มีเพียงเสียงของแผ่นกระดาษ ไม่มีมีดผ่าตัดอย่างที่ฉันได้คิดเอาไว้ ฉันลืมตาขึ้นมาแอบดูมือของสีชิงชวนถือกระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้ ฉันดูมันอย่างละเอียดอีกครั้ง เหมือนว่ามันคือข้อตกลงการหย่าร้างที่เราเคยเซ็นเอาไว้ก่อนหน้านี้ หมายความว่าอย่างไร เขาจะหย่ากับฉันเหรอ? เหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องดีนะ ฉันดีใจได้ไม่นานก็เห็นว่าสองนิ้วข้างซ้ายของสีชิงชวนได้หนีบด้านซ้ายของแผ่นกระดาษไว้ สองนิ้วข้างขวาหนีบด้านขวาของกระดาษเอาไว้ ใช้แรงดึงนิดเดียว กระดาษก็ได้ฉีกออกเป็นสองส่วน ฉันมองเขาด้วยความงุนงง สมองของฉันหยุดทำงานหลังจากที่เขาได้เดินเข้ามา ณ ตอนนี้ฉันเหมือนคนปัญญาอ่อนคนหนึ่งไปเลย
“ทำไมต้องฉีกมันด้วย?” ฉันเหมือนคนโง่คนหนึ่งที่ตั้งคำถามแบบนี้มาถามเขา
“ผมไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นของการทำแบบนี้ของคุณคือยากจะหย่ากับผมหรือไม่ แต่ว่าตอนนี้ผมสามารถบอกคุณได้เลยว่า สัญญาการแต่งงานมันไม่มีอีกต่อไปแล้ว”
“ห๊ะ?” ฉันแทบเป็นบ้าอย่างสุดขีด
“นั่นหมายความว่า ครึ่งปีหลังเราจะไม่มีการหย่าร้างกัน”
“อะไรนะ?”
“พูดได้ว่าอำนาจการตัดสินใจหย่าร้างอยู่ที่ผมแล้ว ถ้าหากผมไม่อยากหย่า เราก็จะหย่ากันไม่ได้ไปตลอดชีวิตเลย”
“ห๊ะ?” ฉันอยู่ในสภาพเหมือนคนปัญญาอ่อน จ้องมองไปที่แผ่นกระดาษที่กลายเป็นเพียงเศษกระดาษตกอยู่ตรงใต้เท้าของฉัน ถึงเข้าใจอะไรขึ้นมานิดหน่อย อ๋อ ที่สีชิงชวนทำแบบนี้เพราะจะแก้แค้นฉันแน่ๆเลย เขารู้ว่าฉันอยากจะหย่ากับเขามาก เลยทำให้ฉันไม่สมหวังอย่างที่ได้คิดเอาไว้ แต่ว่าตอนนี้ เรื่องนี้มันไม่สำคัญสักเท่าไหร่ ขอแค่เวลานี้เขายังไม่ฆ่าฉันทิ้งก็พอ เรื่องการหย่าร้างค่อยหารือกันดีๆอีกครั้ง
ตอนนี้มันแปลว่าสีชิงชวนได้ไว้ชีวิตฉันแล้วใช่ไหม? เขาไม่น่าจะปล่อยฉันไปง่ายๆหรอกมั้ง ถึงอย่างไรก็มีคนรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว มันจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของเขาไหมนะ ต้องทำการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์อะไรอีกไหม? อ้อ และที่เขาไม่ยอมหย่ากับฉันก็น่าจะเป็นเพราะเรื่องนี้ด้วยล่ะมั้ง คงคิดว่ายังต้องการให้ฉันเป็นคุณนายสีไว้บังหน้าสินะ!
ในที่สุดสมองของฉันก็กลับมาทำงานสักที ต้องรีบหาทางคุยกับสีชิงชวนอย่างเร็วที่สุดเพื่อที่จะไม่ให้เรื่องบ้าๆนี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เมื่อมันจำเป็นจริงๆฉันก็ต้องยอมเสียสละตัวเอง อย่างเช่นแสดงเป็นคู่รักที่รักกันมากอะไรแบบนั้น ถึงแม้ฉันจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ แต่เมื่อคนทั้งโลกรู้เรื่องนี้หมดแล้วงั้นก็ประกาศมันออกมาซะเลยไม่ดีกว่าเหรอ
ฉันยังไม่ทันได้อ้าปาก โทรศัพท์ของสีชิงชวนก็มีสายเรียกเข้าเข้ามาซะก่อน เขามองดูโทรศัพท์แล้วขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ฉันแอบมองอย่างใจกล้าแล้วเห็นว่านั่นคือสายจากคุณพ่อสี ในเวลาแบบนี้ฉันว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้นเลยดีกว่า สีชิงชวนกำลังจะถูกคุณพ่อสีซักถามอย่างแน่ๆเลย ฉันแสดงให้เห็นว่าฉันเห็นใจเขาอย่างลึกซี้ง แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้
เขารับสายแล้วยืนอยู่ตรงหน้าฉันเพื่อจะยกหูขึ้นมาฟัง “ว่าไงครับคุณพ่อ ผมว่างครับ ทราบแล้วครับ”
บทสนทนาของเขามันสั้นมากแล้วก็วางสายไป ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ได้ว่าคุณพ่อสีคุยอะไรในสายนั้น แต่ฉันก็ไม่กล้าถามอยู่ดี
“ไม่รบกวนเวลาคุณแล้ว ฉัน......” ฉันพูดยังไม่ทันจบสีชิงชวนก็ดึงฉันมาที่ประตูอย่างแรง
“คุณจะทำอะไร สีชิงชวน”
“คุณคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ? คนทั้งบ้านจะซักถามเรื่องนี้กับผม คุณเป็นคนริเริ่มมันขึ้นมาแล้วคุณจะยืนดูมันเฉยๆงั้นเหรอ?”
“เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันนะ!”
เขาดึงฉันออกนอกประตูแล้วมองมาที่ฉันอย่างเย็นชา “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณงั้นเหรอ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...