“เอาอย่างนี้ละกัน ฉันจะลองหาวิธีดู” ฉันบอกกับสีชิงชวน จากนั้นก็วางสาย
ฉันโทรหาป๋ออวี่และบอกเขาว่าสีชิงชวนยังเป็นไข้อยู่ ตอนนี้อยู่ที่บ้านคนเดียวค่อนข้างน่าสงสารเลย เขาบอกว่า “ผมกำลังประชุมอยู่ที่บริษัท เดี๋ยวประชุมเสร็จแล้วผมจะไปดูคุณสีให้นะครับ”
“คุณจะเลิกประชุมตอนกี่โมงเหรอคะ? ”
“น่าจะประมาณบ่ายสองครับ”
ฉันดูนาฬิกา ตอนนี้ยังไม่สิบโมงเลย เท่ากับว่าสีชิงชวนต้องอยู่บ้านคนเดียวสี่ชั่วโมง
หลังจากที่ฉันกล่าวขอบคุณป๋ออวี่และวางสายไป ทันใดนั้นฉันก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา
เซียวซือไง ตอนเที่ยงเธอสามารถไปทานข้าวเป็นเพื่อนสีชิงชวนได้ และเธอจะต้องดีใจมากอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ฉันก็เลยไปหาเซียวซือ ห้องทำงานของเธออยู่ข้างบนและตรงกับห้องทำงานของฉันพอดี
เฉียวอี้รู้สึกไม่ยอมมาโดยตลอด เธอเอาแต่บอกว่าเซียวซือจงใจ นึกไม่ถึงเลยว่าผู้ถือหุ้นตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะเหยียบย่ำอยู่บนหัวท่านประธานอย่างฉัน
แต่ฉันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ ระหว่างทางไปหาเซียวซือ ฉันก็เจอเข้ากับเซียวหลิงหลิงที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอโดยบังเอิญ
พอเห็นเธอ ฉันก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที ฉันคิดว่าเธอจะพูดฉีกหน้าฉันหรือหาเรื่องฉันเหมือนตามปกติ แต่วันนี้เธอกลับทำแค่เหลือบตามองฉัน จากนั้นก็เดินผ่านฉันไป
เอ๋ เซียวหลิงหลิงค่อนข้างผิดปกติไปนะ ไม่นึกเลยว่าเธอจะปล่อยฉันไปด้วย
เลขาของเซียวซือช่วยแจ้งเธอให้ฉัน หลังจากนั้นไม่นานเลขาก็บอกให้เข้าไปข้างใน
ฉันเพิ่งเคยมาห้องทำงานของเซียวซือเป็นครั้งแรก มันทั้งกว้างขวางและสว่างกว่าห้องทำงานของฉัน มีหน้าต่างกระจกที่ยาวจรดพื้น โชคดีที่เฉียวอี้ไม่ได้มาด้วย ไม่อย่างนั้นเธอต้องกลายเป็นคนขี้อิจฉาแน่
เซียวซือนั่งอยู่ที่ด้านหลังโต๊ะ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของฉันเธอก็เงยหน้าขึ้นมา วันนี้เธอสวมที่คาดผมมุกเข้าคู่กับผมลอนยาว ทำให้เธอดูสวยงามมีลุคผู้บริหารที่สงบนิ่ง
“เซียวเซิง มาหาฉันมีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ? ”
“อื้ม แต่ไม่ใช่เรื่องงานนะ” ฉันเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของเธอ “หลายวันมานี้เพราะฉันลา ทำให้พี่ต้องเหนื่อยเรื่องบริษัทแล้ว”
“เราต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของเซียวซื่อกรุ๊ปเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว” เธอชี้ไปที่เก้าอี้ “เธอนั่งก่อนสิแล้วค่อยคุยกัน”
“ไม่ล่ะ ฉันมีธุระคุยเสร็จก็จะไปแล้ว” เมื่ออยู่ต่อหน้าเซียวซือ ฉันก็มักจะเหมือนคนซุ่มซ่ามอยู่เสมอ
“เรื่องอะไรล่ะ เธอพูดมาสิ” เธอมองมาที่ฉัน ทันใดนั้นสีหน้าท่าทางของเธอก็ดูตึงเครียดขึ้นมา “หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับชิงชวน? เขายังไข้ขึ้นสูงอยู่อีกเหรอ? เมื่อเช้าฉันกลัวว่าเขาจะยังไม่ตื่น ก็เลยไม่ได้โทรไปหาเขาเลย! ”
“เอ่อ ไม่ใช่ๆ เขาไม่เป็นไร แม้ว่าจะมีไข้เล็กน้อยก็ตาม” เมื่อสักครู่นี้สีชิงชวนโทรมาทำตัวน่าสงสาร แต่ฉันคิดว่าเขาดูมีชีวิตชีวามาก น่าจะไม่ได้เป็นอะไรมาก “คือไม่แน่ใจว่าตอนเที่ยงพี่ว่างไหม ไปกินข้าวเป็นเพื่อนเขาหน่อยได้ไหม”
“อ๋อ” เซียวซือจ้องมองมาที่ฉัน “คือเธอจะมาบอกให้ฉันไปกินข้าวเป็นเพื่อนเขาใช่ไหม? จริงๆ แล้วเธอไม่ต้องตั้งใจหาโอกาสให้ฉันได้อยู่กับชิงชวนเป็นพิเศษก็ได้นะ”
“ไม่ๆ ฉันแค่คิดว่าเวลานี้เขาต้องอยากให้พี่ไปอยู่เป็นเพื่อนเขาแน่นอน”
“อืม” เธอพยักหน้าและขมวดคิ้วลงเล็กน้อย “ตอนเที่ยงฉันไม่มีธุระอะไรพอดี ฉันจะให้พ่อครัวที่บ้านทำอาหารไว้ แล้วเดี๋ยวฉันจะเอาไปให้เอง เขากินแต่อาหารจากร้านอาหารข้างนอก แล้วมันจะไปหายป่วยได้ยังไง”
เมื่องานใหญ่ของฉันได้สำเร็จลุล่วงลง ฉันก็บอกลาเซียวซือ เธอเดินมาส่งฉันที่หน้าประตูลิฟต์
เมื่อลงมาข้างล่างและกลับมาที่ห้องทำงาน ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองสบายใจขึ้นมาก เหมือนได้ทำเรื่องที่เจ๋งสุดยอดไป
เฉียวอี้เดินถือกล่องแซนด์วิชเข้ามาหาฉัน “เซียวเซิง เธอหนีไปไหนมาน่ะ? ”
“ไปหาเซียวซือมา”
“ไปหาเซียวซือทำไม? ”
“สีชิงชวนป่วยก็เลยให้เธอไปอยู่เป็นเพื่อนเขา”
“เธอทำตัวเป็นแม่เล้าเหรอ? ”
ฉันตีเธอไปหนึ่งที “ระวังฉันจะฉีกปากเธอ”
“สีชิงชวนเป็นสามีของเธอนะ เธอจะให้เซียวซือไปอยู่เป็นเพื่อนเขาทำไม? ”
ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจเธอ จึงหยิบแซนด์วิชในกล่องของเธอมา “นี่คือแซนด์วิชที่เธอบอกว่าอร่อยจนน้ำตาไหลเหรอ? ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...