ตอนที่ร่างกายแข็งแรงก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก ตอนนี้ร่างกายบาดเจ็บเล็กน้อย จึงรู้สึกว่าส่วนนั้นโผล่ออกมาเป็นพิเศษ
ฉันล้างหน้าเสร็จก็ไปนอนคว่ำบนเตียงต่อ ยัยเบธเข้ามาส่งอาหารเช้าให้พวกเรา
บนถาดมีอาหารหลายเมนู มีทั้งหมูแฮม ไข่ดาว นมวัว ขนมปังโฮลวีท และยังมีสลัดผักผลไม้หลายชนิดด้วย
“เชิญคุณสาวใช้ทานอาหารเช้าค่ะ” ยัยเบธกล่าวอย่างมีมารยาท
ฉันอยากจะดึงสายไฟในตัวของมันทิ้งจังเลย ดูสิว่ามันยังปากจัดได้อีกไหม
“เธอเป็นคนทำอาหารพวกนี้เหรอ?”
“ภัตตาคารกั๋วฝ่าในถนนชุนเหอ”
“เชอะ! สั่งมาจากด้านนอกนี่เอง นึกว่าจะแน่”
ฉันกินอาหารเลิศรสอย่างไม่เจริญอาหาร ตอนนี้สีชิงชวนกำลังคาดขนมปังแล้วเดินออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก
เขาคุยโทรศัพท์เสร็จก็วางสาย แล้วมายืนมองฉันด้านข้างเตียง “ทำไมไม่กิน?”
“ไม่ถูกปาก”
“ฮ่าๆๆ” เขายิ้มเย็น “ภัตตาคารกั๋วฝ่าในถนนชุนเหอเป็นร้านต้นตำรับของเมืองฮวาเลย เชฟก็เป็นชาวต่างชาติ แล้วพวกวัตถุดิบก็ลำเลียงมาจากต่างประเทศทั้งนั้น”
“ฉันเป็นคนแดนมังกร เลยมีกระเพาะเป็นแดนมังกร” ฉันมองอาหารหลากสีในจานแล้วทอดถอนใจ “อยากกินบะหมี่หอยจังเลย”
สีชิงชวนหันไปถามยัยเซ่อเบธ “มันคืออะไร?”
“บะหมี่หอยคือเส้นหมี่ของชาวหลิ่วโจว ซึ่งอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ขึ้นชื่อทั้งรสเผ็ด เปรี้ยว สดสะอาด ของอาหารเมนูร้อนๆ ค่ะ
สาเหตุที่บะหมี่หอยอร่อยเพราะน้ำซุปมีสูตรลับเฉพาะตัว ซึ่งน้ำซุปนี้ทำมาจาก หอยน้ำจืด เปราะหอม โป้ยกัก ต้นกานพลู และพริกหลายพันธุ์และเครื่องปรุงตามธรรมชาติอื่นๆต่อด้วยผงชูรส”
ยัยเซ่อเบธพูดน้ำไหลไฟดับ ฉันบอกมันว่า “เธอก็แค่รู้เร็วกว่าฉันใช้มือถือหาข้อมูลเอง”
สีชิงชวนมองฉันด้วยแววตาราบเรียบปราดหนึ่ง “คุณมีเพียงสองทางเลือก”
ฉันเดาว่าเขาไม่พูดเรื่องดีๆ หรอก และมันก็เป็นจริงซะด้วย
“กินหรือไม่กิน”
ฉันรู้อยู่แล้วเชียว ฉันเอาส้อมบี้หมูแฮมชิ้นเล็กๆ อย่างยอมรับโชคชะตา
หมูแฮมดิบมันมีรสชาติเฉพาะตัวของมัน ซึ่งมันไม่น่ารับประทานสำหรับฉัน ฉันอยากกินอาหารของชาวจีนมากกว่า
สีชิงชวนเรียนจบจากต่างประเทศ ย่อมชินกับการกินแบบนี้อยู่แล้ว แต่ฉันไม่ไหว
ถึงจะเป็นอาหารเช้า ฉันก็จะกินปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ หรือไม่ก็พวกเกี๊ยวข้าวเหนียว หรือจะเป็นเส้นหมี่เกี๊ยวอะไรพวกนั้นก็ได้
ฉันเอาไข่ดาวป้อนเข้าปากด้วยความหม่นหมอง ระหว่างนั้นเฉียวอี้ก็โทรมา
ฉันพึ่งเปิดเครื่อง เธอก็โทรเข้ามาแล้ว
“เซียวเซิง เธอเป็นอะไร ทำไมฉันโทรไปตอนเช้าแล้วมีสีชิงชวนมารับสายล่ะ?”
“คิก ฉันบาดเจ็บ”
“เขาใช้กำลังกับเธอเหรอ?” เธอตะคอกพูดในสาย
“ไม่ใช่ ฉันหกล้มในห้องน้ำเอง”
“ฉันจะไปหาเธอที่บ้านตระกูลสี”
“ฉันไม่ได้อยู่ในบ้านตระกูลสี”
“แล้วเธออยู่ไหน? ที่โรงบาลเหรอ? อาการของเธอหนักไหม?” เฉียวอี้ตะโกนถามสุดเสียง
“เปล่า ฉันพักข้างนอก”
“หมายความว่ายังไง? สีชิงชวนไล่เธอออกมาหรือ?”
“ฉันกับเขามาพักด้วยกันข้างนอก”
เฉียวอี้หยุดนิ่งไปชั่วครู่ “ทำไม?”
“ไม่ทำไม” ฉันเล่าเรื่องที่สีชิงชวนเข้าใจผิดคิดว่าฉันจะฆ่าตัวตาย จากนั้นเขาก็คิดจะช่วยฉันด้วยความห้าวหาญ สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นกับตัวเขา
เพราะถ้าเฉียวอี้รู้ เฉียวอี้จะหัวเราะเยาะสีชิงชวน แล้วครั้งนี้สีชิงชวนต้องเอาเธอถึงตายแน่
“เธอพักที่ไหน ฉันจะไปหา”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...