ฉันต่อคำพูดของต้วนอ้ายไว้ไม่ทัน ได้แต่ยิ้มแหยๆ
เดิมทีสีชิงชวนกำลังพูดคุยสัพเพเหระกับเพื่อนเขาอยู่ จู่ๆก็หันหน้ากลับมาพูดกับฉัน “จะไปห้องน้ำหรอ?”
“หะ” ฉันชะงักไป “ว่าไงนะ?”
“ผมจะไปเข้าห้องน้ำ ไปด้วยกัน” เขาพูดๆอยู่ก็ลุกขึ้นยืน
ฉันคิดว่ามีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะรวมตัวกันไปเข้าห้องน้ำ ผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขาจะเข้าห้องน้ำทำไมต้องเรียกฉันไปด้วย?
อันที่จริงฉันก็อยากจะไปอยู่ แต่เพราะสวมเสื้อตัวเดียวกันเลยไม่กล้าลุกขึ้นยืน
เขาจึงเอื้อมมือมาฉุดฉันขึ้น และในช่วงจังหวะที่ฉันลุกขึ้นยืนนั้นก็ได้ไปเห็นแววตาของต้วนอ้ายฉายแววความประหลาดใจและขวยเขินออกมา
เฮ้อ ใครจะยอมให้คนอื่นแต่งตัวเหมือนเธอกันล่ะ มิหนำซ้ำเธอยังเป็นหญิงผู้เลอโฉมอีกต่างหาก
คาดว่าขณะซื้อเสื้อผ้า พนักงานจะต้องบอกกับเธอว่าเป็นรุ่นจำนวนจำกัดอะไรแบบนั้น ไม่นึกไม่ฝันว่าจะใส่ชุดเดียวกันได้อีก
สีชิงชวนจูงมือฉันเดินไปตามทางเข้าห้องน้ำ ฉันใส่รองเท้าส้นสูงอยู่จึงเกลียดที่เขาเดินเร็วฉับๆ “ทำไมต้องไปห้องน้ำด้วยกัน? แปลกจริงๆ”
“ผมไม่ได้เข้าห้องน้ำผู้หญิงและคุณก็ไม่ได้เข้าห้องน้ำผู้ชายด้วย มีอะไรน่าแปลกเหรอ?” จู่ๆเขาก็ชะงักฝีเท้า ฉันเกือบจะเดินชนเขา
เขาบีบหัวไหล่ฉัน สีหน้าปานกินของที่ตัวเองไม่ชอบไป “เซียวเซิง คุณชอบซาดิสม์เหรอ?”
“หมายความว่าอะไร?”
“ต้วนอ้ายโจมตีคุณแทบจะทุกคำ ทำไมคุณถึงไม่ตอบกลับบ้าง?”
“มีหรอ?” ฉันจึงหวนคิดกลับไปอย่างละเอียด “ดาราสาวพูดแบบนี้กันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”
“ใครบอกดาราสาวพูดแบบนี้กันทั้งนั้น? คุณนึกว่าพวกเธอถ่ายละครเรื่องศึกบุปผาวังมังกรอยู่ตลอดยังงั้นหรือไง? บนโลกใบนี้คนที่ประจบสอพลอและสั่งคนไปวางยาได้เก่งที่สุดก็คือดาราสาว คุณยังไม่เคยเจอสีหน้าท่าทางตอนที่เธอคุยกับเราสินะ”
“คุณโกรธเหรอ?” ฉันคาดคะเนจากสีหน้าของเขา “ก็เพราะเธอตีสุนัขไม่ดูเจ้าของไง?”
จู่ๆสีชิงชวนก็โกรธจนหัวเราะออกมา เขาใช้หมัดที่กำไว้แน่นทุบศีรษะตัวเอง “เซียวเซิง คุณเปรียบตัวเองเป็นสุนัข ฉันละหมดคำจะพูดเลย”
ฉันใช้คำศัพท์ผิดไป ใครจะไปยอมว่าตัวเองแบบนั้นกันล่ะ
ฉันไม่ได้โง่สักหน่อย สิ่งที่ต้วนอ้ายพูดกับฉันเมื่อครู่ไม่ค่อยเฟรนลี่นัก ฉันจะฟังไม่ออกได้ไงกัน?
“อดีตต้วนอ้ายเคยเป็นชู้กับคุณหรือเปล่า ไม่งั้นจะมาลงกับฉันทำไม?”
“ผมไม่สนใจในดาราสาว ผู้หญิงบนโลกนี้ต่างก็ชอบผม นี่เป็นความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้” เขาพูดคำพูดไร้ยางอายเช่นนี้ยังจะจริงใจได้ขนาดนี้เชียว มันน่าโมโหนัก
จู่ๆเขาก็หยิกแก้มฉัน เจ็บจังเลย
“เซียวเซิง เดี๋ยวคุณด่ากลับไปให้ผมที”
“เมื่อกี้คุณก็ได้ยินแล้ว ทำไมถึงไม่ด่ากลับไปเลยล่ะ?”
“ไม่เถียงว่าใครผิดใครถูกกับผู้หญิง ถือเป็นบรรทัดฐานของผม” เขาไม่หยิกแก้มของฉันแล้ว แต่เปลี่ยนมาบีบคางแทน “คุณพูดจามีคารมคมคายไม่ใช่หรือ ประเดี๋ยวก็ช่วยด่ากลับไปให้ผมเป็นฉอดๆหน่อย”
“คุณอยากเอาชนะขนาดนั้นเลยเหรอ? คนเค้าต่อว่าฉันก็ยังจะไปขัดหูขัดตาคุณอีก?”
“เชอะ ใครให้คุณสลักชื่อเป็นภรรยาของผมล่ะ ตีสุนัขก็ต้องดูเจ้าของด้วยไม่ใช่หรือไง?” เขาหัวเราะจนฉันแทบอยากจะต่อยเขา เสียดายที่มีคนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน ฉันจึงได้แต่จ้องเขาเดินเข้าห้องน้ำชายไป
เข้าห้องน้ำเสร็จกลับไปที่โต๊ะต้วนอ้ายก็จับจ้องกระโปรงของฉันอยู่ตลอดโดยไม่ละสายตา
เครื่องแต่งกายของฉันกับของเธอแทบจะเหมือนกัน100เปอร์เซ็นต์ มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างคือเข็มกลัดบนเสื้อ
ดูท่าเธอน่าจะสนใจอยู่ไม่น้อย “เข็มกลัดสวยจัง ทว่าดูไปแล้วคุ้นตาจัง”
“มันคู่กับกระโปรงอีกตัว ฉันหยิบมาใช้ค่ะ”
“กระโปรงตัวนั้นฉันรู้ สปอนเซอร์ให้มา ฉันไม่ได้ขอ เขาให้ผู้ช่วยฉันมาอีกที” เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองเหยียบหางเส้นไหนของเธอไป ถึงได้แยกเขี้ยวยิงฟันประหนึ่งแมวกำลังพองขน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...