“กรี๊ด”
เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสยดสยองดังก้องกังวานไปทั่ว พร้อมกับเสียงร้อนฉ่าที่น่าสะพรึงกลัว
ภาพอันน่าเวทนาปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ลั่วชิงยวนมิได้กะพริบตาแม้แต่น้อย เมื่อวางเหล็กเผาไฟลง ใบหน้าของหล่างชิ่นก็ปรากฏบาดแผลไหม้เป็นรูปอักขระหนึ่ง
ทาส
“เจ้าชอบบังคับให้ผู้อื่นเป็นทาสของเจ้านักมิใช่รึ? บัดนี้จงลิ้มลองรสชาติของการเป็นทาสดูบ้างแล้วกัน”
“ทุกสิ่งที่เจ้าได้กระทำต่อฉินเชียนหลี่ เจ้าจะได้รับผลตอบแทนเป็นสองเท่า”
ดวงตาของหล่างชิ่นแดงก่ำ โซ่ตรวนที่พันธนาการร่างกายไว้สั่นไหว
“ลั่วชิงยวน! หากเจ้ามิสังหารข้า สักวันข้าจะต้องสังหารเจ้า!”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มมุมปาก “เจ้าจะไม่มีโอกาสนั้น”
ลั่วชิงยวนชักดาบออกมา
ดาบที่เปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ถูกปลดจากฝัก
จากนั้นค่อย ๆ แทงไปยังข้อมือของหล่างชิ่น
คมดาบแทงทะลุข้อมือแล้วเฉือนเส้นเอ็นอย่างแช่มช้า
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วคุก
แล้วลั่วชิงยวนก็ค่อย ๆ เฉือนเส้นเอ็นที่มือและเท้าของหล่างชิ่นครั้งแล้วครั้งเล่า
จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือฟาดลงไปที่ไหล่ของหล่างชิ่นอย่างแรง เสียงกระดูกหักดังกังวาน
อึก
เลือดสีแดงฉานพุ่งออกมาจากปากหล่างชิ่น
ร่างกายของนางอยู่ในสภาพน่าสังเวชอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีแรงแม้แต่จะคิดเคียดแค้นด้วยซ้ำ
สายตาของลั่วชิงยวนเย็นชา “นับตั้งแต่เจ้ากระทำต่อฉินเชียนหลี่ เจ้าก็น่าจะคาดการณ์ถึงวันนี้เอาไว้”
“ข้าจะมิปล่อยให้เจ้าตาย ข้าต้องการให้เจ้าต้องทุกข์ทนกับคำว่า ‘ทาส’ ไปตลอดชีวิต ให้เจ้ามีชีวิตอยู่บนใต้หล้านี้ในฐานะคนไร้ค่า”
“เจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานกับความอัปยศอดสูนี้ตลอดชั่วชีวิต”
“จงรับมันไปเสียเถอะ”
เมื่อกล่าวจบ ลั่วชิงยวนก็หันหลังเดินออกไป
เสียงคำรามของหล่างชิ่นดังตามหลังมา “ลั่วชิงยวน! หากเจ้ามิสังหารข้า สักวันข้าจะสังหารเจ้าให้ได้! ความทุกข์ทรมานในวันนี้ ข้าจะคืนให้เจ้านับสิบล้านเท่า!”
นางจึงตัดสินใจกลับไป
ลั่วชิงยวนนำหนังสือสัญญาไปหาแม่ทัพเซี่ยงจิ้ง เพื่อให้แม่ทัพเซี่ยงจิ้งสั่งถอนทัพ
แม่ทัพเซี่ยงจิ้งมองนางด้วยความประหลาดใจ “พระชายา ท่านกับพวกเขา...”
ลั่วชิงยวนตอบ “เรื่องราวสลับซับซ้อน อธิบายมิหมดในคราวเดียว ไว้จะอธิบายทีหลัง”
แม่ทัพเซี่ยงจิ้งพยักหน้า แล้วประสานมือโค้งคำนับ “ครั้งนี้ขอขอบพระคุณพระชายาที่ต่อสู้เพื่อปกป้องเมือง จึงทำให้ได้มาซึ่งสันติภาพหลังสงบศึกขอรับ!”
“มิต้องขอบคุณหรอก เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”
แม่ทัพเซี่ยงจิ้งรีบนำทหารถอนทัพออกไป
เมื่อลั่วชิงยวนนำหนังสือสัญญากลับไป นางก็ได้มอบหนังสือสัญญาให้กับราชาเผ่านอกด่านท่ามกลางสายตาคาดหวังของทุกคน
ราชาเผ่านอกด่านพยักหน้าด้วยความโล่งใจ
“เนื่องจากสงบศึกแล้ว ต่อไปนี้ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงล้ำอาณาเขตของแคว้นเทียนเชวีย! ประกาศออกไปว่าให้รีบเดินทางกลับบ้าน!”
กองทัพจึงได้ถอนทัพออกไปอย่างรวดเร็ว
ลั่วชิงยวนขี่ม้าตามกองทัพไปท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน เสียงร้องเพลงอย่างมีความสุขของผู้คนดังก้องอยู่เบื้องหลัง
หล่างมู่ที่ขี่ม้าอยู่ข้างนางพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่หญิง เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ข้าจะพาท่านไปหลิงถานของเรากับหุบเขาร้อยบุปผา ทิวทัศน์งดงามกว่าแคว้นเทียนเชวียเสียอีก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...