พ่ายรักเมียในนาม(จบ) นิยาย บท 112

ทานกันไปได้พอสมควร ฉันกับหนีอีโจวจึงหยิบของในตู้เย็นออกมาล้างและหั่นอีกครั้ง ตอนที่ยกออกมาทั้งสองคนกำลังดวลเหล้ากัน

สีจิ่นยวนหน้าแดงไปทั้งหน้า ฉันรีบเข้าไปแยกพวกเขาออกจากกัน

ต่อให้เฉียวอี้จะดื่มเข้าไปพันแก้วก็ไม่ร่วง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็นคู่ต่อสู้ของเธอได้

“พอได้แล้วสีจิ่นยวน กินอาหารของคุณไปซะ อย่าไปดวลเหล้ากับเฉียวอี้อีกเลย”

“เธอหัวเราะเยาะที่ผมใช้แก้วทรงเตี้ยแต่ก็ทำให้ผมร่วงได้”

“เธอพูดจริง ไม่มีใครเคยดื่มเหล้าชนะเธอเลย” อีกอย่างคือถ้าสีจิ่นยวนกลับบ้านไปในสภาพเมามาย แล้วฉันจะอธิบายกับสีชิงชวนว่ายังไง เขาจะไม่หักกระดูกฉันเอาใช่ไหม

ฉันขู่เขา “ถ้าคุณดื่มอีก ฉันจะไล่คุณออกจากบ้าน”

แต่ว่าสีจิ่นยวนก็ยังถือว่าดื่มเข้าไปเยอะมากแล้ว ยังดีที่ฉันจับตาดูเขาเอาไว้ ไม่ให้เขาดื่มจนเมา

หลังจากนั้นเขาก็เงียบไป ส่วนพวกเราสามคนก็ทานกันต่อ

ตั้งแต่ได้กลับมาเจอหนีอีโจวอีกครั้ง พวกเราก็ไม่มีโอกาสมานั่งพูดคุยกันแบบนี้เลย

เฉียวอี้ยกแก้วขึ้น “ฉันหวังว่าพวกเราจะเป็นแบบนี้ตลอดไป”

“ฉันก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน” ฉันรีบแสดงความคิดเห็น

“แด่มิตรภาพอันยาวนาน” เฉียวอี้ชนแก้วกับพวกเรา จากนั้นก็ดื่มเข้าไปหมดแก้ว

เบียร์สำหรับเธอแล้วมีแต่คำว่าดื่มไม่ลง ไม่มีคำว่าเมา ฉันก็เลยปล่อยเธอดื่มไป

หนีอีโจวกำลังแกะกุ้งให้ฉัน คนที่มีนิ้วมือเรียวยาวก็แกะกุ้งได้สวยมากเหมือนกันนะเนี่ย

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป จู่ๆ ฉันก็นึกถึงนิ้วมือของสีชิงชวนขึ้นมา นิ้วมือของเขาก็เรียวสวยมากเช่นกัน แต่เขาจะใช้นิ้วมือของเขาตีหัวของฉัน และมันเจ็บมาก

เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ทำไมถึงได้แตกต่างกันมากขนาดนี้นะ?

“เซียวเซิง กินกุ้งสิ” หนีอีโจวเอากุ้งที่แกะเสร็จแล้ววางลงในชามของฉัน ฉันเอ่ยขอบคุณเขาจากนั้นก็กินมันเข้าไป

ฉันมองไปรอบๆ และชมออกมาจากใจจริงว่าเขาตกแต่งที่นี่ได้ใหญ่โต สะอาดสะอ้าน และมีรสนิยมมาก

เขายิ้มอย่างสดใส “ตอนแรกอยู่คนเดียวก็เหงามาก แต่ตั้งแต่มีเจ้ามาร์ชเมลโล่ก็ดีขึ้นเยอะเลย”

“พี่เสี่ยวฉวน งั้นครึ่งชีวิตต่อจากนี้คุณจะใช้ชีวิตอยู่กับหมาแค่นี้ก็พอแล้วเหรอ? ” คนปากหมาอย่างเฉียวอี้น่ะหรือจะพูดคำดีๆ ออกมาได้

หนีอีโจวไม่ตอบ และมองมาที่ฉันด้วยดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ

ฉันหน้าแดงขึ้นมาทันที แต่ฉันดื่มเหล้าด้วย เดิมทีหน้าก็เลยแดงอยู่แล้ว จึงไม่กลัวว่าเขาจะดูออก

ฉันกับหนีอีโจวสบตากัน ไม่รู้ว่าทำไม ฉันถึงอยากจะหลบตาอยู่เรื่อยเลย

บางที ฉันอาจจะเขิน

ทันใดนั้นเฉียวอี้ก็ร้องลั่นขึ้นมา “สีจิ่นยวนคุณกำลังทำอะไรอยู่น่ะ? ”

เธอทำฉันตกอกตกใจจนต้องรีบไปดู ก็เห็นสีจิ่นยวนกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นมองดูเจ้ามาร์ชเมลโล่กินน้ำ

แต่สิ่งที่มันกินไม่ใช่น้ำ และดูเหมือนว่าจะเป็นเบียร์

ฉันร้องเสียงดังและรีบไปหยิบมาดู แต่ดูเหมือนว่าเจ้ามาร์ชเมลโล่จะกินมันเข้าไปหลายอึกแล้ว มันเดินขาลาก หลังจากนั้นก็เริ่มเดินเป็นแนวขวาง

ท่าทางแบบนั้นของมันทั้งดูน่าตลกและน่าสงสาร ฉันตีสีจิ่นยวนเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด “คุณบ้าไปแล้วเหรอ ทำไมถึงได้เอาเบียร์ไปให้เจ้ามาร์ชเมลโล่กิน? ”

“อันนี้มันหวาน” เขาเอากระป๋องเบียร์แนบไปกับใบหน้าของเขา และยิ้มออกมาอย่างไร้เดียงสา “มันหวานเหมือนกันไง ผมก็เลยอยากเอาให้น้องชายของผมชิม”

เมาจนสุนัขกลายเป็นน้องชายไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงถ้าสีชิงชวนรู้ว่าเขามีน้องชายเป็นสุนัขเพิ่มมาอีกตัวหนึ่ง

คืนนี้พวกเราทานกันถึงดึกมาก น่าจะเกือบๆ ห้าทุ่มแล้ว ป๋ออวี่โทรมาถามฉันว่าต้องการให้ไปรับที่บ้านของเฉียวอี้ไหม ฉันกลัวว่าจะถูกจับได้ก็เลยบอกไปว่ากลับเองได้

เฉียวอี้ยังกินไม่เต็มที่เลย แน่นอนว่าเธอไม่มีจุดขีดสุด ดื่มเหล้าไม่เมา อาหารก็ยังกินไม่อิ่ม ส่วนฉันเวียนหัวแล้ว และสีจิ่นยวนก็นอนกอดเจ้ามาร์ชเมลโล่หลับไปแล้ว

หนีอีโจวบอกว่าจะไปส่งพวกเรากลับ ฉันลองคิดดูก็มีแค่วิธีนี้เท่านั้นแล้ว

ฉันใช้ผ้าขนหนูเย็นๆ เช็ดหน้าให้สีจิ่นยวนเพื่อปลุกเขาให้ตื่น ฉันเตือนเขาว่าห้ามหลับระหว่างทาง ไม่อย่างนั้นฉันจะพาเขาขึ้นข้างบนไม่ได้ เขาสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกซึ่งนั่นจะทำให้เขาทับฉันแบนได้

ระหว่างทางสีจิ่นยวนนั่งโงนเงนไปมา เขาพิงไหล่ฉันและพูดจาบ้าๆ บอๆ กับฉัน แต่เพื่อไม่ให้เขาหลับ ฉันจึงได้แต่คุยกับเขาไปเรื่อยๆ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)