ ดีเหลือเกิน รบกวนองค์หญิงเจาหยางแล้ว” ตระกูลเสิ่นร้องไห้ด้วยความดีใจ

เขาทำความเคารพลู่เจาเจาอย่างถ่อมตัวและเดินออกจากประตูไป

เมื่อคืนฮูหยินใหญ่หนิงร้องไห้จนไม่ได้กินข้าวเช้า และเพิ่งจะลุกขึ้นอีกครั้งในตอนเที่ยง

ฮูหยินใหญ่เงยหน้าขึ้น จึงเห็นผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ทั้งหลายยืนอยู่ในลานบ้าน

ใบหน้าของฮูหยินใหญ่ซีดลง มือที่ถือไม้เท้าเริ่มสั่นเทา

นางอยู่ในเมืองหลวงมา 2 ปี เคยเห็นวิธีการรับใช้ดูแลเทพเจ้ามาบ้างแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่โหดเหี้ยมเหมือนตระกูลซู แต่พวกเขาก็ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาเช่นกัน

นางจึงมักจะพยายามหลีกเลี่ยงคนกลุ่มนี้

ทว่าใครจะรู้...

พวกเขากลับเดินตรงเข้ามาหานางด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเข้ามาประคองและทำความเคารพ

ฮูหยินใหญ่อยากเลี่ยงสถานการณ์นั้น เพราะฮ่องเต้เฒ่าไม่เคยให้สถานะใดๆ กับนางเลย

“ฮูหยินใหญ่หนิงมีคุณธรรมสูงส่ง ใจกว้างมีเมตตา มีพระคุณเคยช่วยเหลือฝ่าบาท นี่เป็นของขวัญที่ท่านสมควรได้รับ”

“ฮูหยินใหญ่ได้โปรดดูแลตนเอง หากไม่ได้รับความยุติธรรม เชิญมาหาพวกเราที่ตระกูลโหลวได้ พวกเราจะทวงความยุติธรรมให้ท่านอย่างแน่นอน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์