พ่ายรักเมียในนาม(จบ) นิยาย บท 132

“ฉันก็ยังไม่ได้กินเลย” ฉันยิ้มแหยให้เขา “งั้นเรากินด้วยกันไหม?”

“ผมมีประชุม”

“ประชุมยังไม่เริ่มเลย ตอนนี้ยังพอมีเวลาทานนะ” ฉันเปิดฝากล่องข้าวออก กลิ่นหอมของมันจึงลอยออกมาจนท้องฉันร้องเสียงดังจ๊อกๆ อย่างหิวโหย เมื่อวานใช้พลังงานไปเยอะมาก ตอนนี้ก็เลยหิวสุดๆ ไปเลย

สีชิงชวนก็คงหิวเหมือนกัน ไม่งั้นก็คงไม่เดินมาหรอก เขาเดินมานั่งที่โต๊ะชาแล้วยกกล่องข้าวขึ้น ท่าทางตอนทานอาหารของเขาดูดีมากเลยทีเดียว

ฉันก็หิวมากเหมือนกัน แต่คุณแม่สอนฉันมาตั้งแต่เด็กว่า เป็นผู้หญิงเวลาทานอาหารต้องทานคำเล็กๆ ไม่ว่าจะหิวมากแค่ไหนก็ตาม จะทานอย่างตะกละตะกลามไม่ได้เด็ดขาด

ฉันทานบักกุ๊ดเต๋ครั้งแรก ด้านในมีเนื้อเป็นก้อนๆ มันนุ่มละมุนมาก พอกัดแล้วก็จะมีน้ำจากชิ้นเนื้อแตกออกมา ฉันทานจนลืมไปหมดทุกอย่าง เกือบลืมไปแล้วด้วยว่าฉันมาทำอะไรที่นี่

ฉันทานเสร็จแล้วก็หันไปเห็นว่าสีชิงชวนยังทานไม่เสร็จ ในกล่องของเขายังเหลือข้าวอีกครึ่งหนึ่ง ดูเหมือนความเจ็บปวดจากการอกหักจะทำให้เขาเจ็บจนกลืนไม่ลง จะนอนก็ไม่ได้นอน จะทานก็ทานไม่ลง

จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าสีชิงชวนช่างน่าสงสาร ดูเหมือนว่าคนเราไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ก็ต้องมีช่วงเวลาที่อ่อนแอ

ฉันมองเขาอย่างนึกสงสาร รู้สึกว่าภารกิจของตัวเองมันช่างใหญ่หลวงเหลือเกิน แน่นอนว่าการที่ฉันช่วยสีชิงชวนนั้นมันก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่ในนั้นเล็กน้อย หลังจากเขาคืนดีกับป๋ออวี่แล้ว ฉันอยากให้เขาซาบซึ้งใจและรีบหย่ากับฉันโดยเร็ว

เวลานั้นเองป๋ออวี่ก็เคาะประตูและมาแจ้งกับสีชิงชวนว่าจะเริ่มการประชุมแล้ว เขาวางช้อนในมือลงแล้วใช้ทิชชูเช็ดปากด้วยท่าทางสง่างาม “ผมจะไปประชุม คุณก็ไปได้แล้ว”

“อืม เดี๋ยวฉันเก็บของเสร็จก็จะไปแล้ว”

“ห้านาที” เขาลุกขึ้นจากโซฟาแล้วโยนทิชชูลงถังขยะอย่างแม่นยำ

สีชิงชวนไปประชุมแล้ว ฉันเก็บกล่องข้าวเสร็จเรียบร้อยก็ใส่ไว้ในถุงแล้วเดินถือมันมาที่ประตู จากนั้นก็แนบหูไปที่ประตูเพื่อแอบฟัง ด้านนอกไม่มีเสียงอะไรแล้ว ป๋ออวี่น่าจะไปประชุมกับเขาแล้ว

ฉันแง้มประตูออกเล็กน้อยและแอบส่องไปยังด้านนอกก็พบว่าไม่มีใครสักคนแล้ว นอกห้องทำงานของสีชิงชวนเป็นห้องทำงานของป๋ออวี่โดยตรง ส่วนด้านนอกไปอีกก็จะเป็นที่นั่งทำงานของคุณเลขาสาวคนสวย

ฉันรีบเดินออกมาแล้วนำกล่องคัฟลิงค์ออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็วางมันไว้บนโต๊ะของป๋ออวี่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุด แค่เขากลับมาถึงและนั่งลงหน้าโต๊ะทำงานก็จะต้องเห็นมันอย่างแน่นอน วางเสร็จฉันก็รีบมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นใครคนอื่นอยู่ คราวนี้ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจอย่างสมบูรณ์แบบ

ฉันมาถึงเซียวซื่อกรุ๊ปก็ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีถึงจะเข้าประชุม ซึ่งเพียงพอให้ฉันได้เตรียมตัวก่อนเข้าประชุมพอดี

ฉันกำลังคิดว่าป๋ออวี่จะรู้สึกประทับใจแค่ไหนเมื่อเห็นของขวัญนั้น ทั้งสองคนจะต้องจับเข่านั่งคุยกันยาวๆ แน่นอน สุดท้ายทั้งคู่ก็จะมีความสุข สมองฉันกำลังนึกภาพนั้นอยู่ ทันใดนั้นเฉียวอี้ก็ชนข้อศอกฉันเข้าจนมันเจ็บไปหมด

“อะไรเนี่ย?” เธอชนโดนเส้นของฉันเข้าพอดี มันเจ็บจนฉันต้องกุมข้อศอกไว้แล้วงอเข้าหาตัว เธอมักจะไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้เสมอ “โคตรเจ็บเลย”

“เซียวเซิง เธอทำไรอยู่? ฉันเรียกเธอตั้งหลายครั้งแต่เธอก็ยังนั่งบื้ออยู่ได้”

“ฉันกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่”

“คิดอะไร?”

“เฉียวอี้ เธอว่าถ้าการที่ฉันไปประสานรอยร้าวของคู่รักคู่หนึ่งเนี่ย มันถือเป็นการทำดีไหม?”

“คู่รักคู่ไหน ฉันรู้จักไหม?”

“ฉันหมายถึงถ้าหาก ฉันกำลังจินตนาการน่ะ”

“เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนอีกแล้วใช่ไหม? ดูมีอาการทางประสาทนะ ไปประชุมได้แล้ว”

เฉียวอี้ไม่เข้าใจความสุขของฉัน ฉันคิดมาตลอดว่าสีชิงชวนกับป๋ออวี่เหมาะสมกันมากจริงๆ

ฉันประชุมเสร็จทั้งๆ ที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักนิด ขณะที่กำลังกลับห้องทำงาน เซียวซือก็เรียกฉันเอาไว้

“เซียวเซิง”

“คะ?” ฉันหยุดลง “พี่ มีอะไรเหรอ?”

“ได้ข่าวว่าป๋ออวี่กำลังจะแต่งงานเหรอ?”

แม้แต่เซียวซือก็ยังรู้เรื่องนี้เลยเหรอ?

ฉันไม่รู้ว่าจะตอบเธอไปยังไง เพราะเรื่องที่ป๋ออวี่กำลังจะแต่งงานก็เป็นเรื่องที่ฉันไปแอบฟังมา สีชิงชวนไม่ได้บอกฉัน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)