ฉันเห็นสีชิงชวนตกลงไปแล้วอ้าปากตาค้าง ฉันจับตัวเขาไม่ทัน ได้แต่ส่งเสียงกรีดร้อง
นี่มันชั้นสี่นะ และเขาก็ไม่ใช่ซูเปอร์แมนด้วย ตกลงไปแล้วจะกลายเป็นไข่เจียวออมเล็ตไหม?
แก้วหูของฉันเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดร้องของตัวเอง จวบจนมีอีกเสียงหนึ่งมาห้ามฉัน “หนวกหู”
เป็นเสียงของสีชิงชวน เขายังพูดได้อยู่เหรอ? เขาตกลงไปแล้วยังไม่ตายหรือเนี่ย! หรือว่าเป็นเหมือนโจวซิงซิง
หรือว่าเหมือนโจวซิงซิงในหนังเรื่องSixty Million Dollar Man ที่ร่างกายระเบิดเป็นเสี่ยงๆ แล้วเหลือแค่ปาก?
ฉันจับราวระเบียง จากนั้นก็มองลงไปด้านล่างด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะเห็นสีชิงชวนกำลังกิ่งไม้อยู่บนต้นไม้
เห่อ! เขายังไม่ตาย โล่งอกไปที
“คุณไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น?” ฉันถาม
“คุณทายดูสิ” เขาพูดเสียงเคือง
“ทำไมคุณถึงกระโดดลงไป?” ฉันถาม
“ทำไมคุณถึงกระโดดลงไป?” เขาย้อนถามฉัน
“ฉันไม่ได้กระโดดลงไป ฉันแค่จะข้ามราวระเบียงแล้วไปจับใบไม้”
เขาเผยสีหน้าอยากงัดทุกคำหยาบเท่าที่เคยผ่านหูมาออกมาใช้ให้หมด ทว่าเขายังคงข่มกลั้นมันไว้ “จับใบไม้?”
“อืม” ฉันพยักหน้าด้วยความจริงใจ “จับใบไม้”
“คุณบ้าไปแล้วเหรอ?”
ฉันครุ่นคิดคำถามนี้โดยละเอียด ก่อนจะตอบว่า “น่าจะไม่ใช่”
“เซียวเซิง” เขาโมโหจนใกล้เป็นบ้าแล้ว “สมองคุณใช้การไม่ได้แล้วเหรอ ทำไมจู่ๆ ก็อยากจับใบไม้ขึ้นมา? คุณอยากจับก็ลงมาจับที่สวนหย่อมสิ คุณจะเก็บได้เป็นกองเลย”
“คุณคิดจะช่วยฉันใช่ไหม?” เวลานี้สมองของฉันเริ่มตามทันแล้ว มิน่าล่ะเมื่อกี้สีชิงชวนจึงรีบร้อนแล้วพุ่งเข้ามา คาดว่าคงเบรกไม่ทันสิท่า บวกกับราวระเบียงที่เตี้ยเกินไปกับความสูงของเขา ดังนั้นเขาจึงตกลงไป
“คุณทายผิดแล้ว” เขาขบฟันกรอดๆ “ผมอยากผลักคุณลงไป จะสงเคราะห์คุณไง”
“ฉันจะไปตามคนมา” ฉันเอ่ยขึ้นมาโดยเฉียบพลัน
“ไม่ต้อง”
“ทำไม?” หรือว่าถูกแขวนอยู่ตรงนั้นแล้วสบาย? หากเทียบกับความสูงของตัวบ้านแล้ว บริเวณที่เขาเกาะอยู่ตรงกับชั้นสาม ถือว่าค่อนข้างสูงเช่นกัน แต่ถ้าค่อยๆ ปีนลงไปก็ยังได้อยู่ แต่ว่าตอนนี้เสื้อสูทของเขาถูกกิ่งไม้เสียบไว้ มือทั้งสองข้างก็ไม่ว่าง ต้องเกาะต้นไม้ไว้ จึงถอดเสื้อสูทไม่ได้
“สรุปก็คือไม่ต้อง” เขาตะคอกเสียงเบา
หรือว่าเขาอายที่จะให้คนอื่นเห็นเขาในสภาพแบบนี้?
ฉันรู้สึกว่าสีชิงชวนหยิ่งในศักดิ์ศรีมากเกินไปแล้ว ขนาดเกิดเรื่องขึ้นยังหวงหน้าตัวเองอีก ไม่คิดจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
“แล้วฉันทำอะไรได้บ้าง?”
“คุณปีนกลับเข้าไปเลย” เขาขบฟันเอ่ย
“คุณกลัวฉันตกลงไปเหรอ?”
“ผมกลัวคุณตกลงมาแล้วมาดันผมลงไป”
ฉันปีนกลับเข้ามาอย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็เกาะราวจับแล้วมองเขา “แล้วตอนนี้คุณจะทำยังไง? ฉันไปหากระบอกไม้ก่อนนะ”
“คุณคิดว่าผมตกน้ำหรือไง?” ท่าทางกอดต้นไม้ของเขาเหมือนหมีโคอาล่าที่ดุร้ายมากที่สุด
“คุณไปโรงเก็บอุปกรณ์ทำสวนแล้วเอากรรไกรแต่งกิ่งมา คุณหากรรไกรแต่งกิ่งที่สามารถปรับความยาวได้ แล้วคุณก็มาตัดกิ่งไม้ที่เสียบเสื้อผมออก”
ถือว่าเป็นไอเดียที่ดี ฉันรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง จากนั้นก็หยุดกะทันหัน ทำไมฉันต้องไปหากรรไกรแต่งกิ่งด้วย ฉันไปชั้นสามก็ได้นี่ เพราะชั้นสามเป็นห้องนอนสำหรับแขก ตอนนี้ไม่มีใครนอน
ฉันจึงวิ่งเข้าห้องนอนในชั้นสาม จากนั้นก็วิ่งออกไปนอกระเบียงหน้า ฮ่าๆ ตอนนี้ฉันกับสีชิงชวนอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว
เขาเห็นฉันอยู่ที่ชั้นสามก็ผงะ ฉันคุยกับเขาด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องไปเอากรรไกรแต่งกิ่งให้ยุ่งยากหรอก คุณจับมือฉันแล้วฉันจะดึงคุณเข้ามาเอง”
“คุณไม่รู้หรอกว่าผมมีแรงเท่าไหร่?” ฟันขาวของเขาโผล่ออกมา “ผมจะดึงคุณตกลงไปน่ะสิ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...