หลังจากฟังคำแนะนำจากอวิ๋นหลิงแล้ว ลู่ฉีก็กลับห้องและเอาเงินเก็บส่วนตัวออกมานับทีละตำลึงอย่างถี่ถ้วน
ไม่นับยังพอว่า พอนับเข้าถึงได้ตกใจ ว่าตอนนี้เหลือเพียงหนึ่งร้อยสี่สิบกว่าตำลึงเท่านั้น
ปกติเขาเป็นคนมัธยัสถ์ ปีหนึ่ง ๆ ก็ใช้เงินไม่มากเท่าไหร่ แต่นี่แค่สองสามเดือนเท่านั้น เงินที่สู้อุตส่าห์ออมมาหลายปีหมดไปหนึ่งในสามแล้วหรือนี่?
และเงินส่วนใหญ่ก็ไปเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่เขาไม่ได้ใช้ วางเรียงรายอยู่ในลิ้นชักมากกว่า
คันฉ่องเอย แป้งผัดหน้าเอย ปิ่นประดับเอย หวีไม้เอย
ลู่ฉีนึกกลุ้มใจ จึงไปถามเฉียวเย่ว่า “ใต้เท้าเฉียว ปกติร้านค้ายอมให้คืนของหรือเปล่า ไม่งั้นข้าจะทำยังไงดี?”
เครื่องประทิมโฉมน่าจะเก็บนานไม่ได้ ส่วนพวกเครื่องประดับต่าง ๆ ผ่านไปปีสองปีมีแบบใหม่ออกมา และจื่อเถาไม่ยอมรับไว้อีก เขาเก็บของพวกนี้เอาไว้ ช้าเร็วคงต้องหมดราคาเป็นแน่
เฉียวเย่คิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงแนะนำเขาว่า “ของที่ซื้อมาแล้ว จะไปขายคืนราคาเดิมคงเป็นไปไม่ได้ แต่ยังดีที่เป็นของใหม่อยู่ เจ้าลองลดราคาหน่อยแล้วไปขายให้คนอื่นต่อ ถามบรรดาสาวใช้ในจวนก็ได้ว่ามีใครถูกใจหรือไม่ ไม่ก็ลองถามพวกทหารที่แต่งงานแล้วหรือพ่อบ้านดูก็ได้”
ลูฉีดีใจใหญ่ รีบเอาข้าวของไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินทันที
แต่หลังจากที่เซียวปี้เฉิงจัดระเบียบใหม่ สาวใช้ในจวนก็เหลือไม่มากนัก นอกนั้นคือทหารที่แต่งงานแล้ว ก็เสียดายเงินไม่อยากใช้ฟุ่มเฟือยกับสิ่งของเหล่านี้
“พี่ชาย อุดหนุนอีกตลับเถอะนะ! นี่เป็นแป้งจากร้านหนานเยียน ข้างนอกขายตั้งห้าตำลึง ข้าลดราคาให้สี่ตำลึงก็พอ!”
“องครักษ์ลู่ ท่านก็ซื้อแต่ของแพง เงินสี่ตำลึงซื้อแป้งผัดหน้าทั่วไปได้ถึงสิบตลับด้วยซ้ำ! หากไม่เพราะใกล้ถึงวันเกิดเมียข้า ข้าก็ไม่ซื้อของแพงขนาดนี้ให้นางหรอก”
ลู่ฉีเที่ยวตระเวนอยู่ในจวนจิ้งอ๋อง พูดจนปากเปียกปากแฉะ ก็ขายของได้เพียงสามอย่างเท่านั้น
ตงชิงเห็นเขาทำหน้าเศร้า จึงเดินไปดู พร้อมกับมองเขาด้วยดวงตากลมโต
“ท่านเที่ยวไปถามคนโน้นคนนี้ ทำไมไม่เห็นมาถามข้าบ้างล่ะ”
ลู่ฉีแบะปากตอบว่า “เจ้าเป็นคนใจร้ายใจดำ ปกติชอบมาเถียงข้าที่สุด ถ้าจะขอให้ช่วยซื้อของ ข้าคงขาดทุนยับน่าดู”
“ว่าใครใจร้ายใจดำ?” ตงชิงโกรธจนจมูกย่น “แน่จริงเอาของมาให้ข้าหมดสิ ข้าจะซื้อในราคาเท่าเดิม!”
ลูฉีเบิ่งตาโต ถลันตัวลุกขึ้นจากขั้นบันได ตบหิมะที่เลอะก้นให้หมดไป
“เจ้ามาอย่ามาคุยโตล่ะ ถ้าข้าเอาจริง เจ้าห้ามเปลี่ยนใจนะ!”
ตงชิงเหลือบตามองบนเล็กน้อย “ใครโกหกขอให้เป็นลูกสุนัข ตามข้าไปที่ห้องเอาเงินได้เลย”
ลู่ฉีเดินตามไปอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ที่ไหนได้ตงชิงกลับซื้อทุกอย่างไปในราคาเดิมจริง ๆ
เขามองจนตาค้าง “เจ้าไปเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะ?” เป็นแค่สาวใช้เล็ก ๆ คนหนึ่ง ใช้เงินราวกับเบี้ยก็ไม่ปาน!
ตงชิงกล่าวอย่างภูมิใจ “พระชายาเป็นคนใจกว้าง ปกติขอเพียงข้าทำงานดี นางจะมีรางวัลให้ตลอด ทุกวันนี้ข้ายังได้เรียนรู้วิธีคิดบัญชีแบบใหม่จากพระชายา จนสามารถช่วยใต้เท้าเฉียวคุมบัญชีในร้านยาได้ พระชายาบอกว่าทุกเดือนจะมีเงินพิเศษให้อีก!”
ลู่ฉีฟังจนแทบอิจฉาตาร้อน “อยู่กับพระชายานี่ดีจัง ถ้าข้าเป็นผู้หญิง ก็อยากเป็นสาวใช้คนสนิทของนางเหมือนกัน...”
ไม่เหมือนท่านอ๋อง เงินทุกแดงไปอยู่กับพระชายาหมด ปกติจะไปไหนมาไหนก็ต้องประหยัดเข้าไว้
อย่าว่าแต่ตบรางวัลเลย คราวก่อนที่ไปทำงาน ทุกคนหิวข้าวจนต้องซื้อซาลาเปาที่ข้างทางกินรองท้อง เงินสิบอีแปะนั่นเขาก็เป็นคนควักจ่ายเอง!
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
นึกว่าจะอัพจนจบเสียอีกค่ะ กำลังสนุกเข้มข้นเชียว...
รบกวนแอดช่วยอับต่อไปให้จบเรื่องได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
ตอนต่อไปอ่านที่ไหนคะ...
ตอนต่อไป อัพช่วงไหนคะ 😭😭😭...
อัพต่อเถอะนะคะ...กำลังสนุกเลยค่ะ😅😄😊😘...
สนุกมากค่ะ..เดินเรื่องเร็ว..พระเอกไม่โง่..นางเอกฟาดแรงสะใจ...อ่านแล้วบันเทิงมาก55555......
ขอบคุณค่ะ...
รีบมาต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
ขอบคุณน้าค้า ที่ลงทุกวันเลยสนุกมากค่ะ...
ชอบมากเลยค่ะ นางเอกเก่ง❤...