“ฉันก็ยังไม่ได้กินเลย” ฉันยิ้มแหยให้เขา “งั้นเรากินด้วยกันไหม?”
“ผมมีประชุม”
“ประชุมยังไม่เริ่มเลย ตอนนี้ยังพอมีเวลาทานนะ” ฉันเปิดฝากล่องข้าวออก กลิ่นหอมของมันจึงลอยออกมาจนท้องฉันร้องเสียงดังจ๊อกๆ อย่างหิวโหย เมื่อวานใช้พลังงานไปเยอะมาก ตอนนี้ก็เลยหิวสุดๆ ไปเลย
สีชิงชวนก็คงหิวเหมือนกัน ไม่งั้นก็คงไม่เดินมาหรอก เขาเดินมานั่งที่โต๊ะชาแล้วยกกล่องข้าวขึ้น ท่าทางตอนทานอาหารของเขาดูดีมากเลยทีเดียว
ฉันก็หิวมากเหมือนกัน แต่คุณแม่สอนฉันมาตั้งแต่เด็กว่า เป็นผู้หญิงเวลาทานอาหารต้องทานคำเล็กๆ ไม่ว่าจะหิวมากแค่ไหนก็ตาม จะทานอย่างตะกละตะกลามไม่ได้เด็ดขาด
ฉันทานบักกุ๊ดเต๋ครั้งแรก ด้านในมีเนื้อเป็นก้อนๆ มันนุ่มละมุนมาก พอกัดแล้วก็จะมีน้ำจากชิ้นเนื้อแตกออกมา ฉันทานจนลืมไปหมดทุกอย่าง เกือบลืมไปแล้วด้วยว่าฉันมาทำอะไรที่นี่
ฉันทานเสร็จแล้วก็หันไปเห็นว่าสีชิงชวนยังทานไม่เสร็จ ในกล่องของเขายังเหลือข้าวอีกครึ่งหนึ่ง ดูเหมือนความเจ็บปวดจากการอกหักจะทำให้เขาเจ็บจนกลืนไม่ลง จะนอนก็ไม่ได้นอน จะทานก็ทานไม่ลง
จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าสีชิงชวนช่างน่าสงสาร ดูเหมือนว่าคนเราไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ก็ต้องมีช่วงเวลาที่อ่อนแอ
ฉันมองเขาอย่างนึกสงสาร รู้สึกว่าภารกิจของตัวเองมันช่างใหญ่หลวงเหลือเกิน แน่นอนว่าการที่ฉันช่วยสีชิงชวนนั้นมันก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่ในนั้นเล็กน้อย หลังจากเขาคืนดีกับป๋ออวี่แล้ว ฉันอยากให้เขาซาบซึ้งใจและรีบหย่ากับฉันโดยเร็ว
เวลานั้นเองป๋ออวี่ก็เคาะประตูและมาแจ้งกับสีชิงชวนว่าจะเริ่มการประชุมแล้ว เขาวางช้อนในมือลงแล้วใช้ทิชชูเช็ดปากด้วยท่าทางสง่างาม “ผมจะไปประชุม คุณก็ไปได้แล้ว”
“อืม เดี๋ยวฉันเก็บของเสร็จก็จะไปแล้ว”
“ห้านาที” เขาลุกขึ้นจากโซฟาแล้วโยนทิชชูลงถังขยะอย่างแม่นยำ
สีชิงชวนไปประชุมแล้ว ฉันเก็บกล่องข้าวเสร็จเรียบร้อยก็ใส่ไว้ในถุงแล้วเดินถือมันมาที่ประตู จากนั้นก็แนบหูไปที่ประตูเพื่อแอบฟัง ด้านนอกไม่มีเสียงอะไรแล้ว ป๋ออวี่น่าจะไปประชุมกับเขาแล้ว
ฉันแง้มประตูออกเล็กน้อยและแอบส่องไปยังด้านนอกก็พบว่าไม่มีใครสักคนแล้ว นอกห้องทำงานของสีชิงชวนเป็นห้องทำงานของป๋ออวี่โดยตรง ส่วนด้านนอกไปอีกก็จะเป็นที่นั่งทำงานของคุณเลขาสาวคนสวย
ฉันรีบเดินออกมาแล้วนำกล่องคัฟลิงค์ออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็วางมันไว้บนโต๊ะของป๋ออวี่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุด แค่เขากลับมาถึงและนั่งลงหน้าโต๊ะทำงานก็จะต้องเห็นมันอย่างแน่นอน วางเสร็จฉันก็รีบมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นใครคนอื่นอยู่ คราวนี้ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจอย่างสมบูรณ์แบบ
ฉันมาถึงเซียวซื่อกรุ๊ปก็ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีถึงจะเข้าประชุม ซึ่งเพียงพอให้ฉันได้เตรียมตัวก่อนเข้าประชุมพอดี
ฉันกำลังคิดว่าป๋ออวี่จะรู้สึกประทับใจแค่ไหนเมื่อเห็นของขวัญนั้น ทั้งสองคนจะต้องจับเข่านั่งคุยกันยาวๆ แน่นอน สุดท้ายทั้งคู่ก็จะมีความสุข สมองฉันกำลังนึกภาพนั้นอยู่ ทันใดนั้นเฉียวอี้ก็ชนข้อศอกฉันเข้าจนมันเจ็บไปหมด
“อะไรเนี่ย?” เธอชนโดนเส้นของฉันเข้าพอดี มันเจ็บจนฉันต้องกุมข้อศอกไว้แล้วงอเข้าหาตัว เธอมักจะไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้เสมอ “โคตรเจ็บเลย”
“เซียวเซิง เธอทำไรอยู่? ฉันเรียกเธอตั้งหลายครั้งแต่เธอก็ยังนั่งบื้ออยู่ได้”
“ฉันกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่”
“คิดอะไร?”
“เฉียวอี้ เธอว่าถ้าการที่ฉันไปประสานรอยร้าวของคู่รักคู่หนึ่งเนี่ย มันถือเป็นการทำดีไหม?”
“คู่รักคู่ไหน ฉันรู้จักไหม?”
“ฉันหมายถึงถ้าหาก ฉันกำลังจินตนาการน่ะ”
“เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนอีกแล้วใช่ไหม? ดูมีอาการทางประสาทนะ ไปประชุมได้แล้ว”
เฉียวอี้ไม่เข้าใจความสุขของฉัน ฉันคิดมาตลอดว่าสีชิงชวนกับป๋ออวี่เหมาะสมกันมากจริงๆ
ฉันประชุมเสร็จทั้งๆ ที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักนิด ขณะที่กำลังกลับห้องทำงาน เซียวซือก็เรียกฉันเอาไว้
“เซียวเซิง”
“คะ?” ฉันหยุดลง “พี่ มีอะไรเหรอ?”
“ได้ข่าวว่าป๋ออวี่กำลังจะแต่งงานเหรอ?”
แม้แต่เซียวซือก็ยังรู้เรื่องนี้เลยเหรอ?
ฉันไม่รู้ว่าจะตอบเธอไปยังไง เพราะเรื่องที่ป๋ออวี่กำลังจะแต่งงานก็เป็นเรื่องที่ฉันไปแอบฟังมา สีชิงชวนไม่ได้บอกฉัน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...