ตอนที่ฉันทำอาหาร สีชิงชวนพูดอย่างรังเกียจว่าปูผัดผงกะหรี่ของฉันไม่อร่อย ตอนที่ปูหมดเขาก็หันไปถามป้าหลัวว่าได้หุงข้าวสวยไหม เขาใช้น้ำจากปูผัดผงกะหรี่มาคลุกข้าวทาน
ฉันถามเขาว่าอร่อยไหม เขายัดข้าวเข้าไปคำใหญ่แล้วตอบฉัน “คุณรู้ไหมว่าบนโลกนี้อะไรอร่อยที่สุด?”
“ฉันจะไปรู้ได้ไง?”
“คือความหิวโหย” เขาพูดด้วยความมั่นใจ
มันอร่อยแถมเขาก็ชอบมันชัดๆ แต่ปากแข็งเป็นบ้า
สีชิงชวนและเฉียวอี้แบ่งของสะสมล็อตสุดท้ายของคุณพ่อเฉียว ดีกรีบรั่นดีค่อนข้างสูง แต่สองคนนี้ดูท่าทางยังมีสติดีเหมือนกับไม่ได้ดื่ม
สีจิ่นยวนกับฉันดื่มแชมเปญ แชมเปญของคุณพ่อเฉียวมีดีกรีอยู่เล็กน้อย ฉันดื่มไปได้สองแก้วหน้าก็แดงขึ้นมาแล้ว ทุกครั้งที่ฉันมองสีชิงชวนก็พบว่าเหมือนเขากำลังมองฉันอยู่
“มองฉันทำไมหนักหนา?”
ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือมาทางฉันแล้วใช้นิ้วโป้งลูบผ่านปลายจมูกฉันไป “ซอสบาร์บีคิว”
“มีได้ไง?” ฉันลูบจมูกตัวเองดูก็พบว่ามันไม่ได้มีอะไร
เฉียวอี้ดื่มเหล้าไปสามรอบก็เริ่มเล่นอะไรแผลงๆ เธอยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาเหยียบเก้าอี้ “เรามาเล่นเกมกันดีไหม?”
“ไม่ดี” ฉันปฏิเสธทันที แอบรู้สึกว่ามีสีชิงชวนอยู่แล้วด้วย การเล่นเกมกับเฉียวอี้จะค่อนข้างอันตราย
“มีเกมหนึ่งสนุกมาก แต่ละคนเลือกไพ่แล้วติดไว้ที่หน้า ตัวเองห้ามดู คนอื่นดูได้ แล้วก็เดาจากที่คนอื่นอธิบาย มีโอกาสสามครั้ง ทายผิดลงโทษด้วยเหล้า แล้วก็เลือกใบใหม่โดยใช้ปากดูดไว้แล้วส่งต่อให้คนต่อไป ให้เขาทาย”
บางครั้งเฉียวอี้ก็ชอบแอบไปร้านเหล้า ไม่รู้ว่าเธอเรียนรู้อะไรพวกนี้มาจากใคร
ฉันไม่อยากเล่น แต่สีจิ่นยวนกลับแสดงท่าทางสนใจ
“ใครอยากเล่นยกมือ” เฉียวอี้ยกมือตัวเองขึ้นสูงมาก สีจิ่นยวนก็ยกมือขึ้นสูงเช่นเดียวกัน
ฉันมองไปที่สีชิงชวนด้วยสายตาขอความเมตตา ขอแค่เขาไม่อยากเล่น จากนั้นเราก็ทานข้าวให้เสร็จและกลับไปนอนอย่างสงบ ทุกคนมีความสุข
สีชิงชวนจิบบรั่นดีของตัวเองแล้วพูดขึ้น “ผมว่ามันก็โอเค”
เขายกมือขึ้นช้าๆ เฉียวอี้ปรบมืออย่างมีความสุข “ฮะๆ สามต่อหนึ่ง เซียวเซิง เธอต้องเล่นกับพวกเรา”
ฉันกลัวว่าเล่นไปเล่นมาจะตีกันเนี่ยสิ
เฉียวอี้รีบวิ่งไปหาไพ่โป๊กเกอร์ทันที เธอยังเอาถ้วยลูกเต๋ามาและให้เราเขย่าลูกเต๋าด้วยว่าใครจะเป็นคนทายก่อนเป็นคนแรก
ฉันไม่เคยเล่นอะไรพวกนี้มาก่อน ถ้วยลูกเต๋าก็เพิ่งเคยจับเป็นครั้งแรก แต่ใครจะไปรู้ว่าฉันจะเขย่าได้เลขหกทั้งสามลูก เฉียวอี้บอกว่ามันคือเสือดาว บอกว่าฉันเป็นมีบุคลิกของเทพีแห่งการพนัน
ฉันเคยดูหนังเกี่ยวกับการพนัน มีเทพีการพนันของญี่ปุ่นที่ใส่ชุดกิโมโนแบบเปิดไหล่ครึ่งหนึ่ง บนนั้นสักมีรอยสักอยู่หลากสี
ฉันทายคนแรก จั่วไพ่ใบหนึ่งให้พวกเขาดู จากนั้นก็แปะไว้บนหน้าโดยหันฝ่ามือมาทางด้านใน ยืนมองพวกเขาด้วยความงงเป็นไก่ตาแตก
“เซียวเซิง ฉันใบ้ให้เธออันหนึ่ง” เฉียวอี้พูดขึ้น “ฉันบอกเธอได้ว่าของเธอมันคือดอก ไม่ใช่เลข”
“ดอกคืออะไร แล้วเลขคืออะไร?”
“เธอไม่เคยเล่นไพ่โป๊กเกอร์เหรอ?”
“ไม่เคย”
“ดอกก็คือJQK เลขก็คือตัวเลขอะ”
“อ้อ” ฉันเข้าใจแล้ว แบบนี้ก็ง่ายแล้วสิ “มีโอกาสสามครั้งใช่ไหม?”
“ใช่” เฉียวอี้พยักหน้า
JQKมีทั้งหมดสามประเภท ถึงฉันจะทายผิดไปสองครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายต้องทายถูกแน่ๆ
ฉันทายไปว่า “J เหรอ?”
“No” เฉียวอี้ส่ายหน้า
“Q?”
“No”
“K” ฉันกระโดดอย่างลุ้นๆ “ใช่ไหม?”
“คุณไม่ได้ทายว่า K ดอกไหน” สีชิงชวนพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “มีสี่แบบ โพธิ์ดำ หัวใจ ข้าวหลามตัด ดอกจิก คุณทายดอกไหน”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...