สีชิงชวนคงไม่รู้ว่าเวลาผู้หญิงกลัวขึ้นมาจะมีแรงเยอะแค่ไหน เขาดิ้นต่อต้าน ทว่าก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของฉัน
ฉันกลัวเขาจะทิ้งฉันไป ดังนั้นฉันจึงจับไม่ปล่อย สุดท้ายสีชิงชวนก็ต้องประนีประนอม “คุณปล่อยนะ พวกเรายืนค้างตรงนี่ไม่ได้ เดี๋ยวรถผ่านมาจะชนพวกเราเอา”
“คุณเดินเร็วเกินไปแล้ว”
“คุณจับแขนเสื้อผมก็ได้”
ฉันรีบประสานมือกับเธอโดยไม่รีรอ
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เหลืออันน้อยนิดสามารถปลุกระดมความขี้แยของฉันได้
สีชิงชวนพาฉันเดินไปด้านหน้าต่อ เพราะหมอกหนาขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่มีทีท่าจะเบาลง พวกเราจึงไม่กล้าเดินบนท้องถนน จำต้องเดินบนหญ้า และเมื่อวานฝนก็ตกด้วย หญ้าจึงเปียกแฉะ ทุกย่างก้าวที่พวกเราเหยียบลงไปจึงมีน้ำซึมออกมา
ฉันใส่รองเท้าหุ้มส้น เท้าหลังของฉันจึงโดนน้ำแล้วรู้สึกเย็นซ่าน
สีชิงชวนคิดจะสะบัดมือของฉันทิ้งหลายครั้ง ทว่าฉันดันจับแนบแน่น เขาหันขวับมามองฉัน แม้หมอกจะหนาเพียงใด ทว่าดวงตาเขาก็ยังคงสว่างเจิดจ้าเป็นพิเศษ
“เซียวเซิง เวลาคุณหน้าด้านขึ้นมามันทำให้ทึ่งเหมือนกันนะ”
ฉันไม่สนหรอกว่าเขาจะพูดเช่นไร ยังไงซะฉันก็ไม่ปล่อยเป็นอันขาด
“คุณจะไปกลัวทำไม ก็แค่หมอก ไม่มีผีโผล่ออกมากัดกินคุณซะหน่อย”
“ฉันไม่กลัวผีหรอก” ฉันกล่าว
“แล้วคุณกลัวอะไร?”
“ความอ้างว้าง” ฉันพึมพำ “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดบนโลกใบนี้ก็คือเหลือเพียงคุณคนเดียว”
“ถ้าสวรรค์เก็บคนไว้ให้คุณหนึ่งคน แต่เป็นศัตรูของคุณ แล้วคุณจะเลือกอยู่คนเดียวหรือว่าจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับศัตรู?”
“โลกนี้มีศัตรูจริงๆ ที่ไหนกัน? มันไม่มีหรอกไอ้จำพวกแค้นที่อีกฝ่ายฆ่าพ่อแม่ของเรา ไอ้ที่เคืองๆ กัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องขี้ปะติ๋วเอง ถ้าความตายเข้าหา มันก็ไม่มีอิทธิพลอะไรเลย”
“เหอะ!” ฉันจับมือของเขาแล้วส่งเสียงฮึดฮัด “คุณคิดแบบนี้มันปัญญาอ่อนมาก”
แล้วแต่เขาจะพูดเลย ขอเพียงเขาไม่ทิ้งฉันไว้คนเดียวก็พอ
“สีชิงชวน” เมื่อเดินอยู่บนถนนที่มีแต่หมอกบดบังทัศนียภาพ หากไม่คุยกัน มันจะน่าเบื่อเกินไป ฉันจึงหาเรื่องคุยกับเขา
“คุณกลัวอะไรที่สุด?”
“ไม่มี”
“คนเราต้องมีเรื่องที่กลัวบ้างแหละ คุณลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองกลัวสัตว์ตัวน้อยๆ ที่แสนจะน่ารัก”
เขาชักมือตัวเองกลับ ฉันรีบจับแน่นกว่าเดิม “ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกันนะ”
เขาตอบสนองไวเกินไปแล้ว ฉันย่อมไม่เอาเรื่องที่เขาเล่าให้ฉันฟังตอนเมาเละมาพูดหรอก ตอนนั้นเขาบอกว่าเพราะตอนเด็ก เขาถูกขังในโกดังเก็บของเล่นตุ๊กตา จึงส่งผลให้เขากลัวสัตว์มีขนมีถึงปัจจุบัน
ถึงแม้คนเราจะจดจำเรื่องราวในวัยเด็กได้ไม่หมด ทว่าสิ่งที่พบเจอมันสำคัญต่อคนคนนั้นเป็นอย่างมาก มันอาจส่งผลต่อชีวิตทั้งชีวิตเลยก็เป็นได้
ชีวิตในวัยเด็กของฉันเปี่ยมไปด้วยความสุขและความผันผวน คุณแม่สอนให้ฉันอดทนตลอด ถึงจะทนไม่ไหวก็ต้องกัดฟันทนต่อไป
“ถ้าให้คุณเลือกระหว่างความจนกับเหลือแค่คุณคนเดียว คุณจะเลือกอันไหน?”
เขาย่นจมูก “ทำไมคำถามคุณเยอะจัง?”
“ที่นี่เงียบเกินไป ถ้าไม่คุยกันก็น่าเบื่อสิ”
“เลือกที่จะอยู่คนเดียว” เขาตอบฉันด้วยถ้อยคำกะทัดรัด
“คุณพูดจริงเหรอ?” ฉันหยุดเดินแล้วเพ่งมองคนแปลกประหลาดคนนี้
“ทำไม?”
“โลกนี้เหลือคุณคนเดียว แล้วคุณจะเอาเงินมากมายไปทำอะไร?”
“แล้วทำไมผมต้องเลือกคนด้วย?”
เหอะ! ฉันหมดคำจะต่อกร ไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไร
เขากัดริมฝีปากแล้วยิ้ม “คำถามที่คุณตั้งขึ้นมา มันเป็นไปไม่ได้”
ใช่แล้ว สีชิงชวนจะจนได้ยังไง?
โลกใบนี้จะไร้มนุษย์ได้ยังไง?
เว้นเสียแต่มนุษย์สูญพันธุ์ เหมือนไดโนเสาร์ที่สาบสูญภายในชั่วข้ามคืน
หากสิ่งมีชีวิตอันทรงพลังสูญพันธุ์ในชั่วพริบตา มันต้องมีพลังที่แข็งแกร่งกว่ามาทำลายอย่างแน่นอน
แล้วพลังที่แข็งแกร่งกว่าคืออะไร?
ฉันคิดว่ามันเรียกว่าโชคชะตา
โชคชะตาเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก มันทำให้ฉันสูญเสียคุณแม่ และสูญเสียคุณพ่อ
พอพวกเราเดินไปได้สักระยะหนึ่ง ฉันก็รู้สึกว่าฝ่ามือของสีชิงชวนเริ่มอุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว ฉันแอบมองแววตาของเขา รู้สึกว่าแววสังหารก็เจือจางลงไม่น้อย
ฉันรวบรวมความกล้าแล้วชวนเขาคุยต่อ “สีชิงชวน”
“หืม” เขาขานรับ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...