หรือว่าที่ฝนตกเมื่อครู่เป็นนางที่ใช้คะแนนสะสมแลกมา
บ้าเอ้ย!
นี่เรื่องบ้าอะไรเนี่ย
จู่ๆ อินชิงเสวียนก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่นางใช้คะแนนแลกนมผงให้เจ้าหมาน้อย ป้ายที่อยู่ถัดจากร้านค้าคะแนนสะสมได้อัปเดตคำบางคำ และดูเหมือนจะเขียนไว้ว่าน้ำพุวิญญาณอะไรสักอย่าง ตอนนั้นนางรีบมาก จึงไม่ได้อ่านอะไรมากนัก
หรือว่าน้ำพุวิญญาณได้อัพเกรดฟังก์ชั่นบางอย่าง
ยิ่งอินชิงเสวียนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าใด นางก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น แล้วก็พูดกับทุกคนตรงนั้นทันที “ข้าอยากไปปลดทุกข์หน่อย พวกเจ้ารออยู่ที่นี่”
ขันทีน้อยยิ้มแล้วพูดว่า “ไปเถอะ ถ้าฮ่องเต้ถามถึงเจ้า พวกเราจะช่วยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้เจ้า”
“ขอบใจนะ”
อินชิงเสวียนเดินออกจากห้องหนังสือ ห่างออกไปสองร้อยเมตรมีห้องน้ำสำหรับนางกำนัลและขันทีที่รับใช้ฮ่องเต้อยู่
เมื่อนึกได้ดังนี้ อินชิงเสวียนก็ค้นพบบางสิ่งบางอย่าง
ผู้คนที่รับใช้เย่จิ่งอวี้ดูเหมือนจะเป็นขันทีทั้งหมด ไม่มีนางกำนัลเลย
ช่างเถอะ อยากใช้งานผู้ใดก็ใช้เถอะ ตอนนี้นางแค่อยากกลับไปดูที่มิติแล้ว
อินชิงเสวียนมาที่ประตูห้องน้ำ มองไปรอบๆ ไม่เห็นผู้ใด จึงรีบเข้าไปในมิติทันที
เมื่อตรวจสอบคะแนนสะสมของตัวเอง พบว่าหายไปหนึ่งร้อยคะแนน
อินชิงเสวียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนหัวใจขาดเลือด สิ่งของส่วนใหญ่ที่ใช้แลกในร้านค้าคะแนนต้องใช้เพียง 1 คะแนน 100 คะแนนนี้จะแลกได้กี่อย่างกัน บัดนี้แลกฝนตกได้หนึ่งครั้ง เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่จริงๆ
นางรีบที่ป้าย บนนั้นเขียนไว้ว่าน้ำพุวิญญาณถูกใช้ไป 100 ครั้ง การใช้งานนอกพื้นที่ได้เปิดใช้งานแล้ว สามารถใช้ทำฝนและรดน้ำ ทุกการใช้หนึ่งครั้งต้องจ่าย 100 คะแนน
หลังจากเห็นคำพูดเหล่านี้ อินชิงเสวียนก็อดไม่ได้ที่จะทุบหน้าอกของนาง
เมื่อวานนางไม่ควรรีบร้อนเพียงนั้น หากช้าลงเพียงไม่กี่ก้าว นางก็สามารถประหยัดได้ถึง 100 คะแนน แน่นอน การเร่งรีบไม่เกิดผลดี
ยิ่งอินชิงเสวียนคิดเรื่องนี้มากเท่าใด นางก็ยิ่งหดหู่ใจมากขึ้นเท่านั้น แต่คะแนนถูกใช้ไปแล้ว จะเสียใจภายหลังก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นนางจึงเข้าไปในร้านค้าคะแนนแล้วแลกเครื่องประทินโฉมเพิ่ม นางจะได้ทำการขายให้ได้เงินมากขึ้น เพื่อชดเชยความเสียหายที่นางได้รับ
อินชิงเสวียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เดินออกจากร้านค้าคะแนนสะสมในมิติ ยืนอยู่หน้าป้ายและมองดูเป็นเวลานาน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการอัปเดตข้อมูลใดๆ จากนั้นจึงออกมาจากมิติ
เมื่อย้อนกลับไปถึงห้องหนังสือ เสี่ยวอานจื่อได้ออกมาแล้ว
“เหตุใดเจ้าไม่รอรับใช้อยู่ด้านในล่ะ”
อินชิงเสวียนถามอย่างกังวล หรือว่าเมื่อครู่นี้ฮ่องเต้เรียกตัวนางอีก
เสี่ยวอานจื่อหัวเราะเบาๆ พูดว่า “อาจารย์ของข้ากลับมาแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่มีอะไรให้ทำ”
อินชิงเสวียนร้องอ๋อออกมาคำหนึ่ง และถามว่า “เช่นนั้นพวกเรามายืนอยู่ตรงนี้กันเถอะ”
เสี่ยวอานจื่อกระซิบ “รอฝ่าบาทกลับตำหนักเฉิงเทียนเถอะ พระองค์พักผ่อนแล้ว พวกเราจะได้พักสักครู่”
อินชิงเสวียนพยักหน้า จนกระทั่งท้องฟ้ามืดสนิท เย่จิ่งอวี้ถึงได้เดินออกจากห้องหนังสือ
ทุกคนรีบก้มศีรษะลงและติดตามขบวนเสด็จไป
เสี่ยวอานจื่อถือตะเกียงเดินนำคนเข้าไปในห้องโถง หลังจากนั้นไม่นานก็ออกมา
“เสี่ยวเสวียนจื่อ ฝ่าบาทบอกว่าวันนี้เจ้าไม่ต้องเข้าไปรับใช้ในตำหนักแล้ว ประเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปยังที่ที่เราพักกัน”
อินชิงเสวียนมีความสุขมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้
ระยะนี้ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย กลัวว่าเย่จิ่งอวี้จะให้ตัวเองช่วยยกกาน้ำชาให้อีก ในที่สุดวันนี้เขาก็คิดได้แล้ว
นางจึงพยักหน้าอย่างมีความสุขทันที “ได้”
เสี่ยวอานจื่อกล่าวเสริมว่า “พวกเราที่รับใช้จะถูกจัดตามเวร เจ้าอยากอยู่ก่อนเที่ยงคืนหรือหลังเทียงคืน”
หลังจากที่เสี่ยวอานจื่อพูดจบ ก็ดึงนางไปข้างๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้ารับใช้ช่วงหลังเที่ยงคืนกับข้าดีกว่า ฝ่าบาทบรรทมลึกมาก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยตื่นบรรทม โดยปกติแล้วช่วงหลังเที่ยงคืนไม่มีอะไรเลย เช้าวันถัดไปพวกเรายังได้นอนช่วงเช้า”
อินชิงเสวียนคิดดูแล้วก็เห็นว่าจริง นางยอมนอนดึกดีกว่าต้องตื่นเช้า
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อหลี่เต๋อฝูอยู่ในห้องด้วย พวกเขาไม่มีอะไรให้ทำจริงๆ พวกเขาแค่แกล้งทำเป็นจับนั่นจับนี่ ถ้าพวกเขาง่วงจริงๆ ก็สามารถนอนบนระเบียงได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สนมร้างรักขอทวงบัลลังก์
ตัวโกงเก่งกว่าคนดีแถมคนชั่วร้ายก็มีอยู่มากมายทั้งนอกทั้งในแบบนี้จะสู้ศึกไหวเหรอ...
มันเป็นพวกไหนกันแน่นะที่บ่อนทำลายชาติ ที่สำคัญจะเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลอินด้วยหรือเปล่า...
คนที่แสดงตัวเป็นพี่ใหญ่ไม่น่าจะเป็นตัวจริงเพราะมีพฤติกรรมลับลมคมในเรื่องต่างๆและทำให้เรื่องต่างๆแย่ลง เหมือนว่าจะหลงรักน้องสาวตัวเองเลยไม่รู้ว่าเป็นน้องแท้ๆหรือเปล่า...
มีคนเล่นตุกติกกับชุดของเด็กแล้วอยู่ในวังต้องระมัดระวังก็รู้อยู่นะคราวนี้ผ่านมาทางคนที่สนิท...
ดีจริงแทนที่จะเสียคะแนนได้คะแนนมาเพิ่มอีก...
ทางด้านกลยุทธ์น่าจะได้แต่ทางด้านวรยุทธหรือพละกำลังน่าจะไม่ไหวดังนั้นต้องพิสูจน์ตัวเอง...
อายุยังไม่ทันถึง 6 เดือนเลยละมั้งทำไมพูดคุยได้แล้วเก่งจริง...
โกหกครั้งหนึ่งก็ต้องโกหกต่อๆไป...
ความแตกแล้วมั้งเนี่ย...
เกือบไปแล้ว...