พ่ายรักเมียในนาม(จบ) นิยาย บท 236

ฉันตกตะลึง ผ่านไปสักพักถึงรู้ว่าควรโต้แย้งเฉียวอี้ยังไง “เธอไม่เคยคบใครเป็นตัวเป็นตน แต่กลับพูดทฤษฏีด้านความรักได้ดีเชียว”

“ผู้หญิงอย่างฉันผ่านการมีความรักมานับไม่ถ้วน ใครบอกว่าการมีความรักในครั้งหนึ่งจะต้องคบกันแปดปีสิบปีถึงจะนับว่าเป็นความรัก ฉันผู้ซึ่งมีความรักแค่วันเดียวก็นับว่าเป็นความรักแล้ว”

ความรู้สึกของฉันดิ่งลง และระหว่างที่กำลังแกะสลัก อีกแค่นิดเดียวมือของตัวเองก็เกือบได้บาดเจ็บซะแล้ว ค่ำคืนนี้ฉันจะอยู่แกะสลักหยกในบริษัทจนเสร็จแล้วถึงจะกลับบ้าน เฉียวอี้บอกจะอยู่เป็นเพื่อนฉัน แต่ฉันก็ไล่ให้หล่อนกลับไป

คาดไม่ถึงว่าคืนนี้สีชิงชวนจะไม่โทรตามให้ฉันกลับบ้านเร็วๆ ถ้าหากเป็นวันปกติทั่วๆไป จะโทรตามจนแบตโทรศัพท์ของฉันหมดไปตั้งนานแล้ว เขาคนนี้ เป็นคนที่เดาใจยากมากจริงๆ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ และก็ไม่รู้อีกด้วยว่าเขาจะทำดีต่อคุณเมื่อไหร่ หรือเมินเฉยคุณเมื่อไหร่ หรือแม้กระทั่งอยู่ดีๆคุณก็กลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับไปแล้ว

เมื่อฉันกลับมาถึงบ้านพักของเขา แต่สีชิงชวนยังไม่กลับมา บ้านพักหลังใหญ่มีเพียงยัยเซ่อเบธที่กำลังเดินไปเดินมา หุ่นยนต์มนุษย์ก็คือหุ่นยนต์มนุษย์ มันไม่รู้จักมาถามคุณว่าทานข้าวหรือยังด้วยความเป็นห่วงหรอก และไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังอยู่ในอารมณ์ดีหรือร้าย

หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จสีชิงชิวนก็ยังไม่กลับมา จนกระทั่งตอนที่ฉันนอนถือหนังสืออยู่บนเตียง เขาก็ยังไม่กลับมา อันที่จริงฉันควรโทรหาเขา เพราะถึงอย่างไรอาการเป็นหวัดของเขาก็ยังหายไม่สนิท ดึกขนาดนี้แล้วยังอยู่ข้างนอกและแม้แต่ข่าวคราวสักนิดก็ยังไม่มี แต่ก็ไม่รู้ว่ามันได้เป็นอย่างที่เฉียวอี้พูดไว้ไหม แม้แต่เฉียวอี้ยังดูออก ฉันเองก็ดูออกเหมือนกัน ฉันเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าสีชิงชวนไม่ได้รักเซียวซือเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเขารักใคร เหมือนว่าเขาจะรักตัวเองมากกว่า

สักพักฉันก็เกิดง่วงขึ้นมา และได้หลับไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกี่โมงแล้ว ในที่สุดก็ได้ยินเสียงสีชิงชวนเดินเข้ามาในห้องนอน ในขณะที่ฉันกำลังสะลึมสะลือก็รู้สึกว่าสีชิงชวนได้พยุงฉันที่กำลังเอ็นหลังหลับอยู่ให้นอนราบลงมา ตอนแรกฉันอยากจะบอกเขาว่า ฉันได้แกะสลักหยกที่จะให้เขาเสร็จแล้ว วางไว้ในลิ้นชักบนหัวเตียง ให้เขาหยิบเอง แต่เพราะฉันง่วงมากจนเกินไป พอฉันลืมตาขึ้นมาได้ ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของสีชิงชวนที่กำลังเดินไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาสีชิงชวนก็ได้ออกจากบ้านไปแล้ว ฉันเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนหมอน ในกระดาษแผ่นนั้นได้เขียนที่อยู่เขียนไว้ในนั้น และยังบอกเวลาเป็นหนึ่งทุ่มช่วงกลางคืน อ๋อ น่าจะเป็นที่อยู่ที่เขาจัดปาร์ตี้ในคืนนี้ ฉันลืมเอาของขวัญให้เขาอีกแล้ว คงต้องให้เขาในคืนนี้ต่อหน้าผู้คนมากมากสินะ ฉันคิดไปคิดมา แล้วหยิบของขวัญใส่ในกระเป๋าและยังแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ สีชิงชวนเป็นคนที่เรื่องมากคนหนึ่ง ถ้าในวันเกิดของเขา ฉันแต่งตัวไม่สวยจนทำให้เขาขายหน้า แน่นอนว่าจะต้องมาหาเรื่องฉันแน่ๆ

ช่วงกลางวันไม่ได้ยุ่งมากสักเท่าไหร่ ฉันนัดหนีอีโจวไว้ว่าจะไปเยี่ยมแม่ของเขาตอนเที่ยง ฉันสาบานกับตัวเอง ไม่ว่าวันนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันจะต้องไปให้ได้ ยังดีที่สีชิงชวนไม่ได้ก่อความวุ่นวายกับฉัน หลังจากที่ทานอาหารเที่ยงเสร็จ ฉันกับเฉียวอี้และหนีอีโจวก็ไปบ้านเขาพร้อมกัน ก่อนจะไป ฉันเองก็ได้คิดไว้ก่อนแล้วว่าแม่ของเขาจะอยู่ในสภาพไหน ฉันไม่รู้ว่ามันร้ายแรงมากแค่ไหน เมื่อไม่กี่วันที่แล้วเฉียวอี้ได้ไปเยี่ยมท่านมาก่อนแล้ว แล้วหล่อนบอกกับฉันว่า บางทีก็รู้สึกตัว บางทีก็จำอะไรไม่ได้

ในบางครั้ง คนเราก็ไม่กลัวที่จะแก่ตัวลง กลัวก็แต่ความแก่ชราจะนำพาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆหรืออาการต่างๆมาให้เรา อย่างเช่นอาการหลงลืม ลืมคนรอบข้างที่เคยห่วงใยมากที่สุด ในภาพแห่งความทรงจำของฉัน แม่ของหนีอีโจวเป็นคนที่สวยมากๆตอนยังสาวๆ เป็นเจ้าแม่แฟชั่น ตอนที่ฉันกับเฉียวอี้ยังเด็ก ยังเคยแอบใส่เสื้อผ้าของคุณแม่หนีแล้วแต่งตัวเลียนแบบเป็นผู้ใหญ่ จนทำให้คุณแม่หนีหัวเราะชอบใจ บอกว่าเราตัวเล็กเกินที่จะใส่มันได้ รอให้โตกว่านี้จะมีเสื้อผ้าสวยๆออกมาอีกเยอะเลย

ก่อนจะเข้าไป เฉียวอี้กุมมือฉันไว้ “เตรียมใจให้พร้อมนะ” หล่อนพูดจนทำให้ใจฉันรู้สึกใจหายเล็กน้อย หลังจากเปลี่ยนรองเท้าเสร็จก็เดินเข้าไปในห้อง แวบแรกที่เห็นคือผู้หญิงที่มีผมขาวนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาหันหลังให้กับฉัน

บนจอทีวีกำลังฉายซี่รี่ย์ของเมื่อหลายปีที่แล้ว ฉันหันไปถามเฉียวอี้เสียงเบากับด้วยความหวาดกลัว “นี่คือคุณแม่หนีเหรอ?”

เฉียวอี้พยักหน้า “ใช่แล้ว”

ฉันลองคำนวณดูแล้ว เหมือนว่าปีนี้คุณแม่หนีก็ยังอายุไม่ถึงห้าสิบปีเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงมีแต่ผมขาวเต็มหัวไปหมด?

หนีอีโจวนำหน้าไปก่อน “แม่ครับ ผมกลับมาแล้วครับ”

เขานั่งลงตรงหน้าคุณแม่หนี แล้วชี้มาที่ฉัน “แม่ครับ แม่ดูสิครับว่าใครมา?”

คุณแม่หนีค่อยๆหันมามองที่ฉัน เมื่อฉันเห็นใบหน้าของท่าน กาลเวลาเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก มันสามารถทำลายผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมีช่วงวัยอันรุ่งโรจน์ได้จริงๆ ท่านผอมมาก ห่อเหี่ยวมาก ซีดเซียวมาก เมื่อก่อนท่านมีดวงตาที่สวยมากๆ แต่ตอนนี้กลับดูไม่มีชีวิตชีวาเลย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)