ฉันไม่รู้ว่าสีชิงชวนพูดจริงหรือโกหก รอให้ต้วนอ้ายกลับมา ฉันเลยแสร้งทำเป็นก้มไปปัดกระโปรงโดยมิได้ตั้งใจ และแล้วก็เห็นต้วนอ้ายถอนรองเท้าส้นสูงของเธอ ทั้งใช้ขาอันขาวผ่องนั้นไปสะกิดขาของสีชิงชวนจริงๆ
ไอ้เชี่ย... ฉันเกือบจะหลุดคำสบถออกมา
ฉันเป็นแม่พระมาตลอด เย็ดแม่ง เย็ดเข้ ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ คำสบถพวกนี้เฉียบพูดแทบจะทุกวัน ฉันบอกให้เธอฟังทุกวันว่าเป็นกุลสตรีอย่าพูดจาเช่นนี้ อย่างไรเสียก็เป็นถึงลูกผู้ดีมีตระกูล
ทว่าขณะที่อารมณ์พุ่งปริ๊ดถึงขีดสุด มีแค่ด่าคำสบถเท่านั้นถึงจะระบายอารมณ์ความรู้สึกในตอนนี้ของฉันออกมาได้
ฉันลุกพรวดขึ้น สีหน้าท่าทางของต้วนอ้ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังคงสง่าผ่าเผยดุจนกยุงตัวหนึ่ง แต่กลับยั่วยวนสีชิงชวนอย่างลับๆ
จะทนไหม?
ทนไม่ได้อยู่แล้วนะสิ อย่างไรเสียสีชิงชวนก็เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นคนในดวงใจของเซียวซือ ใช่แล้ว ฉันเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเซียวซือเลยนะเนี่ย
ฉันพยายามจะไม่กระโตกกระตาก พยายามหาเรื่องมาคุยกับต้วนอ้าย จากนั้นก็ค่อยๆยื่นขาไปแตะรองเท้าของเธอออกไปด้านข้าง
พวกเรานั่งอยู่บนโซฟา ใต้โซฟามีช่องว่างเหลืออยู่ ฉันก็เลยแตะรองเท้าของเธอเข้าไปใต้โซฟา จะได้ให้เธอหานานหน่อย
ฉันทานของหวานหมดแล้ว อาหารอันน้อยนิดของเธอก็ทานเกือบจะหมดแล้วเหมือนกัน
ฉันดึงแขนเสื้อของสีชิงชวน “ไปกันเถอะ นั่งจนเหน็บกินหมดแล้ว”
“อ้อ” เขาทิ้งส้อมและลุกพรวดขึ้น “ไปก่อนนะ”
“ชิงชวน ไปบนยอดเขา จะแนะนำเหล้าชั้นดีให้ รับประกันว่าคุณชอบแน่นอน”
“เมื่อเช้าผมเพิ่งจะฉีดยาฆ่าเชื้อไป ดื่มเหล้าจะทำให้เกิดการตีกันได้ พรุ่งนี้พวกแกจะต้องไปเยี่ยมฉันที่โรงพยาบาลด้วย” เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ และทุกคนต่างก็ยืนขึ้น
มีแค่ต้วนอ้ายคนเดียวที่ไม่ลุก ตอนแรกเธอยังนั่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งฉันก็รู้ว่าเธอกำลังเขี่ยหารองเท้าใต้โต๊ะ
แน่นอนว่าจะต้องหาไม่เจอ ซึ่งต่อให้จะคว่ำทั้งโต๊ะก็หาไม่เจออยู่ดี
“คุณต้วน ในเมื่อชิงชวนไม่ไป คุณก็ต้องไปเองแล้วล่ะ?” โหยวจื่ออันถามเธอ
ต้วนอ้ายยิ้มด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าสายตาสับสนไปหมด
ฉันเอาใจใส่เธอด้วยความเป็นห่วง “คุณต้วนเป็นอะไรไปคะ? ไม่สบายตรงไหนหรืออะไรหายไปคะ?”
ฉันก้มไปดูใต้โต๊ะ เธอรีบปฏิเสธตามสัญชาตญาณ “ไม่มีค่ะ ไม่มีค่ะ”
ทว่าขาที่จิกปลายเท้าเพื่อเขี่ยหารองเท้าอยู่ใต้โต๊ะราวกับจะเต้นบัลเลต์นั้นกลับทรยศเธอเอง
ฉันแสร้งทำเป็นตกใจ “เอ๊ะ รองเท้าของคุณต้วนล่ะคะ?”
ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้น โหยวจื่ออันและเพื่อนพ้องพวกเขาต่างไม่ทราบดังนั้นจึงดึงผ้าผ้าปูโต๊ะออก “เกิดอะไรขึ้นคุณต้วน นั่งอยู่ดีๆรองเท้าจะหายไปได้ยังไง?”
เธออ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก สีชิงชวนมองฉันด้วยท่าทางยิ้มอ่อนๆ
“เดี๋ยวฉันช่วยหา” ฉันมองซ้ายแลขวา “คุณต้วน คุณช่วยลุกขึ้นหน่อย ฉันจะลองหาใต้โซฟาดูว่ามีไหม”
เธอได้แต่กระดกเท้ายืนขึ้น โซซัดโซเซยืนได้ไม่มั่นคง โหยวจื่ออันมาประคองเธอไว้ เธอได้แต่ยืนพิงโหยวจื่ออันด้วยความเคาะเขิน
ฉันเลื่อนโซฟาออกจนเจอรองเท้าของเธอ ซึ่งมันมีใยแมงมุมพันยั้วเยี้ยเลย
ฉันแตะรองเท้าไปให้เธอ “นี่เป็นรองเท้าของเธอใช่ไหม คุณต้วน?”
เธอไม่ได้ตอบกลับ ทว่าแดงระเรื่อไปทั่วกกหูแล้ว
โหยวจื่ออันเห็นแบบนี้จึงรีบใช้กระดาษทิชชูเช็ดใยแมงมุมบนรองเท้าออกให้เธออย่างมีไมตรีจิต ฉันมองท่าทางอรชรอ้อนแอ้นในการก้มใส่รองเท้าของเธอ จึงเตือนเธอไปด้วยความปรารถนาดี “บนโลกใบนี้มีคนหลากหลายประเภท ต่อให้นั่งอยู่คุณต้วนก็ต้องดูรองเท้าตัวเองให้ดีๆ ส่วนสามีของฉันก็ต้องรักษาไว้ให้ดีด้วยเช่นกัน”
ทุกคนต่างพากันงุนงง หลังจากนั้นไม่นาน ก็เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมรองเท้าของต้วนอ้ายถึงได้หายไป
โหยวจื่ออันชะงักมือที่เช็ดรองเท้าให้เธอ อีกคนก็รีบรวบข้อพับให้เธอประคองไว้กลับทันที ต้วนอ้ายยังยืนได้ไม่มั่นคงจนเกือบจะล้มลง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...