งานเลี้ยงเลิกแล้ว แต่โชเฟอร์ยังมาไม่ถึง ฉันในตอนนี้เมาแอ๋เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ จึงจำอะไรไม่ค่อยได้ ฉันพยายามสุดความสามารถ ทว่าก็ไม่อาจปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้
สถานที่จัดงานอยู่ไกลจากตัวเมืองมาก หากไม่มีรถส่วนตัวก็ต้องเดินเข้าตัวเมืองเป็นเวลานาน ฉันจำได้ว่าขามา ฉันกับสีชิงชวนไม่เห็นคนบนท้องถนนแม้แต่คนเดียว ฉันอ้วกระหว่างทางหลายต่อหลายครั้ง ราวกับรถฉีดน้ำเลย
หลังจากที่อ้วกเสร็จกระเพาะก็ว่างเปล่า จึงเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง
ช่วงนี้ฉันเมาบ่อยมาก นับวันยิ่งไม่เหมือนตัวฉันขึ้นทุกที
เมื่อฉันเริ่มรู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองโยกเยกคล้ายกับนั่งบนรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ทว่ารถคันนี้ขับเคลื่อนได้ช้ามาก เหมือนจะเป็นรถที่ใช้วัวลาก
ไม่ถูกนะ มันไม่ใช่รถ ตอนนี้ฉันกำลังแบกหลังของใครบางคนอยู่ต่างหาก
ฉันดึงหูคนนั้นแล้วมองใบหน้าเขา ทันทีที่ฉันดึงหน้าอีกฝ่ายมาสบตากัน ฉันก็พบว่าคนที่แบกฉันคือสีชิงชวน
เมื่อแอลกอฮอล์ครอบงำสมอง ความกล้าจึงบังเบิด
ฉันหัวเราะคิกคักเสียงดัง “สีชิงชวน ทำไมคุณถึงกลายเป็นวัวได้ล่ะ?”
เขาปัดนิ้วฉันออกด้วยความหงุดหงิด แผ่นหลังของเขากว้างและมีกล้ามเนื้อ ฉันรู้สึกสบายมาก เพียงแต่เส้นผมสั้นของเขาทิ่มหน้าฉันหน่อยๆ ฉันจึงลองซบบนไหล่ของเขา
แสงจันทร์คืนนี้นวลตาและงดงามยิ่ง มันสะท้อนบนร่างกายพวกเขา ต่างหูของเขาก็เปล่งประกายระยิบระยับ
“สีชิงชวน” ฉันจับต่างหูของเขาเล่น “คุณเป็นผู้ชายคนที่สามที่แบกฉัน”
“คนแรกคือใคร?” เขาเพี้ยนไปแล้วแน่เลย ถึงยอมคุยกับฉัน
“ก็ต้องเป็นพ่อของฉันอยู่แล้ว ตอนเด็กๆ พ่อแบกฉันตลอด ฉันจึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กที่สูงที่สุดในโลก”
“คนที่สองล่ะ?”
“ก็หนีอีโจวไง ตอนพวกเราอายุสิบกว่าขวบ เขาจะพาฉันกับเฉียวอี้ไปเที่ยวสวนสนุก หลังจากที่เล่นกันจนเหนื่อยถึงหัวค่ำ หนีอีโจวก็มักจะแบกฉันกลับบ้านเสมอ แล้วเฉียวอี้ก็จะให้เขาแบกด้วย หนีอีโจวจึงเหนื่อยหอบมาก ฮ่าๆๆ” ฉันหัวเราะไม่หยุด จึงกลายเป็นท่าทางเขย่าตัวบนหลังสีชิงชวน
เขาขู่ฉัน “ถ้าขืนคุณยังดิ้นอีก ผมจะโยนคุณทิ้ง”
ฉันย่อมสงบเสงี่ยมทันที ไม่กระดุกกระดิกต่อ และไม่นานฉันก็เข้าสู่โหวตนิทรา
พอฉันตื่นขึ้นมาอีกที ฉันก็นั่งบนเก้าอี้ตัวยาว ส่วนสีชิงชวนก็นั่งด้านข้างฉัน
เวลานี้ฉันสร่างเมากว่าครึ่งแล้ว ฉันหายใจหอบเหมือนเครื่องสูบลมที่เสียแล้ว
ฉันจ้องเขาด้วยความตกตะลึง พลางกะพริบตารัวๆ นึกถึงเรื่องเมื่อสักครู่นี้
ฉันแกล้งเมาต่อ นอนพิงบนไหล่เขา ทว่าเขากลับปัดหัวของฉันออก “อย่าแกล้งเมาอีกเลย คุณอ้วกไปสามครั้ง และดื่มน้ำเปล่าไปสามขวด คุณดื่มเหล้าค็อกเทลนิดหน่อยเอง จะเมาได้นานแค่ไหนกันเชียว?”
ฉันเงยหน้ามองเขา แววตาเขาไม่ได้มีเพลิงโทสะมากนัก ฉันจึงสบายใจขึ้นนิดๆ
“โทษที” ฉันลูบจมูก “ฉันเป็นคนเมาง่าย”
“ผมให้คุณดื่มเหรอ?”
“ในความทรงจำฉัน คุณเป็นคนขอให้ฉันช่วยดื่มเอง”
เขาหัวเราะด้วยความปวดหัว “เหมือนคุณยังดื่มไม่มากพอนะ ยังจำได้แม่นอยู่เลย”
เขายังรู้จักหัวเราะ คงไม่โกรธมากหรอกมั้ง
ฉันเห็นด้านข้างมีน้ำขวดหนึ่ง จึงหยิบขึ้นมากระดกเข้าปาก หลังดื่มหมดก็รู้สึกท้องแน่นมาก
“พวกเรามาถึงไหนกันแล้ว?” ฉันก้มหน้ามองเท้าเปล่าของตัวเอง ส่วนรองเท้าส้นสูงก็ว่างอยู่บนเก้าอี้ “ทำไมคุณต้องถอดรองเท้าฉันด้วย?”
“คุณเดินไม่กี่ก้าวก็เอะอะว่าเจ็บเท้าเพราะรองเท้าส้นสูงกัด แล้วก็อ้วกด้วย ผมน่าจะทิ้งคุณไว้ข้างทางจริงๆ”
“คุณก็เลยแบกฉันหรือ?” ฉันรู้สึกซาบซึ้ง “คุณเป็นคนดีจังเลย”
เขายิ้มเย็น “ไม่ต้องเกรงใจ”
ฉันพักผ่อนเพียงพอแล้ว ตอนนี้รู้สึกปวดฉี่ ฉันมองสำรวจรอบทิศก็พบว่าที่นี่คนน้อยมากและไม่มีสิ่งปลูกสร้างเลย
“เดินเองได้แล้วใช่ไหม?” เขาเอารองเท้าส้นสูงให้ฉัน
“ที่นี่มีห้องน้ำไหม? ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”
“คุณดื่มน้ำเข้าไปเยอะขนาดนั้น ควรจะปล่อยออกมาได้แล้ว แต่ที่นี่ไม่มีห้องน้ำหรอก”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...