เมื่อซื้อกุ้งและปูเสร็จแล้ว ฉันก็เตรียมจะเดินไปซื้อเนื้อติดมันอีกสักเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งมาขวางหน้าฉันไว้
“เซียวเซิง”
ฉันตกใจ และเงยหน้าขึ้นไปมองชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน
สีจิ่นยวน ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?
“สีจิ่นยวน? ”
“อ่า เซียวเซิง บังเอิญจังครับ” เขามองดูวัตถุดิบที่อยู่ในรถเข็นของพวกเรา “นี่จะทำปิ้งย่างกันสินะครับ”
“อ่า ซื้อไปทำหม้อไฟกินกับเพื่อนน่ะ”
สีจิ่นยวนยื่นมือออกไปหาหนีอีโจวด้วยรอยยิ้ม “ผมชื่อสีจิ่นยวน อาศัยอยู่กับเซียวเซิงครับ”
“ให้มันน้อยๆ หน่อยคุณ” ฉันอธิบายกับหนีอีโจว “เขาเป็นน้องชายของสีชิงชวน”
หนีอีโจวก็ยื่นมือออกไปจับมือเขาเช่นกัน “สวัสดีครับ ผมชื่อหนีอีโจวครับ”
หลังจากนั้นสีจิ่นยวนก็ตามพวกเราตลอดเวลา “พวกคุณจะไปกินหม้อไฟที่ไหนกัน? ”
“บ้านเพื่อน”
“เพื่อนที่ว่านี่คือลูกพี่หนีใช่ไหม? ”
เขาปากหวานมาก จู่ๆ ก็จำลูกพี่ได้
ฉันแสร้งยิ้มให้เขา และหวังว่าเขาจะรีบแยกออกไปและเลิกเกาะติดพวกเราเหมือนน้ำตาลที่เหนียวและนิ่มสักที
เฉียวอี้ที่ซื้อเครื่องปรุงรสเสร็จแล้วเดินกลับมาเห็นสีจิ่นยวน “โอ้ เจ้าเด็กขี้แพ้นี่”
พวกเขาสองคนเคยเล่นบาสด้วยกันครั้งหนึ่ง สีจิ่นยวนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เขาบอกว่าเฉียวอี้ทำผิดกติกา ทั้งสองคนทะเลาะกันที่สนามบาสในสวนดอกไม้ของตระกูสีอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง
ฉันปิดปากของเฉียวอี้เอาไว้ “เอาล่ะ ยังมีของที่ยังไม่ได้ซื้ออยู่อีก รีบไปซื้อกันเถอะ! ”
สีจิ่นยวนเดินตามมาติดๆ “เซียวเซิง ผมไปกินข้าวกับคุณด้วยได้ไหม? ”
หลังจากนั้นเขาก็หันไปประจบหนีอีโจวอีกครั้ง “ได้ไหมครับลูกพี่หนี? ”
เขาเอ่ยขออย่างหน้าไม่อายและตรงไปตรงมา แล้วหนีอีโจวจะไปปฏิเสธได้อย่างไร เขาได้แต่พยักหน้ารับ “คุณชอบกินอะไร พวกเราซื้อเพิ่มอีกสักหน่อยละกัน”
“โอ้เย่” สีจิ่นยวนโห่ร้องดีใจเหมือนเด็กๆ ฉันลากเขาไปอีกทาง “คุณจะไปก็ได้ แต่ห้ามบอกพี่สามของคุณเด็ดขาดว่าพวกเราไปด้วยกัน”
“ทำไมล่ะ? ” ท่าทางของเขาดูไร้เดียงสามาก
“เพราะว่า” ฉันจะพูดยังไงดี ฉันคงบอกกับเขาไม่ได้หรอกว่าฉันโกหกพี่สามของเขามาจริงไหม?
“สรุปก็คือคุณห้ามบอก ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องไปกับพวกเรา”
“เข้าใจแล้ว”
พวกเราซื้ออาหารจำนวนมาก ทำให้กระโปรงท้ายรถของหนีอีโจวเต็มไปด้วยของมากมาย เฉียวอี้ซื้อเบียร์มาหลายกระป๋องมาก เธอบอกว่ากินหม้อไฟไม่ดื่มเบียร์เท่ากับเป็นการปู้ยี่ปู้ยำสิ่งของตามอำเภอใจ ดังนั้นพวกเราจึงไม่ได้ขับรถมา
ทันทีที่หนีอีโจวเปิดประตู ก้อนหิมะสีขาวก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งก็กลิ้งออกมาจากบ้านของเขา
เป็นเจ้ามาร์ชเมลโล่ ไม่ได้เจอมันมาอาทิตย์กว่าๆ มันโตขึ้นและอ้วนมาก
มันยังจำฉันได้ และตื่นเต้นเกินไปจนเกือบจะชนฉันล้ม
ฉันลูบหัวของเจ้ามาร์ชเมลโล่ และรู้สึกว่ารูปร่างของมันผิดปกติ “ทำไมมันตัวโตขึ้นขนาดนี้ล่ะ? ”
หนีอีโจวยกของเดินเข้าประตูไป “มันยังเป็นลูกหมาตัวน้อยอยู่เลย อีกหน่อยมันจะโตขึ้นกว่านี้อีก”
“อะไรนะ? โตขนาดไหนเหรอ? ”
“หมาพันธุ์โอลด์ อิงลิช ชีพด็อกเมื่อโตเต็มที่จะตัวใหญ่มาก นู่น น่าจะโตเท่าครึ่งหนึ่งของโซฟาบ้านผมได้! ” หนีอีโจวชี้ไปที่โซฟาของเขา โซฟาตัวใหญ่มาก ครึ่งหนึ่งมันน่าตกใจมากเลยนะ
ไม่สิ ก่อนหน้านี้ตอนที่สีจิ่นยวนขอร้องให้ฉันเก็บเจ้ามาร์ชเมลโล่เอาไว้ เขาบอกว่าโอลด์ อิงลิช ชีพด็อกตัวไม่ใหญ่
ฉันหันกลับไปมองสีจิ่นยวนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงเจ้ามาร์ชเมลโล่อยู่บนพื้น “คุณบอกว่าโอลด์ อิงลิช ชีพด็อกตัวไม่ใหญ่ไม่ใช่เหรอ? ”
“ผมไม่นึกว่าคุณจะไม่มีความรู้ทั่วไปขนาดนี้ หลอกง่ายมาก” สีจิ่นยวนอุ้มสุนัขขึ้นจากนั้นก็เดินจากไป
ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าเขาไร้เดียงสา นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะร้ายเหมือนพี่สามของเขาขนาดนี้
ฉันส่ายหน้า วันนี้ฉันมีความสุขมาก เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดถึงสีชิงชวนเลย จะทำให้ไม่สบายใจเสียเปล่าๆ
ฉันกับหนีอีโจวไปล้างผักและคัดผักที่เสียออก ส่วนเฉียวอี้ก็ไปเล่นสุนัขกับสีจิ่นยวน ทั้งสองคนเล่นด้วยกันอยู่แต่ก็ยังไม่วายทะเลาะกันไม่หยุด
เฉียวอี้อายุเท่าฉัน ปีนี้อายุยี่สิบสามปีแล้ว สีจิ่นยวนเด็กว่าเธอสามปี เธอก็ยังจะมีหน้าไปทะเลาะกับเด็กนะ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...